ตัดสินใจให้รอบคอบ
หลังจากสบายใจแล้วที่ตอนนี้นางไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาทำร้าย แถมยังอาศัยอยู่ในบ้านด้วยความปลอดภัยเพราะมีคนเฝ้าดูแล
“เหตุใดจึงปล่อยให้คนพวกนั้นทำร้ายเช่นนี้เล่าเจ้าคะ” หลังจากที่กลับจากศาลไทฟง นางกลับมาที่เรือนของบิดานางทันที ไม่ลืมจะทำพิธีเชิญป้ายวิญญาณของบิดา ขึ้นมาวางเคียงคู่มารดาด้วย ถึงแม้นางจะเข้ามาอาศัยอยู่ในร่างนี้แต่ก็อยากทำหน้าที่แทนเจ้าของร่างให้ดีที่สุด ส่วนตอนนี้นางกำลังนั่งให้สาวใช้ทำแผลที่มุมปากด้วยความเจ็บแสบ
“หากไม่ยอมเจ็บตัวบ้าง หัวเดียวกระเทียมลีบเช่นข้าอาจถูกมองว่าเป็นคนร้ายแทนที่คนจะสงสาร ไม่ต้องกังวลไป ยังมีเวลาเอาคืนอีกเยอะ” นางมองออกไปนอกเรือน หลังคาจวนที่อยู่ห่างออกไปสองตรอกทำนางกำมือแน่น มองด้วยสายตาหมายมาด
“เจ้าคิดว่าเราจะเอาผิดคนพวกนั้นได้มากหรือน้อย” นางไม่รู้กฏหมายของที่นี่ เรื่องที่ไปร้องเรียนศาลไทฟงนั่นก็ปรึกษากับสาวใช้และคนของบิดาที่แนะนำนางเต็มที่ ไม่รู้ว่า…คนบ้านใหญ่เซี่ยที่พอจะมีอำนาจ จะพลิกแพลงเช่นไร
“ถึงแม้ว่าการเป็นบุตรหลานเอาผิดฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ แต่กับพี่ป้าน้าอา อย่างไรก็ต้องเป็นผลเจ้าค่ะ ในใต้หล้านี้ นอกจากเสนาบดีเสิ่น แล้วก็มีใต้เท้าอวี๋นี่แหละเจ้าค่ะที่เที่ยงธรรมที่สุด” นางพยักหน้า ดูจากสายตาเด็ดขาด นางคิดว่าไว้ใจเขาได้ แม้แต่กับนางเองที่ตกทุกข์ขนาดนี้เขายังสอบถามหยั่งเชิงวิธีคิดจนถี่ถ้วน
“นับจากวันนี้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ข้ากับเจ้าอาจนำสมบัติท่านพ่อออกมาขายเพื่อหาเงินไม่ได้ เพราะเกรงว่าคนพวกนั้นจะโยนความผิดว่าเราเองก็ขายเช่นกัน แหวนทองวงนี้เป็นแหวนวงเดียวและเป็นสินเดิมติดตัวข้า ทั้งยังสลักชื่อข้าเอาไว้ เจ้านำไปขายและซื้อเสบียงกลับมาเถอะ” นางยื่นแหวนทองที่ใส่ติดมือให้สาวใช้ ตอนนี้นางไม่มีเสบียงในมิติเช่นคนอื่นๆ เพราะมันเป็นเพียงที่โล่งๆที่นางสามารถเอาของมีค่าไปหลบซ่อนได้เท่านั้น ช่วงนี้มีการสอบสวนคดี นางจึงยิ่งต้องระวังการใช้เงิน
“แต่ว่าสิ่งนี้เป็นสมบัติที่ฮูหยินมอบให้คุณหนูไว้นะเจ้าคะ” ถิงถิงอดจะสงสารคุณหนูของนางไม่ได้ ยามมีมารดา ก็มักถูกญาติพี่น้องข่มอยู่เสมอเพราะไร้บิดาออกหน้าแทน ตอนนี้สูญเสียผู้ให้กำเนิดทั้งคู่จึงยิ่งเดียวดาย
“ไว้ข้ามีเงิน เราค่อยไปไถ่คืน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” เงินส่วนตัวที่นางมีตอนตื่นใหม่ๆ แน่นอนว่าหมดไปกับการจ่ายค่าหลักฐานบางอย่างตอนนี้จึงไม่มีเงินติดตัวสักตำลึง ส่วนเสบียงแน่นอนว่าทั้งย่าทั้งป้ายกไปไม่เหลือหลอ
“บ่าวจะรีบกลับมาเจ้าค่ะ” นางมองสาวใช้วิ่งออกจากจวนไปจนลับตา ก่อนจะนั่งทบทวนอะไรบางอย่างเงียบๆ
“ไม่แต่งงานออกจวนก็คงไม่จบ บุตรหลานเอาความบิดามารดาและผู้ปกครองไม่ได้ เมื่อไร้พ่อแม่ นั่นเท่ากับว่า…ท่านย่าเป็นผู้ปกครองโดยชอบธรรม” เรื่องนี้คนที่ศาลาร้องทุกข์บอกนางแล้ว แม้โดนรังแกเท่าใด หากไม่ถึงตาย ทำได้แค่ลงทัณฑ์ไว้เท่านั้น นั่นเท่ากับว่า…ชีวิตนางจะผูกติดกับสตรีเจ้าเล่ห์นั้นไปตลอดไม่มากก็น้อย
“อันหนิง บิดามารดาเจ้ารักเรือนนี้ยิ่งชีพหรือไม่ หากขายเท่ากับตัดขาด เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ หรือ…ข้าควรทำเช่นไร ในเมื่อนี่ไม่ใช่ของที่ข้าควรจะตัดสินใจ” นางมาอาศัยร่างเดิมอยู่ แน่นอนป้ายวิญญานบุพการียังต้องมีคนเคารพบูชา นางทำเช่นนั้นไม่ได้
“คุณหนูเซี่ย ฮูหยินอวี๋มาขอพบขอรับ”
