บท
ตั้งค่า

ตอนที่4 ไล่ทุกคนออก

หลายวันต่อมา ลู่เสียนพร้อมอันฉีและตงหาน ก็พากันมาตรวจดู กิจการโรงเตี๊ยมของตระกูลลู่ พอมาถึงหน้าโรงเตี๊ยม ลู่เสียนก็ก้าวลงจากรถม้าพร้อมสำรวจ บรรยากาศโดยรอบ โรงเตี๊ยมอื่นดูคึกคักแต่โรงเตี๊ยมตระกูลลู่ เงียบเหงาราวกับป่าช้า เกิดอะไรขึ้น

ลู่เสียนรีบก้าวเท้าเข้าไปอย่างสงสัยใคร่รู้ พอเข้ามาถึงด้านในของโรงเตี๊ยมก็ต้องชะงัก ลูกค้าในโรงเตี๊ยมไม่มีสักคน นางกวาดตามองไปรอบ ๆ ความโกรธพุ่งปรี้ดขึ้นมาในทันที พนักงานของโรงเตี๊ยม นั่งจับกลุ่มสนทนากันอย่างเมามัน บางคนยืนเกี้ยวพาน,เกี้ยวพาราสีกันอย่างเปิดเผย นางรีบเดินเข้าไปดูในครัว พ่อครัวพากันนั่งเล่นไพ่ กันอย่างสนุกสนาน

นางรีบตรงไปที่ห้องผู้จัดการโรงเตี๊ยม แต่พอจะผลักประตูเข้าไป เสียงที่ดังออกมา ทำให้ตงหานและอันฉีรีบมาขวาง ไม่ให้นางเข้าไป แต่มีหรือที่นางจะสน นางไม่ผลัก แต่ถีบประตูเข้าไปเลย

“ปัง!”

“เฮ้ยก็ข้า…” ชายที่เป็นผู้จัดการถึงกับหน้าถอดสี รีบดึงกางเกงขึ้นมาสวมใส่ แล้วรีบแต่งตัวอย่างเร่งรีบ ส่วนสตรีนางนั้น ก็ก้มหน้าก้มตาและรีบแต่งตัว ไม่คาดคิดว่าคุณหนูใหญ่ จะมาตรวจงานที่นี่ แย่แล้ว!

ลู่เสียนไม่สนใจมองพวกเขา แต่กลับเดินไปหยิบสมุดบัญชีมาเปิดดู แค่มองเพียงผ่านตา นางก็รู้ได้ในทันทีว่า มีการยักยอกเงินในโรงเตี๊ยม เงินเบิกจ่ายมากมาย แต่ดูเหมือนว่า โรงเตี๊ยมไม่มีลูกค้าสักคน แมวไม่อยู่หนูร่าเริงเป็นแบบนี้นี่เอง

“หากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลงไปเจอข้าข้างล่าง พี่ตงหานไปบอกทุกคนว่า ข้าขอคุยด้วย”

“ขอรับคุณหนูใหญ่”

ลู่เสียนเดินตรวจดูรอบ ๆ ก่อนจะเดินลงบันได อย่างครุ่นคิด กิจการย่ำแย่เพราะขาดคนดูแลอย่างจริงจัง ท่านพ่อก็คงมาตรวจดูเป็นครั้งคราว ปล่อยให้ผู้จัดการดูแล ทุกอย่างจึงเป็นเช่นนี้ หากนางไม่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ตระกูลลู่จะเป็นอย่างไรกันนะ

เมื่อลงมาถึงข้างล่าง นางก็เห็นทุกคนมายืนรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าสีหน้าของแต่คน ดูไม่กังวลและร้อนใจเลยสักนิด ที่นางมายืนอยู่ตรงหน้า ลู่เสียนกำมือแน่น เพื่อระงับความโกรธ คงต้องเชือดไก่ให้ลิงดูสักครั้ง

“ข้าขอไล่ทุกคนออก” พอพวกเขาได้ยินนางเอ่ยเช่นนั้น ก็พากันหัวเราะออกมา ผู้จัดการโรงเตี๊ยมก็หัวเราะออกมาด้วยเช่นกัน มองลู่เสียนด้วยสายตาเย้ยหยัน

“คุณหนูใหญ่ ท่านรู้หรือไม่ว่า พูดอะไรออกมา ไล่ทุกคนออกแล้วโรงเตี้ยมจะอยู่อย่างไร” เขากล่าวอย่างทระนงตน ลู่เสียนกวาดตามองพวกเขา ก่อนจะตอบอย่างไม่ยี่หระเช่นกันว่า

“ก็ไม่มีลูกค้า จ้างพวกท่านไป ก็สิ้นเปลืองเปล่า ๆ ข้าไม่มีปัญหากับการปิดโรงเตี๊ยมชั่วคราว อีกอย่างบัญชีของโรงเตี๊ยม ดูก็รู้ว่าเขียนไม่ตรงกับความจริง พี่อันฉีไปแจ้งทางการ ข้าต้องการเอาผิดกับคนยักยอกและขโมยเงินของทางโรงเตี๊ยมเจ้าค่ะ”

“เจ้าค่ะ”

“คุณหนูใหญ่ ท่านทำแบบนี้ไม่ได้นะขอรับ พวกข้าทำงานกันมานาน มาไล่ออกเช่นนี้ ท่านต้องจ่ายค่าชดเชยมาให้พวกข้า ไม่เช่นนั้น พวกข้าก็ไปแจ้งทางการเช่นกัน ว่าท่านจงใจไล่ออก เพราะไม่อยากจ่ายเงินให้พวกเรา” ลู่เสียนแสยะยิ้มนึกสมเพชคนประเภทนี้ ที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ มองไม่เห็นความผิดของตน เห็นแต่ความผิดของผู้อื่น

“เดี๋ยวทางการก็มาแล้ว ก็แจ้งเลยสิ” ลู่เสียนนั่งลงบนเก้าอี้ ดูบัญชีที่อยู่ในมือไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจท่าทีกระวนกระวายของพวกเขา

“พี่ตงหานหากระดาษและพู่กันให้ข้าเจ้าค่ะ”

“ขอรับ” ตงหานรีบนำกระดาษ พู่กันและแป้นหมึกมาให้ลู่เสียน ก่อนนางจะเขียนคำว่า ปิดปรับปรุงชั่วคราว

“ท่านเอาไปติดหน้าโรงเตี๊ยม”

“ขอรับ”

คราวนี้พวกเขาเริ่มมีสีหน้าเลิ่กลั่ก เพราะเห็นท่าทีเอาจริงของนาง ไหนว่าคุณหนูใหญ่เป็นเพียง คุณหนูผู้อ่อนแอ เหตุใดวันนี้แตกต่างกันลิบลับ

ไม่นานทางการก็มาถึง คราวนี้พนักงานทุกคนเริ่มใจไม่ดี เพราะท่าทางคุณหนูใหญ่ ดูสงบนิ่งแต่เหมือนรอเวลาปะทุ

“คุณหนูใหญ่ ให้คนไปแจ้งทางการ หรือขอรับ ว่ามีการยักยอกเงินและขโมยที่นี่?”

“เจ้าค่ะ”

“คุณหนูใหญ่มีหลักฐานหรือไม่ขอรับ?”

“แน่นอนมาต้องมีเจ้าค่ะ แต่ว่าไหน ๆ ทางการก็มาแล้ว ข้าขอถามเจ้าหน้าที่ ว่าหากข้าจะไล่คนออก เพราะทำความผิด ข้าต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่”

“อันนี้ตอบได้ง่ายมากขอรับ ไม่ต้องจ่ายใด ๆ หากลูกจ้างทำผิด”

“ดีเจ้าค่ะ วันนี้ข้าจะพูดต่อหน้าเจ้าหน้าที่ และต่อหน้าทุกคน ตั้งแต่ข้าเดินเข้ามา พนักงานนั่งคุยกัน เกี้ยวพากันในเวลางาน จับกลุ่มเล่นไพ่ และที่หนักไปกว่านั้น คือมีการเสพสมยังที่ทำงาน บัญชีนี้ไม่ถูกต้องดูก็รู้ว่า ทำบัญชีโกง รายจ่ายมากมายแต่ไม่มีรายรับ เรื่องน่าขันเกินไปแล้ว”

“หากทุกคนจะบอกว่า ไม่มีลูกค้าเลยไม่รู้จะทำอะไร คำตอบก็คือ ผู้จัดการโรงเตี๊ยมต้องหาอะไรมาให้พนักงานทำ ไม่ใช่พากันไปเสพสมที่ห้องทำงาน ข้าจึงอยากแจ้งจับผู้จัดการ ในการยักยอกเงินและโกงบัญชี ส่วนพนักงานคนอื่นข้าต้องการไล่ออกทั้งหมด” คำพูดของนาง ทำเอาทุกคนขาอ่อนแรง

“คุณหนูใหญ่ข้าผิดไปแล้ว ข้ายังอยากทำงานต่อขอรับ”

“คุณหนูใหญ่ข้าก็อยากทำงานต่อเจ้าค่ะ ต่อไปจะตั้งใจทำงานให้ดีเจ้าค่ะ”

“ข้าเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น แต่ถ้าหากอยากจะทำงานต่อ เบี้ยหวัดเดือนนี้ ข้าจะจ่ายแค่ครึ่งเดียว ส่วนผู้จัดการ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางการ ต่อจากนี้ข้าจะคอยจับตาดู หากใครยังขี้เกียจ ข้าจะไม่เก็บเอาไว้”

“ขอบคุณคุณหนูใหญ่ ๆ”

“ท่านเจ้าหน้าที่ ขอบคุณที่มาเจ้าค่ะ”

“คุณหนูใหญ่ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้นะ!” เจ้าหน้าที่รีบคุมตัว ผู้จัดการร้านออกไปทันที ลู่เสียนมองตามอย่างสะใจ ก่อนจะหันมาสั่งงานด้วยเสียงอันดุดัน

“ช่วยกันทำความสะอาดโรงเตี๊ยม ข้าจะไปตรวจงานที่อื่น เสร็จแล้วจะแวะมาดู”

“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ลู่เสียนหมุนตัวเดินจากไปทันที พวกเขามองตามร่างบอบบาง อย่างแปลกใจ เหตุใดวันนี้นางถึงดูแปลกไปกว่าทุกครั้ง ดุดันเกรี้ยวกราดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ลู่เสียนมาก้าวออกมาจากโรงเตี๊ยม ก็เป่าลมออกมาทางปาก เฮ้อ! ที่แรกผ่านไป ต่อไปร้านขายอาภรณ์ แต่ว่าสายตาของนาง กลับต้องไปสะดุดกับกลุ่มคน ที่กำลังยืนมองอะไรบางอย่างอยู่ ต่อมเผือกวิ่งเข้ามาหานางทันที

“ไปดูกันเจ้าค่ะ” นางรีบก้าวเข้าไปดูว่า เกิดอะไรขึ้น คนถึงยืนดูกันมากนัก เมื่อมาถึงก็เห็นสตรีท่าทางสูงศักดิ์ ยืนตัดพ้อต่อว่าบุรุษผู้หนึ่งอยู่ ส่วนบุรุษผู้นั้นก็ยืนอยู่กับ สตรีหน้าตางดงามแต่ว่า หน้าตานางคุ้น ๆ นี่มันน้องสาวของนาง คุณหนูรองลู่อัน!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel