บท
ตั้งค่า

ตอนที่5 ศึกตระกูลขุนนางและตระกูลพ่อค้า

“เอาอย่างไรดีเจ้าคะ?” ผิงอันเอ่ยถามขึ้นมา เมื่อเห็นว่า สตรีที่ยืนอยู่กับบุรุษผู้นั้นคือ คุณหนูรอง

“ยืนดูไปก่อน ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่านางคบหากับบุรุษ”

“กู้เว่ยหยาง วันนี้ข้าต้องสั่งสอนเจ้ากับสตรีไร้ยางอายนั้น” สตรีท่าทางสูงศักดิ์เอ่ยขึ้น

“ท่านหญิงใจเย็น ๆ ก่อน นางเป็นเพียงสหายของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ” ลู่อันหันขวับมามองเขาทันที ด้วยสายตาเขียวปัดอย่างไม่พอใจ

“พี่เว่ยหยาง ท่านพูดว่าอะไรนะ! ข้าเป็นเพียงสหายอย่างนั้นรึ?” กู้เว่ยหยางยามนี้ หน้าซีดเผือด ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ไม่คาดคิดว่า พวกนางสองคนจะมาเจอกันได้ แต่เขาต้องรีบปฏิเสธกับลู่อันไปก่อน เพราะฝั่งนั้นเป็นถึงท่านหญิง

“เจ้าเป็นบุตรสาวตระกูลใด?”

“ข้าเป็นบุตรสาวของคหบดีลู่เฉิง นามว่าลู่อัน” นางเชิดหน้าตอบอย่างเย่อหยิ่ง

“บุตรสาวของพ่อค้าวาณิชผู้ยิ่งใหญ่ แต่เจ้าคงลืมไปแล้วว่าพูดอยู่กับใคร ถึงตระกูลลู่จะร่ำรวย แต่ก็เทียบไม่ได้กับตระกูลขุนนาง ยิ่งข้าเป็นถึงท่านหญิง แน่นอนว่าเจ้า ไม่อาจพูดจาหมิ่นเกียรติข้าได้”

“ถึงตระกูลของข้า จะเป็นเพียงตระกูลพ่อค้า แต่ตระกูลข้า ก็ทำความดี บริจาคเงินสนับสนุนกองทัพมาโดยตลอด อีกทั้งได้ป้ายทองเชิดชูเกียรติ จากฮ่องเต้ ความหมายอีกนัยหนึ่งก็คือ มิอาจลบหลู่ได้เช่นกัน” ลู่อันเถียงกลับไปอย่างไม่ยอม ท่านหญิงฟู่เหลียนฮวามองลู่อันด้วยสายตาเยียบเย็น

“แต่ว่าข้าก็อยากลองหมิ่นเกียรติดูสักครั้ง” ฟู่เหลียนฮวาเดินเข้ามาหาลู่อัน ก่อนจะยกมือ แล้วฟาดลงไปบนใบหน้าลู่อันเต็มแรง “เพียะ! แต่ก่อนจะมีตบที่สอง แขนของท่านหญิง ก็ถูกจับเอาไว้เสียก่อน

“ใช้อำนาจของท่านหญิง รังแกผู้อื่นได้ตามใจชอบเช่นนี้ได้หรือเพคะ”

“พี่หญิง! นางตบข้า”

“หุบปาก หยุดโวยวาย” ฟู่เหลียนฮวาหันมามองสตรีตรงหน้า อย่างตกตะลึง นางเป็นใคร ช่างงดงามเสียจริง แต่ว่ามาขัดขวางนางเช่นนี้ จะงดงามแค่ไหนนางก็ต้องสั่งสอน ให้รู้จักที่ต่ำที่สูง

“เจ้าเป็นใคร บังอาจมาขัดขวางข้า”

“นางเป็นพี่สาวของข้า” ลู่อันรีบตอบขึ้นมาแทน ด้วยสีหน้าหยิ่งผยอง เริ่มมีความกล้ามากขึ้น เมื่อมีพรรคพวก

“เป็นพี่น้องกันนี่เอง ดี! ข้าจะตบสั่งสอนเรียกตัว พวกเจ้าจับพวกนางสองคนเอาไว้!”

“ดูสิว่าใครกล้า!”

“หา!! นี่มันป้ายทอง เห็นป้ายทองดั่งเห็นโอรสสวรรค์” ชายผู้หนึ่งที่ยืนดูอยู่ ร้องขึ้นด้วยเสียงที่ตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่าลู่เสียนหยิบป้ายทองขึ้นมา

ท่านหญิงถึงกับชะงักหน้าซีดเผือด ตระกูลลู่มีป้ายทองด้วยหรือนี่ ฝ่าบาทจะให้ท้ายพวกเขาเกินไปแล้ว มันน่าเจ็บใจนัก!

ทุกคนรีบคุกเข่าลงทันที แม้แต่ท่านหญิงเองก็ต้องคุกเข่าด้วยเช่นกัน ลู่เสียนมองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

“ข้าคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลลู่ เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ต้องขออภัยท่านหญิงแล้วเพคะ แต่ว่าต่อไปหม่อมฉันให้สัญญาว่า น้องสาวของหม่อมฉัน จะไม่มีทางแย่งบุรุษของท่านอย่างแน่นอน”

“พี่หญิง! พี่เว่ยหยางเป็นของข้า” ลู่อันรีบโวยวายออกมาทันที

“ลู่อันเจ้าดูเอาเถิด บุรุษผู้นี้คบสตรีซ้อน พอเกิดเรื่อง กลับบอกปัดความผิดให้พ้นตัว เจ้าถูกทำร้ายเขาไม่คิดจะเข้ามาช่วย หรือปกป้องเจ้า บุรุษเช่นนี้ไม่เหมาะที่จะเอามาทำพันธุ์”

“หา!...” ผู้คนที่ฟังถึงกับกลั้นขำ คุณหนูใหญ่พูดจาได้ตรงขนาดนี้เลยหรือ

แต่กู้เว่ยหยางโกรธแทบควันออกหู คุณหนูใหญ่ ท่านจะดูถูกข้าเกินไปแล้ว ส่วนท่านหญิงได้ฟังคำพูดของลู่เสียน ก็เหมือนจะคิดได้ นางพูดถูก บุรุษกะล่อนปลิ้นปล้อนเช่นนี้ ไม่เหมาะเอามาทำพันธุ์จริง ๆ

“แต่พี่ใหญ่”

“อย่าเสียดาย มีเงินให้มาก ๆ บุรุษจะเดินเรียงมาให้เจ้าเลือกเอง” ยิ่งนางพูดเช่นนี้ กู้เว่ยหยางยิ่งโกรธแค้น

“ไปกับข้า”

“เจ้าค่ะ” ลู่อันจำต้องเดินตามลู่เสียนออกไป เพราะคิดไปคิดมานางก็พูดถูก แต่ว่าจะเป็นจริงหรือ มีเงินมาก ๆ บุรุษจะเดินมาให้เลือกเอง ฟังดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่เลย

ทางด้านบนระเบียงของโรงเตี๊ยมจินหลง สองบุรุษหัวเราะออกมาอย่างขบขัน กับสิ่งที่พวกเขาเห็นและได้ยินด้านล่าง

“ฮ่าฮ่า ไม่ควรเอามาทำพันธุ์ ข้าชอบประโยคนี้ของนางจริงๆ ให้ตายเถอะ ฮ่า ๆ” เจียวลู่กุนซือประจำตัวของเหว่ยอ๋อง เอ่ยขึ้นอย่างชอบใจ

“นอกจากนางจะงดงามแล้ว ยังดุดันดั่งนางพญา ข้าไม่เคยเห็นสตรีเช่นนี้มาก่อนเลย” ฉือลี่เฉี่ยวรองแม่ทัพเอ่ยขึ้นอย่างชื่นชม

แต่จื้อจางเหว่ยหรือเหว่ยอ๋อง กลับนั่งนิ่งใบหน้าเย็นชาอยู่เช่นเดิม เขายกจอกสุรามาหมุนดูช้า ๆ ก่อนจะยกขึ้นจิบ เจียวลู่ปรายตามองสหายอย่างเบื่อหน่าย เจ้าบุรุษน้ำแข็ง! เจ้าช่างเป็นคนที่น่าเบื่อจริง ๆ

“จะว่าไปเจ้าบุรุษจอมกะล่อนกู้เว่ยหยาง ไม่รู้ว่าไปหลอกสตรีไว้ที่ใดบ้าง เจอของจริงวันนี้ข้าละสะใจ”

“เขาคงเคียดแค้นคุณหนูใหญ่น่าดู ไม่แน่ว่าอาจเล่นไม่ซื่อ” ฉือลี่เฉี่ยวเริ่มเป็นห่วงนางขึ้นมา

“เขาคงไม่กล้าหรอกนางมีป้ายทองเลยเชียวนะ” ฉือจางเหว่ยได้ยินเจียวลู่พูด ก็หันมามองเขาอย่างเบื่อหน่าย

“เจ้าเป็นกุนซือจริงหรือ? หรือว่าจับฉลากได้มา ก็ข้าพูดอยู่ว่าอาจเล่นไม่ซื่อ!”

“อืม..ก็อาจเป็นไปได้ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ อีกอย่างนางฉีกหน้าเขา ต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ คงแค้นเป็นธรรมดา”

“เจ้าพูดเหมือนเข้าข้างเจ้ากะล่อนนั้น”

“ข้าไม่ได้เข้าข้าง ข้าพูดถึงหลักความเป็นจริง”

“พวกเจ้าจะสั่งอะไรมากินอีกหรือไม่? หากไม่ก็กลับกันเถอะ”

“โอ้! มนุษย์น้ำแข็งพูดได้เหรอเนี้ยะ!” เจียวลู่เอ่ยเย้าเขาขึ้นมา “อย่าให้มันมากนักเจียวลู่”

“เข้าใจแล้ว ๆ ไปกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel