บท
ตั้งค่า

ตอนที่2 ประกาศให้คุณหนูใหญ่ดูแลจวน

“เสียนเอ่อร์แม่ตุ๋นน้ำแกงมาให้ ดื่มเสียหน่อยกำลังร้อน ๆ” ลู่ฮูหยินเอ่ยอย่างอ่อนโยน

“พรึบ!” แต่แล้วลู่เสียนจู่ ๆ ก็ลุกขึ้นอย่างกะทันหัน ด้วยใบหน้าที่เด็ดเดี่ยวจริงจัง ก่อนจะหันมาพูดกับมารดา

“ท่านแม่ ข้าตัดสินใจแล้ว จวนตระกูลลู่ต้องจัดระบบระเบียบใหม่เจ้าค่ะ ข้าไม่สนใจว่าใครจะเกลียดและไม่พอใจข้า”

“แต่ว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่เลยนะ เจ้าก็รู้ทุกคนใช้เงินกันอย่างสุขสบายมานาน หากพวกเขาถูกจำกัดขึ้นมา แม่ว่าอาจเกิดสงครามได้เลยนะ” ลู่ฮูหยินพอจะเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้เลย เพราะนางดูแลปกครองจวนมานาน นางจึงเห็นว่าใครมีนิสัยเป็นอย่างไร แต่ที่นางปล่อยไป เพราะไม่อยากให้มีเรื่องขุ่นเคืองกันเกิดขึ้น และไม่อยากให้คหบดีลู่ไม่สบายใจ

“ท่านแม่อย่าได้กังวลเลยเจ้าค่ะ ข้าไม่สนใจหากใครจะว่าข้าเผด็จการและใจร้าย ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ตระกูลลู่คงเหลือแต่ชื่อแน่เจ้าค่ะ”

“อะไรคือเหลือแต่ชื่อ ลูกสาวคนเก่งของข้า?” เสนาบดีเดินเข้ามา ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและอบอุ่น มองลู่เสียนอย่างเอ็นดูและภูมิใจ แม้นางจะเป็นเพียงสตรี แต่ก็มีใจที่เด็ดเดี่ยว ยอมลุกขึ้นมาศึกษาเรียนรู้เรื่องการค้า แบกรับคำครหาว่าไม่เป็นคุณหนูในห้องหอ ทนเหนื่อยรับภาระไว้บนบ่าอย่างไม่ย่อท้อ แม้เขาจะสงสาร แต่ก็ภูมิใจในเวลาเดียวกัน

“ท่านพ่อข้าจะเปลี่ยนกฎระเบียบในจวนเสียใหม่ ท่านพ่อจะว่าอย่างไรเจ้าคะ?”

“ตามใจเจ้าเลย ที่จริงข้าว่าก็ควรเปลี่ยนตั้งนานแล้ว มารดาเจ้าก็มัวแต่เกรงใจ ก็เลยเป็นอย่างนี้อย่างไรละ แต่ว่าเรื่องนี้ เจ้าจะรับผลของมันได้แน่หรือ เจ้าอาจถูกเกลียดขึ้นมาเลยนะ” เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเป็นห่วงและกังวล

“ขอแค่ท่านพ่อท่านแม่เข้าใจและอยู่เคียงข้าง ข้า ข้าไม่สนใจว่าใครจะเกลียดข้าเจ้าค่ะ เงินทองไม่ได้มีไว้ให้ใครมาผลาญเล่น พวกเขาต้องรู้จักคุณค่าของเงินให้มากกว่านี้ และต้องเข้าใจถึงความยากลำบาก ของคนที่หามาด้วยเจ้าค่ะ ถึงแม้ตระกูลเราจะร่ำรวย หากใช้จ่าย อย่างเช่นทุกวันนี้ วันใดวันหนึ่งก็ต้องหมดเจ้าค่ะ เพราะฉะนั้นข้าจะเป็นสตรี ที่ร้ายกาจในสายตาของผู้คน ท่านพ่อกลัวหรือไม่เจ้าคะ?”

“ฮ่า ฮ่า ท่าทางของเจ้าน่าเอ็นดู มากกว่าน่ากลัวเสียอีกนะ” เสนาบดีลู่หัวเราะอย่างขบขัน ก่อนจะยกมือมาลูบศีรษะนาง อย่างรักใคร่เอ็นดู ลู่เสียนเห็นเช่นนั้นก็ทำหน้าแง่งอนบิดา นี่นางจริงจังนะ

“คนที่เจ้าให้พ่อหา พ่อพามาด้วยแล้ว เข้ามา” สิ้นเสียงของคหบดีลู่เฉิง สตรีและบุรษที่แต่งกายทะมัดทะแมงก็ก้าวเข้ามา

“คารวะคุณหนูใหญ่ ข้าน้อยตงหานขอรับ”

“คารวะคุณหนูใหญ่ ข้าน้อยอันฉีเจ้าค่ะ”

ลู่เสียนมองสำรวจพวกเขาทั้งสองคนอย่างพอใจ นางแจ้งบิดาว่าต้องการองครักษ์ส่วนตัว เพราะนางเป็นสตรี เดินทางไปไหนมาไหน หากไม่มีองครักษ์ อาจดูไม่ดีและไม่ปลอดภัย

อีกอย่างนางคิดเผื่อเอาไว้ หากนางจะต้องเข้ามาดูและกิจการอย่างจริงจัง ก็คงต้องเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง และก็คงต้องมีคนไม่พอใจนางเป็นแน่ เพราะฉะนั้นกันไว้ดีกว่าแก้ การจะปกครองคนต้องเด็ดขาด แต่ก็ต้องแลกมากับความเกลียดชัง

นางทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ก็เฝ้าสังเกตผู้คนในจวนว่ามีนิสัยเป็นอย่างไร ทุกคนก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับนาง ออกจะให้ความเคารพเสียด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่นางจะทำต่อไปนี้ ทุกคนต้องมีปัญหากับนางอย่างแน่นอน การมีคนสนิทข้างกาย และไว้ใจได้จึงสำคัญมาก

ลู่เสียนยกมือมาจับกำไลหยกที่ข้อมือ นางก็รับรู้ถึงพลังบางอย่างที่นางเองก็ไม่เข้าใจ แต่ที่แน่ ๆ นางรู้สึกได้ถึงความมั่นใจของตนเองที่มีมากขึ้น คงเพราะพลังวิญญาณของพวกเขา ที่สัญญาว่าจะคอยปกป้องนาง

“ข้าจะให้คนจัดที่พักให้อยู่ใกล้เรือนของข้าเจ้าค่ะ” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นและยิ้มให้อย่างมีไมตรี พวกเขามองนายจ้างสาวอย่างให้ความสนใจ คุณหนูใหญ่ลู่เสียนในวัย17ปี นางช่างงดงามดั่งเทพธิดา และเป็นตัวของตัวเองและมีความมั่นใจ อีกทั้งคล้ายมีพลังอำนาจบางอย่าง ที่ทำให้พวกเขารู้สึกเกรงขามขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

หลังจากแนะนำตัว ลู่เสียนจึงรู้ว่าองครักษ์ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน แบบนี้ก็ดีจะได้ทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น นางจึงให้บ่าวจัดเรือนพักให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน และอยู่ใกล้เรือนของนาง

ลู่เสียนนั่งครุ่นคิดถึงระเบียบแบบแผน ก่อนจะเขียนลงไปในแผ่นกระดาษ จากนั้นนางก็ให้องครักษ์ ไปบอกทุกคนให้ไปพบที่ห้องโถง เมื่อนางมาถึงก็เห็นบิดาและมารดา นั่งเป็นประธานอยู่ก่อนแล้ว

นางจึงตรงมานั่งตรงเก้าอี้ที่ถัดจากมารดา จากนั้นทุกคนที่เริ่มทยอยกันเข้ามานั่งจนครบ ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม มีเรื่องอะไรกันถึงได้เรียกกันมาเยอะขนาดนี้ เสนาบดีเมื่อเห็นทุกคนมาครบแล้วจึงเอ่ยขึ้น

“ที่ข้าให้ทุกคนมาก็เพราะจะประกาศว่า ต่อไปงานดูแลจวนและบัญชีต่าง ๆ อีกทั้งกิจการของตระกูลลู่ ข้าขอมอบให้คุณหนูใหญ่เป็นคนดูแลจัดการ ลู่เสียนเจ้ามารับตราหยกประจำตระกูล” ลู่เสียนก้าวออกไปรับด้วยท่าทีมั่นคง

ทุกคนกลับตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน นางเพิ่งจะอายุได้เพียงสิบเจ็ดปี ก็มอบอำนาจทั้งหมดให้นางแล้วหรือ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน นางจะมีความสามารถ ดูแลกิจการมากมายได้อย่างไร

“ท่านพี่เรื่องนี้ ท่านคิดดีแล้วหรือเจ้าคะ? นางยังเยาว์วัยนัก เอ่อ..คือท่านพี่มั่นใจได้อย่างไรว่านาง จะไม่ทำให้กิจการเสียหาย” เมื่อฮูหยินรองเป็นคนเริ่ม อนุจางก็มีความมั่นใจ ที่จะเอ่ยความคิดเห็นด้วยเช่นกัน

“นั่นสิเจ้าคะ ให้คุณหนูใหญ่เรียนรู้ไปก่อน เมื่อนางเข้าใจและชำนาญดีแล้ว ค่อยมอบตราหยกประจำตระกูลให้นาง ก็ยังไม่สายเจ้าค่ะ” ลู่เฉิงปรายตามองอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะยกชาขึ้นมาเป่าอย่างเฉือยชา แล้วเอ่ยขึ้น

“เรื่องนี้ข้าไม่อนุญาตให้ออกความคิดเห็น ข้าเพียงประกาศให้ทุกคนรับรู้ ต่อไปก็ต้องเชื่อฟังนาง ข้าตัดสินใจแล้ว หากใครไม่พอใจ จะไม่อยู่ที่จวนนี้อีก ข้าก็ไม่ได้ขัดข้องอันใด” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ทุกคนถึงกับหุบปากแทบไม่ทัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel