ตอนที่6 ความเข้าใจผิดของคนขาย
ลู่เสียนมาที่ร้านอาภรณ์ของตระกูลลู่ ที่ยามนี้คึกคักลูกค้าเข้าออกมากมาย มองดูแล้วกิจการน่าจะไปได้ดีทีเดียว แต่แล้วก็มีสตรีวัยกลางคนกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังเลือกผ้าในแต่ละพับ ซึ่งก็มีผู้จัดการร้านออกมาต้อนรับ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ลู่เสียนดึงลู่อันมาแอบอยู่มุมหนึ่ง
“มีผ้าลายใหม่มาอีกแล้วหรือ สวย ๆ ทั้งนั้น”
“เจ้าค่ะเพิ่งมาถึงวันนี้เอง สด ๆ ร้อน ๆ หากท่านซื้อไปรับรองเมืองนี้ ไม่มีใครได้ใส่เหมือนท่านแน่นอนเจ้าค่ะ” สตรีนางนั้นยกยิ้มอย่างพอใจ ยกมือมาลูบเนื้อผ้าที่นุ่มและละเอียด หากนำมาตัดเย็บคงใส่สบาย
“งั้นข้าเอา10พับ ราคาเดิมใช่หรือไม่?”
“แน่นอนเจ้าค่ะ”
“ข้าเอาลายนี้6พับ” สตรีอีกคนเอ่ยบอกกับผู้จัดการของร้านอาภรณ์
“ข้าเอาลายนี้3พับ” สตรีที่มาในกลุ่มเดียวกันเอ่ยบอก
“ได้ ๆ เจ้าค่ะ ข้าจะจัดเตรียมให้เดี๋ยวนี้” ลู่เสียนยืนกอดอกมองเหตุการณ์ตรงหน้า อย่างวิเคราะห์ พวกเขาดูแปลก ๆ
“พี่หญิงลูกค้ากลุ่มนี้ ดูมีลับลมคมใน” ลู่อันเอ่ยขึ้น ลู่เสียนยกยิ้ม อย่างน้อยนางก็ไม่โง่ ยังพอดูคนออก
“เจ้าเก่งมากเลยนะ ดูคนออกด้วย”
“จริงหรือเจ้าคะ?” ลู่อันมีสีหน้าดีใจ ไม่อยากเชื่อว่านางก็มีความสามารถเหมือนกัน
“ระดับเซียนเลยละ” ลู่เสียนรีบเอ่ยเอาใจ ต่อไปนางจะได้ เริ่มมองคนอย่างถี่ถ้วนขึ้น
“แล้วเราจะทำอย่างไรเจ้าคะ จะยืนดูอยู่อย่างนี้เหรอ?”
“ไม่หรอก บางสิ่งบางอย่างเราต้องรออย่างใจเย็น”
ลู่เสียนรอให้พวกเขาสั่งผ้าให้เสร็จ จากนั้นนางจะเข้าไปในช่วงเวลาจ่ายเงิน เมื่อถึงเวลาลู่เสียนก็ดึงแขนลู่อันเดินเข้าไป
“คารวะนายหญิง วันนี้มาซื้อผ้าหรือเจ้าคะ? สตรีกลุ่มนั้นเมื่อเห็นว่าเป็น ลู่เสียนและลู่อันบุตรสาวเจ้าของกิจการ ก็ยิ้มให้อย่างมีไมตรี
“ใช่แล้วละคุณหนูใหญ่ วันนี้ข้าอุดหนุนไป10พับเลยเชียวนะ
“ใช่ ๆ ข้าก็ซื้อ6พับ กะว่าจะตัดให้หลาน ๆ ใส่ในเทศกาลไหว้พระจันทร์”
“ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะเจ้าคะ ถ้าเช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะดูแลพวกท่านเองเลยเจ้าค่ะ และลดราคาให้พิเศษด้วยเจ้าค่ะ”
“อุ้ย! จริงหรือคุณหนูใหญ่? ผู้จัดการร้านก็ลดให้ข้าเยอะแล้วนะ ข้าเกรงใจจังเลย” ผู้จัดการร้านตกใจ หน้าซีดเผือดแทบไร้สีเลือด ปกติคุณหนูใหญ่ไม่เคยมาดูในส่วนนี้ เหตุใดวันนี้ถึงมาดูได้ นางต้องตายแน่แล้ว
“ผ้าชุดนี้มาใหม่วันนี้ นายหญิงรอสักครู่นะเจ้าคะ” ลู่เสียนเดินไปค้นใบส่งสินค้า ออกมาดูราคา ก่อนจะดูราคา ที่ผู้จัดการร้านขายออกไป นี่มันบ้าไปแล้ว! นางทำแบบนี้ทำไมกัน
“นี่มันอะไรกัน ท่านน้า! ผ้าชุดนี้ต้นทุนพับละ1ตำลึง ท่านขายเพียงแค่1ตำลึงเท่าทุน ท่านตั้งใจหรือว่าท่านโง่กันแน่!”
“คุณหนูใหญ่” ผู้จัดการร้านยืนก้มหน้า ตัวสั่นเทารู้ซึ่งความผิดของตน
“เกิดอะไรขึ้นหรือคุณหนูใหญ่?” สตรีที่มาซื้อผ้ามีท่าทางแปลกใจ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“นายหญิงดูเจ้าค่ะ ข้ารับผ้ามาพับละ1ตำลึง นางขายให้ท่านเพียง1ตำลึง แล้วข้าจะเอากำไรจากที่ใดเจ้าคะ ค่าพนักงาน ค่าขนส่ง ข้าต้องควักทุนออกมาจ่ายอีก ทำการค้าแบบนี้ขาดทุนย่อยยับเจ้าค่ะ”
“ข้าก็นึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน ไปร้านอื่น มีลายให้เลือกน้อยกว่า แถมขายแพงกว่าตั้งสามเท่า คุณหนูใหญ่คิดราคามาเลย พวกข้าไม่เอาเปรียบท่านอย่างแน่นอน” ลู่เสียนยิ้มอ่อน อย่างน้อยพวกนางก็เป็นลูกค้าที่ดี
“ข้าคิดพับละ2ตำลึง50อีแปะเจ้าค่ะ ที่อื่นขาย3ตำลึง”
“ได้ ๆ”
“ข้าแถมผ้าชนิดหยาบให้คนละพับเจ้าค่ะ ต้องขออภัยกับเรื่องในวันนี้เจ้าค่ะ”
“คุณหนูใหญ่ ข้าเข้าใจเรื่องของการค้าดี เพราะข้าก็มีร้านขายของชำ เจ้าพบเร็วเช่นนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว ข้ากลับก่อนนะ”
“ขอบคุณที่มาอุดหนุน แล้วแวะมาใหม่นะเจ้าค่ะ”
เมื่อพวกเขาออกจากร้านไปแล้ว ลู่เสียนก็หมุนตัวมามองผู้จัดการร้านขายผ้า ที่ยังคงยืนก้มหน้าอยู่ตรงหน้า
“เหตุใดท่านถึงทำเช่นนี้?”
“คุณหนูใหญ่ ข้าอยากทำยอดขายให้ได้เยอะ ๆ และวิธีนี้ก็เรียกลูกค้าเข้าร้านได้เยอะขึ้นเจ้าค่ะ” ลู่เสียนกลอกตามองบน บิดาของนางไม่ใส่มาดูเลยสินะ ปล่อยให้พนักงานจัดการกันเอง ไม่แปลกใจเลย ที่วิญญาณบรรพบุรุษ ไปดึงนางให้มาอยู่ในร่างนี้ เพราะเป็นห่วงกิจการที่พวกเขาสร้างมา
ลู่อันยืนฟังลู่เสียนอธิบายให้ผู้จัดการร้านฟัง จนนางเข้าใจดี แต่ลู่เสียนก็บอกว่า นางต้องได้รับบทลงโทษ เดิมทีนางจะให้ออกจากงาน แต่เพราะนางทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงลดให้นางเป็นเพียงพนักงานขายทั่วไป
ก่อนลู่เสียนจะเรียกประชุมทั้งหมด และเรียกดูบัญชีรายรับรายจ่าย ผลปรากฏว่าขายดีมาก แต่ไม่เห็นกำไร ลู่อันเมื่อก่อนไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย พอมาได้รับรู้เช่นนี้ ก็เริ่มเข้าใจว่า เหตุใดนางถึงต้องเข้ามาเข้มงวด เรื่องค่าใช้จ่ายในจวน
“พี่หญิงข้าขอโทษเจ้าค่ะ ที่มองท่านผิดไป”
“ไม่เป็นไร เจ้ามาเห็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว ต่อไปก็มาช่วยข้าดูแลกิจการดีหรือไม่?”
“ดีเจ้าค่ะ ข้าอยากลองขายของดูบ้าง คงสนุกดี”
“สนุกกับงานนั้นดี แต่ก็อย่าลืมศึกษาตลอดเวลา และเราต้องฉลาดในการมองลูกค้า วันนี้พวกนางเป็นลูกค้าที่ดี แต่หากเป็นลูกค้าอีกแบบ พวกเขาไม่มีทางยอมซื้อราคานี้แน่”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ พี่หญิงของข้าฉลาดที่สุด”
