บท
ตั้งค่า

คุ้มครอง!!

ทั้งนายและบ่าวถูกนำมาที่ห้องสอบสวน ใต้เท้าอวี๋ไม่ได้ลงมาสอบสวนด้วยตนเอง แต่เขาส่งคนของเขามาฟังคำร้องเรียนของนาง

“ข้าขอกระดาษและหมึกได้หรือไม่เจ้าคะ” นางร้องขอเบาๆ พร้อมผมเพ้าที่ยุ่งเหยิงและหน้าตาที่บวมช้ำทำคนในศาลร้องทุกข์เห็นใจไม่น้อย

“แม่นางน้อยเซี่ย ทำแผลก่อนดีหรือไม่“ สตรีนางนึงถูกส่งมาทำแผลให้นางเอ่ยถาม

”ขอบคุณท่านน้า แต่ข้าช้ากว่านี้ไม่ได้เจ้าค่ะ หลักบานบางอย่างจะโดนคนพวกนั้นจัดการ“ นางเขียนทุกอย่างลงในกระดาษทีละข้อ ขอร้องให้ทุกคนไปตามหาหลักฐานตามที่นางบอก ก่อนจะคิดอะไรขึ้นได้

”พี่ชายข้ารู้ว่าตอนนี้ใต้เท้ามีงานมากมายแต่ว่า…ข้าจะวางใจกว่านี้หากได้มอบหลักฐานให้เขาโดยตรง ลุงเขยและเหล่าญาติของท่านย่าข้า อยู่ในสถานะที่ทำลายทุกคนที่ขวางทางได้ทุกเมื่อ…ขอร้องเถอะเจ้าค่ะ“ นางไม่ใช่คนโง่ หลังคำนวนดีแล้วว่าจะใช้วิธีไหนเสียเปรียบให้น้อยที่สุด นางเลือกใช้วิธีอ่อนน้อมและเรียกคะแนนสงสารแทน

”แม่นางรอเพียงครู่“ ซุนกวงสั่งให้คนไปรายงานอวี๋ลี่หัว ก่อนจะกลับมานั่งที่เดิม ขวดน้ำชาและน้ำแกงถูกยกมาวางตรงหน้า

”ข้ามั่นใจว่าในนี้มีพิษ แต่อาจจะไม่แรงถึงขั้นหยุดหายใจ แต่ว่ายามข้าหยุดกิน อาการป่วยข้าหายเป็นปลิดทิ้ง วอนท่านตรวจสอบให้ทีเจ้าค่ะ“ ซุนกวงรีบยกไปตรวจดูโลหะขนาดเล็กเมื่อจุ่มลงไปยังคงสภาพเดิม แต่เมื่อทิ้งไว้ถึงหนึ่งเค่อ มันจึงเริ่มดำขึ้น

”มีพิษจริงๆ”

“เก็บหลักฐานชิ้นนี้ไว้ ตามอาจารย์เหมินมาตรวจว่าเป็นพิษชนิดใด” อวี๋ลี่หัวที่เดินเข้ามาในห้องร้องทุกข์เดินเลยมาถึงด้านในที่ตรวจสอบพิษก่อนออกคำสั่ง

“ขอบคุณใต้เท้าที่มาตามคำร้องของข้า” มีใครบอกหรือไม่ว่าบุรุษผู้นี้หล่อเหลาหาตัวจับยากเหลือเกิน หากอยู่ในโลกเดิมของนาง…แน่นอนว่า คิ้วมังกร ดวงตาเรียวรี จมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบแต่สีชมพูน่าดูชมนั้น เป็นดาราได้เลยทีเดียว

“ข้าว่างจากการว่าความพอดี แม่นางพูดเรื่องหลักฐานมาเถอะ ข้ามีเวลาไม่มากนัก” หากไม่ใช่ท่านย่าและท่านแม่เขาขอให้เข้ามาดูด้วยตนเอง เขาคงปล่อยผ่าน แต่ท่านย่าเขากลับสงสารนางจนออกปาก

“นี่เป็นรายการสินค้าที่บิดาข้าต้องส่งอัญมณีให้แคว้นซาง เดิมทีซือหานถูกบิดาข้าไหว้วานให้มาทำการค้า ก่อนบิดาข้าจะขึ้นเรือไปและประสบพายุ หลังจากนั้นซือหานเกรงว่าหากไม่มีตราประทับสกุลเซี่ย คนแคว้นซางอาจไม่รับซื้อขาย จึงนำกลับมาให้ข้าที่จวน แต่ข้าไร้เรี่ยวแรง สองหูได้ยินเพียงคนพวกนั้นตกลงแบ่งทรัพย์สินกัน“ นางยื่นกระดาษที่ยับยู่ยี่ส่งให้อวี๋ลี่หัว เขายกมันขึ้นมาดูก่อนพบว่าลายกระดาษนกกระเรียนเช่นนี้เป็นกระดาษที่เอาไว้ซื้อขายกับราชวงศ์จริงๆ สตรีผู้นี้ไม่ได้โกหก

”แล้วเจ้ามั่นใจได้อย่างไร ว่าคนสนิทของบิดาเจ้าไม่ได้ยักยอกเอาไปเอง“ เขาถามไปอย่างนั้นอยากรู้ว่านางสืบเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน

”ซือหานรออยู่ที่ประตูเจ้าค่ะ“ เขาหันไปพยักหน้าให้คนของเขาพาเข้ามา

”เขาเป็นคนจำได้ว่าสินค้าบางชิ้นถูกขายไปให้ร้านเครื่องประดับในเมืองหลวงหลายแห่ง จึงแอบส่งข่าวให้ข้า เมื่อทราบเช่นนั้นข้าจึงหยุดกินอาหารที่คนบ้านใหญ่ส่งมา จากนั้นอาการจึงดีขึ้น“ เมื่อคนของนางเข้ามาแล้ว เขาส่งให้คนของเขาซักถามต่อ

”มีหลักฐานใดอีกหรือไม่“ นับว่านางฉลาดทีเดียวที่เลือกจะมามีเรื่องที่หน้าศาลาร้องทุกข์เพราะการมีอำนาจของสกุลเซี่ยแน่นอนว่าไม่มีใครกล้ายื่นมือไปช่วยนางร้องเรียนอยู่แล้ว

”ตอนนี้คนบ้านใหญ่หาที่ซ่อนอัญมณี ข้าอยากขอให้ท่านส่งคนไปคุ้มครองเรือนข้าได้หรือไม่ เพราะหากแคว้นซางไม่ได้สินค้า ข้ายังพอมีของไปทดแทน“ นางกระซิบบอกแผ่วเบา ทั้งๆที่อัญมณีพวกนั้นนางนำมันมาซ่อนในมิติที่โผล่มาตั้งแต่วันแรกที่นางลืมตาแล้ว ในนั้นไม่มีของช่วยชีวิตเหมือนในนิยายที่นางอ่าน มันเหมือนมีเอาไว้แค่เก็บของเท่านั้น

”ซือกวง ส่งคนไปคุ้มกันเรือนสกุลเซี่ย ส่งคำร้องทั้งหมดให้วังหลวง เรื่องนี้อาจใหญ๋ขึ้นเพราะของที่พ่อค้าเซี่ยต้องส่งไปที่แคว้นซาง ถูกปล้น!!!“

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel