ตอนที่3 ความไม่พอใจของทุกคน
คหบดีลู่ยกยิ้มด้วยความพอใจ พวกนางถูกแต่งเข้ามาเพื่อหาทายาทที่เป็นบุตรชาย เขาไม่ได้มีความรักลึกซึ้งอะไรกับพวกนาง แต่ในเมื่อแต่งงานกันมาแล้ว ก็ต้องดูแลกันให้ดี เท่าที่สามีผู้หนึ่งจะทำได้ เขาเชื่อว่าพวกนางไม่มีทาง ทิ้งความสุขสบายแล้วจากไป
“ลู่เสียนเจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่?” ลู่เสียนพอได้ยินเช่นนั้น ก็พยักหน้าให้อันฉี นำกระดาษที่นางเขียนกฏระเบียบขึ้นมา แจกจ่ายให้กับทุกคน พอทุกคนรับมาอ่าน ก็ตกใจหน้าซีดเผือด จากนั้นความไม่พอใจก็เริ่มตามมา
“พี่ใหญ่นี่มันอะไรกันเจ้าคะ? ต่อไปทุกคนจะมีเบี้ยหวัดให้ทุกเดือน หากใครใช้หมดไม่มีสิทธิ์มาขอเพิ่ม แล้ว50ตำลึงจะไปพออะไรเจ้าคะ? ค่าชุดค่าเครื่องประดับ ค่าเครื่องประทินโฉม ท่านพ่อ พี่ใหญ่ทำแบบนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ?” เป็นคุณหนูรองที่โวยวายอย่างไม่พอใจ
“ท่านแม่ดูสิเจ้าคะ พอท่านพ่อมอบอำนาจให้นาง นางเริ่มกดขี่ข่มเหง เริ่มเผด็จการขึ้นมาแล้ว ข้าไม่ยอมนะท่านแม่” คุณหนูสี่ลู่หลิน เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ ลู่ฮูหยินมองบุตรสาวคนเล็กอย่างเย็นชา ก่อนจะพูดขึ้นมาบ้าง
“เรื่องนี้ข้าก็เห็นด้วยกับท่านพ่อของเจ้า ที่มอบอำนาจให้ลู่เสียน เพราะต่อไปนางต้องคอยดูแลทุกคน การมีเบี้ยหวัดข้าก็คิดมานานแล้ว พวกเจ้าใช้เงินทองกันอย่างสุรุ่ยสุร่าย หากไม่ทำเช่นนี้ เงินทองตระกูลลู่คงหมดลงสักวัน”
“จะหมดลงได้อย่างไร ตระกูลลู่ของเราร่ำรวยมาก ชาตินี้ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด ท่านแม่ข้าไม่ยอม เบี้ยหวัดแค่นั้น ข้าจะไปพอใช้ได้อย่างไร” คุณหนูรองลู่อันยังคงโวยวายไม่ยอม คหบดีลู่เฉิงได้แต่ส่ายหน้า ด้วยความเอือมระอาและเบื่อหน่าย
“เอาละหากเข้าใจกันดีแล้วก็แยกย้ายกันไปเถิด” คหบดีลู่เอ่ยยุติบทสนทนา
ทุกคนจึงรีบทยอยเดินกันออกไป แม้ภายในใจจะไม่พอใจมากเพียงใด ก็ได้แต่เก็บความรู้สึกเอาไว้ เพราะขนาดคุณหนูรองและคุณหนูสี่พูด คหบดีลู่และลู่ฮูหยินยังไม่ใส่ใจ พวกนางจะทำอะไรได้
ฮูหยินรองเมื่อมาถึงเรือน ก็กระแทกตัวลงนั่งอย่างแรง ก่อนจะฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะอย่างอัดอั้นตันใจ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“หากท่านคหบดีลู่มอบอำนาจให้นางเช่นนี้ ต่อไปทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องเป็นของนางหมดแน่”
“นั่นสิเจ้าคะ แค่วันแรกนางก็ตัดเบี้ยหวัดของพวกเรา ต่อไปนางจะทำอะไรอีก” คุณหนูห้าลู่เจียวเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
“แต่ว่าที่นางทำข้าเห็นด้วยนะ ที่จริงเบี้ยหวัด50ตำลึง ก็ยังถือว่าเยอะมาก หากไม่ใช้ฟุ่มเฟือยข้าว่ายังเหลือใช้อีกด้วย” คุณหนูสามลู่เจินเอ่ยเสริมขึ้นมา
“พี่หญิง!ท่านเงียบไปเลย นี่อย่าบอกนะว่า พอเห็นนางมีอำนาจ ก็จะรีบพูดประจบเอาใจ สอพลอ!”
“ข้าก็แค่คิดว่า50ตำลึงมันเยอะมาก คุณหนูจวนอื่นได้น้อยกว่านี้ด้วยซ้ำ”
“นั่นมันจวนอื่น ไม่ใช่จวนตระกูลลู่แน่นอน หากว่าพี่หญิงยังพูดเข้าข้างนาง ข้าจะไม่พูดกับท่านอีก”
“หยุด! หยุดเถียงกันเสียที ข้ารำคาญ” ฮูหยินรองแผดเสียงออกมาอย่างรำคาญ เบี้ยหวัดจากที่นางที่นางเคยได้200ตำลึง ลดเหลือ100ตำลึง และไม่สามารถขอเพิ่มได้อีก นางจะมากไปแล้ว ลู่เจินและลู่เจียวเห็นมารดา ดูจะหัวเสียเป็นอย่างมาก จึงพากันปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
เรือนอนุจาง ยามนี้นางก็หัวเสียและโกรธเคืองคุณหนูใหญ่ไม่แพ้กัน จากที่เคยได้เบี้ยหวัด150ตำลึงลดเหลือ100ตำลึงเท่านั้น นางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ พอได้อำนาจบารมีก็เริ่มชูหางอวดเบ่ง คอยดูเถอะว่าข้า จะจัดการเจ้าอย่างไร
“ท่านแม่ชาเจ้าค่ะ” คุณหนูหกลู่ฟางเห็นมารดาอารมณ์ไม่ดี จึงรีบรินชาให้อย่างเอาใจ แต่แล้ว เพล้ง! อนุจางปัดถ้วยชา ด้วยอารมณ์หงุดหงิด ลู่ฟางและลู่เซียนมองหน้ากันอย่างตกใจ ก่อนจะรีบปลีกตัวออกไป ด้วยความหวาดกลัว
ทางด้านลู่เสียน เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้วนางก็ถอนใจออกมา สงครามคงเริ่มแล้วสินะ ลู่เฉิงเห็นท่าทางหนักใจของบุตรสาว ก็หัวเราะออกมา
“ถึงกับถอนใจเลยเชียวหรือ ไหวหรือไม่? นี่เพียงเริ่มต้นเองนะ”
“ท่านพี่ ท่านก็อย่าไปพูด ตัดกำลังใจนางสิเจ้าคะ” ลู่ฮูหยินเอ่ยปรามสามี ที่ดูจะอารมณ์ดี ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด
“ฮูหยินเจ้าไม่รู้อะไร การพูดแบบนี้นี่แหละ จะช่วยให้นางฮึกเหิม และฮึดสู้ขึ้นมาละ”
“ข้าไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอกเจ้าค่ะ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น คหบดีลู่ตบเข่าดังฉาด! พอใจกับคำตอบของนาง
“ให้มันได้อย่างนี้สิลูกรัก สมกับเป็นบุตรสาวของคหบดีลู่เฉิง ฮ่าฮ่า” ลู่เฉิงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
ลู่เสียนครุ่นคิดถึงวิธีว่าจะทำอย่างไร ถึงจะทำให้พวกนางเข้าใจคุณค่าของเงิน เพราะยุคนี้ไม่นิยมให้คุณหนูหยิบจับอะไรเลย นอกจากฝึกเตรียมตัวออกเรือนวัน ๆ ก็เย็บปักถักร้อย คัดอักษร ดีดพิน อ่านตำรา ทุกอย่างฟังดูแล้วน่าเบื่อสำหรับนาง
เพราะนางมาจากยุคสองพันยี่สิบห้า ยุคที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา ยุคที่บุรุษและสตรีเท่าเทียมกัน ต่างจากยุคนี้ไปไกลโข แต่นางนี่แหละจะสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้กับสตรียุคโบราณให้ได้เห็นว่า สตรีก็มีความสามารถไม่ต่างจากบุรุษ
แต่บุรุษยุคนี้ก็ไม่ชอบสตรีที่เก่งเกินไป เพราะสตรียุคโบราณถูกตีกรอบให้เชื่อฟังสามี แต่ว่าใครสนกันละ นางไม่ได้หวังให้ใครมาชอบ เมื่อมีเงินไม่มีบุรุษก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่
