นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า

123.0K · จบแล้ว
คุณแม่แฝดสาม
68
บท
4.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

นางสวย นางรวย และนางร้าย เพราะต้องกอบกู้สถานการณ์ของตระกูลลู่ นางจึงต้องลุกขึ้นมาร้าย คนเกลียดนางใครสนกันละ คนโกรธแค้นนางใครใส่ใจกัน ก็เพราะว่าข้าจะร้าย สตรีงดงามอ่อนหวาน ไม่ใช่ข้าอย่างแน่นอน

นิยายจีนโบราณท่านอ๋องนางเอกเก่งรักหวานๆข้ามมิติรักแรกพบพระเอกเก่งคนธรรมดาแฮปปี้เอนดิ้งผีวิญญาณ

ตอนที่1 ร่างใหม่

ลู่เสียนนั่งตรวจบัญชีรายรับรายจ่าย ของจวนตระกูลลู่ อยู่หลายชั่วยาม สุดท้ายก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ กับสิ่งที่ตรวจพบในบัญชี นางหลับตาลงเพื่อพักสายตาอย่างอ่อนล้า

นางทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ได้หนึ่งเดือนแล้ว นางที่อยู่ในยุคปัจจุบัน ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน สุดท้ายหัวใจล้มเหลวสิ้นใจตาย แล้วทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่ นามว่าลู่เสียน

แต่ก่อนที่นางจะมาอยู่ในร่างนี้ วิญญาณของนางได้ถูกดึงให้ไปพบกับ บรรพบุรุษของตระกูลลู่ พวกเขาบอกนางว่า ได้เฝ้ามองความเป็นไปของตระกูลอย่างกังวลและเป็นห่วง อยากได้ใครสักคนไปช่วยแก้ไขสถานการณ์ ก่อนที่ตระกูลลู่จะล่มสลาย

ลู่เฉิงที่มารับช่วงต่อ ไม่มีหัวทางด้านการค้าเท่าใดนัก หนักไปกว่านั้น ลู่เฉิงยังแต่งงานกับสตรีถึงสามคน แต่ไม่มีใครให้กำเนิด บุตรชายเลยสักคน สร้างความกังวลใจ ให้กับบรรพบุรุษ ผู้ล่วงลับเป็นอย่างมาก

“ข้าประทับใจในตัวเจ้าที่ทำงานหนักจนสิ้นใจ” หนึ่งในชายชราของ บรรพบุรุษตระกูลลู่เอ่ยขึ้น ญาตาได้ฟังก็กลอกตามองบน นี่เป็นคำชมใช่หรือไม่?

เหล่าบรรพบุรุษตระกูลลู่ เฝ้ามองญาตาสาวไทยคนขยัน ที่ทำงานจนสุดท้าย หัวใจล้มเหลวเสียชีวิต ไม่ใช่เพียงแค่ขยัน แต่นางยังเป็นคนที่จิตใจดีมีเมตตา พอนางเสียชีวิต พวกเขาจึงรีบไปดึงวิญญาณของนางมา เพื่อทำข้อตกลงกัน

“เจ้ายินดีไปอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่หรือไม่? อย่างน้อยเจ้าก็ได้ไปเกิดใหม่” ญาตากวาดตามองพวกเขา พลางครุ่นคิดถึง ได้เกิดใหม่ก็ดีเหมือนกัน แต่ว่าเหตุผลที่พวกเขา ให้นางไปอยู่ในร่างคุณหนูใหญ่ก็คือ ช่วยกอบกู้สถานการณ์ของตระกูลลู่ ที่กำลังจะถังแตก ภารกิจนี้ถือว่าหนักอยู่เหมือนกัน พวกเขาเห็นนางครุ่นคิดอยู่นานก็รีบเอ่ยขึ้น

“พวกข้ามีกำไลหยก ซึ่งเป็นกำไลหยกประจำตระกูลลู่ กำไลวงนี้เป็นตัวแทน ของดวงวิญญาณ ของเหล่าบรรพบุรุษที่จากไป เมื่อเจ้าได้สวมใส่ ร่างกายของเจ้าจะแข็งแกร่ง มีพลังอย่างน่าประหลาด อย่างไรพวกข้า ก็ขอฝากตระกูลลู่ไว้กับเจ้าด้วย แล้วกันนะ” กล่าวจบพวกเขาก็โค้งให้นาง อย่างเคารพและให้เกียรติ นางรับกำไลมาสวม จากนั้นวิญญาณของนาง ก็มาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่ ที่นอนป่วยอยู่บนเตียง

บิดาของร่างนี้คือคหบดีลู่เฉิง ซึ่งแต่งงานกับคุณหนูตระกูลหวัง นามว่าหวังลี่ มีบุตรสาวสามคน คนโตคือคุณหนูใหญ่ลู่เสียนอายุสิบเจ็ดปี คุณหนูรองลู่อันอายุสิบหกปี คุณหนูสี่ลู่หลินอายุสิบห้าปี

เนื่องจากฮูหยินใหญ่หวังลี่ ไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายคนแรกได้ ท่านผู้เฒ่าลู่จึงเริ่มกังวล จึงเสนอให้แต่งฮูหยินรองเข้ามา ซึ่งสตรีที่แต่งเข้ามาเป็นฮูหยินรอง ก็คือคุณหนูตระกูลซู นามว่าซูเม่ย

ต่อมานางได้ให้กำเนิดบุตรสาวสองคนคือ คุณหนูสามลู่เจินอายุสิบหกปี และคุณหนูห้าลู่เจียวอายุสิบห้าปี

หลังจากแต่งฮูหยินรองมาแล้ว ท่านผู้เฒ่าก็ยังคงต้องผิดหวัง เพราะฮูหยินรองก็ยังให้กำเนิดเป็นบุตรสาว นางจึงเสนอให้บุตรชายแต่งอนุเข้ามาอีกคน เป็นคุณหนูตระกูลจาง นามว่าจางมี่ แต่สุดท้ายนางก็ยังคงให้กำเนิด เป็นบุตรสาวอีกเช่นกัน คือคุณหนูหกลู่ฟางอายุสิบห้าปี และคุณหนูเจ็ดลู่ฟางอายุสิบสี่ปี

ฮูหยินผู้เฒ่าเมื่อเห็นว่าไร้วาสนา จึงล้มเลิกการหาสตรีมาให้บุตรชายอีก นางจึงตัดสินใจไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องภายในครอบครัว ทุกอย่างปล่อยให้ฮูหยินใหญ่เป็นคนจัดการ ส่วนนางก็ปลีกตัวเข้าวัด ถือศีลสวดมนต์อย่างสงบ

ตระกูลลู่นับว่าเป็นตระกูลที่มั่งคั่ง และร่ำรวยตระกูลหนึ่งในแคว้นโจว กิจการมากมายตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ อาภรณ์แพรพรรณ กิจการโรงเตี๊ยมล้วนเป็นของตระกูลลู่แทบทั้งสิ้น

ตามธรรมเนียมและความเชื่อในยุคโบราณ สตรีจะถูกจำกัดบทบาท ให้อยู่แต่ในเรือนเป็นหลัก โดยสังคมยุคนี้มองว่าการค้าเหมาะกับบุรุษเพียงเท่านั้น สตรีเหมาะสมกับการดูแลบ้านเรือนและดูแลสามี ดั่งคำสอนที่ว่า สามเชื่อฟังสี่คุณธรรม

ในเมื่อไม่มีบุตรชาย คหบดีลู่เฉิงและฮูหยินใหญ่ จึงพยายามผลักดัน ให้คุณหนูใหญ่ลู่เสียน เรียนรู้กิจการต่าง ๆ อย่างจริงจัง แต่เป็นเพราะนางหักโหมมากจนเกินไป ลู่เสียนจึงหน้ามืดล้มศีรษะฟาดพื้น วิญญาณจึงออกจากร่าง ณ ตอนนั้น

ส่วนญาตาสาวไทยในยุคปัจจุบัน ที่มีชีวิตไม่ต่างจากคุณหนูใหญ่ ที่ต้องทำงานอย่างห้ามรุ่งห้ามค่ำ และต้องเรียนหนังสือไปด้วย เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว วิญญาณจึงทะลุมิติ เข้ามาสวมร่างของลู่เสียนอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ญาตาในร่างของลู่เสียน ยามนี้ทั้งเหนื่อยใจเหนื่อยกาย เพราะหลังจากตรวจบัญชีภายในจวน นานหลายชั่วยาม นางก็พบว่าฮูหยินรอง อนุจางและเหล่าคุณหนู เบิกเงินออกไปมากมาย อีกทั้งยังไปสั่งซื้อสินค้า แล้วให้มาเก็บเงินที่จวนอีกจำนวนมาก

หากขืนยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ของตระกูลลู่ ต้องถึงคราวล้มละลายหมดตัว และนางผู้ที่เห็นคุณค่าของเงินเป็นอย่างมาก ทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้มันเกิดขึ้น

ลู่ฮูหยินยืนมองบุตรสาวอย่างเห็นใจและสงสาร ที่ต้องสละชีวิตของตนเอง มาศึกษางานและกิจการของตระกูลลู่ นางจึงไปตุ๋นน้ำแกงบำรุงร่างกายมาให้บุตรสาวอย่างเอาใจ เพราะตั้งแต่อาการของนางดีขึ้นจากล้มฟาดพื้น ก็ดูเหมือนนางจะดูจริงจัง ในการทำงานมากกว่าเดิมเสียอีก