บทที่ 1
หลายวันต่อมา พนิตาตัดสินใจบินตรงสู่ลอนดอนเพื่อพบกับพี่ชายต่างมารดาของธีร์ ที่เธอก็ยังไม่ค่อยอยากเชื่อว่าเขาจะยอมรับนัดการพบกันครั้งนี้ได้ง่าย แต่เพื่ออนาคต เธอก็พร้อมเข้าชนกับทุกสิ่ง
เสียงเพลงคลาสสิกคลอเบาๆ ภายในร้านอาหารหรูใจกลางย่านเมย์แฟร์ กรุงลอนดอน บรรยากาศรอบข้างดูเป็นส่วนตัวและเงียบสงบขัดกับพายุอารมณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นที่โต๊ะริมหน้าต่าง
ชายหนุ่มตรงหน้าตรงกับรูปที่เธอเห็นตามสื่อ แต่พอได้เจอตัวจริง ต้องยอมรับว่าเขาดูดีกว่ามาก จนพนิตาอดนึกสงสัยไม่ได้ว่าธีร์เป็นพี่น้องกับเหมันต์จริงเหรอ ทำไมความหล่อถึงต่างกันขนาดนี้ ธีร์หล่อแนวหนุ่มหน้าใส เชื้อสายจีนชวนอบอุ่น แต่เหมันต์กลับตรงข้าม ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มสุขุม ดวงตาทรงพลังหากนิ่งสงบ สร้างบรรยากาศกดดันที่ทำให้คนรอบตัวต้องเงียบปากลงทันที
ชายหนุ่มจิบกาแฟพลางมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา
"คุณบินมาไกลเพื่อจะบอกว่าอยากร่วมลงทุนกับผม หรือแค่อยากใช้ชื่อผมไปประชดธีร์ให้มันหันมามองคุณกันแน่" น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบจนแทบเป็นน้ำแข็ง
"บอกไว้ก่อนว่าผมไม่ชอบเป็นเครื่องมือของใคร โดยเฉพาะเรื่องไร้สาระอย่างความรัก"
เปิดประเด็นตรงๆ ไม่ให้เสียเวลา สมเป็นนักธุรกิจจริงๆ คงมองไม่เห็นประโยชน์พูดคุยกับเธอที่มีข่าวฉาวเท่าไร เขาคงแค่สงสัยว่าเธอผู้คลั่งรักธีร์จะมาแสดงอะไรให้เขาดู เลยยอมพบเจอละมั้ง อารมณ์คงเหมือนดูโชว์ข้างถนนสักครั้ง
พนิตาไม่หลบสายตาคมกริบคู่นั้น เธอสบตาด้วยความนิ่งสงบ เลื่อนแฟ้มหนังสีดำไปตรงหน้าเขาอย่างใจเย็น
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเล่นขายของค่ะคุณเหมันต์ ในนี้คือรายละเอียดโครงการพัฒนาที่ดินผืนใหญ่ที่สุดของตระกูลฉัน ซึ่งปัจจุบันธีร์กำลังพยายามยื่นข้อเสนอขอร่วมทุนอยู่ แต่พ่อของฉันยังไม่เซ็นอนุมัติ"
เหมันต์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายความสงสัย
"ข้อเสนอของฉันคือ... พ่อจะเซ็นสัญญากับบริษัทของคุณในลอนดอนแทนบริษัทของธีร์ในไทย"
พนิตายื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขา
"แลกกับการที่คุณมาเป็นคู่หมั้นของฉัน แล้วฉันจะช่วยจัดการเรื่องหุ้นส่วนที่ยังตกค้างอยู่ในบริษัทลูกของวิจิตรเรืองรุจให้ ฉันรู้ว่าคุณแอบเก็บหุ้นพวกนั้นมานานแล้ว แต่ยังขาดแรงสนับสนุนจากบอร์ดบริหารบางส่วน ซึ่งพ่อของฉันช่วยคุณได้"
เหมันต์แค่นยิ้มหยัน "คนทั้งโลกเขารู้ว่าคุณรักน้องชายผมจนยอมตายแทนได้ แล้วผมจะเชื่อใจนางมารร้ายที่คลั่งรักจนเสียสติคนนั้นได้ยังไง พรุ่งนี้คุณจะไม่เปลี่ยนใจวิ่งกลับไปซบอกมัน แล้วแว้งกัดผมเหรอ"
ควรภูมิใจดีไหมที่ข่าวฉาวของเธอกระพือข้ามน้ำข้ามทะเลมาขนาดนี้ พนิตายิ้มสวยแต่ในใจตะโกนด่าพร้อมชูนิ้วกลางใส่เพื่อนผู้ประพันธ์นิยายบ้าๆ เรื่องนี้มา
"นั่นมันพนิตาคนเก่าค่ะ" พนิตาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้เยื่อใย
"พนิตาคนนี้รักตัวเองและรักครอบครัวมากพอที่จะไม่ยอมให้ผู้ชายที่ไม่เห็นค่ามาลากตระกูลเราลงเหว และฉันรู้ว่าคุณเกลียดตระกูลนั้นพอๆ กับที่ฉันรำคาญพวกเขา"
เหมันต์ในชุดสูทสั่งตัดสีเข้มขยับปลายนิ้ววนรอบขอบถ้วยกาแฟ สายตาคมปลาบดุจพยัคฆ์จ้องมองหญิงสาวที่เพิ่งเดินทางข้ามซีกโลกมาหาเขา พนิตาตรงหน้าเขาดูต่างจากยัยเด็กคลั่งรัก ที่เขาเคยได้ยินผ่านหูจากสายสืบอย่างสิ้นเชิง เธอไม่มีแววตาละห้อยหาความรัก มีเพียงความนิ่งสงบและกลิ่นอายของนักธุรกิจที่พร้อมเดิมพัน สายตาที่มุ่งมั่น ดูไร้ร่องรอยความเพ้อเจ้อ เขาลองจ้องลึกเข้าไปพบเพียงความมุ่งมั่นที่เยือกเย็นเหมือนกับตัวเขาเอง
ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะครู่หนึ่ง พลังบางอย่างในตัวพนิตาทำให้เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่หมากที่เขาจะควบคุมได้ง่ายๆ แต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่น่าสนใจ
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหยิบปากกาหมึกซึมราคาสูงออกมาจรดลายเซ็นลงบนเอกสารสำคัญอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด
"สัญญาเริ่มมีผลทันที" เหมันต์ปิดแฟ้มเสียง สายตาของเขากลับมาดุดันอีกครั้ง
"แต่อย่าให้ผมรู้ทีหลังว่านี่เป็นเพียงแผนเรียกร้องความสนใจแบบเด็กน้อยนะพนิตา เพราะถ้าผมเริ่มลงมือทำลายธีร์ตามแผนของคุณแล้วคุณเกิดเปลี่ยนใจ... วันนั้นคุณจะไม่เหลือแม้แต่ที่ยืนในสังคมไทย หรือแม้แต่ในโลกธุรกิจที่ผมคุมอยู่"
"เตรียมรอรับข่าวดีที่ไทยได้เลยค่ะคุณเหมันต์" พนิตายกแก้วไวน์ขึ้นตรงหน้าเขา
"รับรองว่า น้องชายของคุณจะต้องได้บทเรียนที่แพงที่สุดในชีวิต"
