บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 นางเอกต้นฉบับ

เช้าวันรุ่งขึ้น... แสงแดดของกรุงเทพมหานครสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่

มีอาตื่นขึ้นมาในสภาพที่ไม่ค่อยจะสดชื่นเท่าไหร่นัก ความร้าวระบมไปทั่วทั้งตัวเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ‘มาเฟียตัวร้าย’ จัดหนักจัดเต็มกับเธอขนาดไหนเมื่อคืนนี้ หญิงสาวถอนหายใจยาวพลางพยุงร่างลุกจากเตียง

เอาล่ะ... วันนี้คือวันสุดท้ายที่เธอจะทนอยู่กับเขา! ในเมื่อตามพล็อตเดิมเธอจะต้องถูกเขาทิ้งอย่างไม่ไยดี งั้นเธอก็ขอเลือกเป็นฝ่าย ‘ชิงทิ้งเขา’ ก่อนก็แล้วกัน!

เมื่อตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด หญิงสาวก็จัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดเดรสรัดรูปสีแดงที่ขับผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่น สวมรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนม และที่ขาดไม่ได้คือ ‘กระเป๋าสะพายใบหรู’ ที่อัดแน่นไปด้วยเงินสดปึกใหญ่เตรียมพร้อมสำหรับการหลบหนี

แผนการนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เมื่อวานตอนที่ดันเต้ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวในห้อง เธอได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กดูและพบเข้ากับแชทเก่าๆ ของเพื่อน จังหวะนั้นเองความทรงจำของร่างเดิมก็ไหลทะลักเข้ามาในหัว ทำให้เธอรู้ว่าที่กรุงเทพฯ มีอามีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งชื่อว่า ‘ลิตา’ และลิตาก็ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นถึงลูกสาวของมาเฟียที่มีอิทธิพลกว้างขวางในไทย!

เมื่อเห็นหนทางรอด มีอาก็ไม่รอช้า เธอรีบส่งข้อความไปหาลิตา ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาด้วยความดีใจจนได้โทรคุยกัน พอสบจังหวะดีๆ มีอาก็เอ่ยปากขอความช่วยเหลือ และเพื่อนรักสายมาเฟียก็ตอบตกลงเตรียมแบ็กอัปให้เธออย่างเต็มที่

ร่างบางเดินฮัมเพลงเบาๆ ออกมาจากห้องนอนอย่างอารมณ์ดี ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้ากลับต้องชะงักค้าง เมื่อพบว่ามัจจุราชหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดสีดำสนิทที่ดูหล่อเหลาและอันตรายจนลืมหายใจ กำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟดำอยู่ที่โซฟากลางห้องโถง

นัยน์ตาสีเทาเยียบเย็นตวัดขึ้นมามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ดันเต้ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่มองนิ่งๆ

เมื่อเห็นสายตาเรียบเฉยนั้น มีอาก็รีบปรับสีหน้า ซ่อนความตกใจไว้แล้วส่งยิ้มหวานอย่างเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้

“วันนี้... มีอาขอตัวไปเดินช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าด้านล่างก่อนนะคะคุณดันเต้” มีอาเอ่ยขอเสียงใส เตรียมจะหมุนตัวเดินออกไป

ดันเต้วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง กริ๊ก ร่างสูงใหญ่หยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง นัยน์ตาคมกริบสบตากับเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่ออกคำสั่งชัดเจน

“ไม่ได้”

มีอาเบิกตากว้าง รอยยิ้มค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า “ท... ทำไมไม่ได้ล่ะคะ?”

“ฉันจำได้ว่าเธอเป็นคนเสนอตัวมาเป็น ‘ล่ามส่วนตัว’ แลกกับตั๋วเครื่องบินใบนี้ไม่ใช่หรือไง” ดันเต้ก้าวเดินเข้ามาหาด้วยจังหวะคุกคาม “ถึงเวลาทำงานของเธอแล้ว มีอา”

ไอ้มาเฟียหน้าเลือด!

มีอาสบถลั่นในใจ อยากจะกรี๊ดออกมาให้รู้แล้วรู้รอด เธอแค่พูดอ้างเรื่องล่ามไปงั้นๆ เพื่อหาเรื่องตามมาขโมยเงิน ไม่คิดว่าเขาจะจับเธอไปใช้งานเป็นล่ามจริงๆ! คนระดับดอนร็อสซี่มีล่ามมืออาชีพตามประกบเป็นสิบคน จะมาลากอดีตเด็กเลี้ยงอย่างเธอไปเป็นตัวเกะกะทำไม!

แต่เมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุดันที่มองมา หญิงสาวก็จำต้องกลืนคำด่าทั้งหมดลงคอ และฝืนฉีกยิ้มหวานหยดย้อยออกมาประจบประแจง

“ด้วยความยินดีเลยค่ะคุณดันเต้... มีอาจะทำหน้าที่ล่ามให้คุ้มค่าตั๋วเครื่องบินเลยค่ะ!”

คลับวีไอพี ‘Black Diamond

“ขออภัยที่ให้รอครับคุณร็อสซี่”

เสี่ยทรงพล บอสใหญ่ของฝั่งไทยเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม โดยมี ‘มีอา’ ที่ยืนรักษาระยะห่างอยู่เยื้องไปด้านหลังดันเต้ ทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาให้อย่างคล่องแคล่ว

“เรื่องไอ้ ‘พงษ์’ คนดูแลคลังสินค้าของคุณ... ที่แอบลักลอบขโมยอาวุธลอตสำคัญไปขายเถื่อนให้ชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้าน แล้วหนีมากบดานที่ไทย... พวกผมไปบุกรังมันมาแล้ว แต่มันไหวตัวทันหนีไปได้”

นัยน์ตาสีเทาของดันเต้เย็นเยียบลงทันที มาเฟียหนุ่มขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน อาวุธลอตนั้นมีมูลค่ามหาศาล และการปล่อยให้ของหลุดรอดไปสร้างปัญหาในพื้นที่ทับซ้อน ถือเป็นการหยามเกียรติและสร้างความเดือดร้อนให้ตระกูลร็อสซี่อย่างไม่น่าให้อภัย

ทว่าเสี่ยทรงพลรีบยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ลูกน้อง “แต่ไม่ต้องห่วงครับ แม้จะไม่ได้ตัวพ่อ แต่มันก็ทิ้ง ‘ลูกสาว’ เอาไว้... พาตัวเข้ามา!”

สิ้นเสียงสั่ง ประตูห้องก็เปิดออก บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนลากตัวหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งเข้ามาโยนลงแทบเท้าของดันเต้

หญิงสาวในชุดเดรสสีครีมเรียบๆ ที่บัดนี้เปรอะเปื้อนฝุ่น ใบหน้าจิ้มลิ้มปราศจากเครื่องสำอางนั้นอาบไปด้วยคราบน้ำตา นัยน์ตากลมโตสั่นระริกราวกับลูกกวางน้อยที่หลงเข้ามาในดงหมาป่า... ‘ริน’ นางเอกต้นฉบับของเรื่องปรากฏตัวแล้ว!

“ฮึก... ปล่อยฉันนะ ฉันไม่รู้เรื่อง! พ่อฉันไม่ได้ทำอะไรผิด!” รินร้องไห้สะอึกสะอื้น ช้อนสายตาที่แสนบริสุทธิ์และน่าสงสารจับใจขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้า

บรรยากาศในห้องตกอยู่ในความเงียบ ดันเต้หลุบสายตาลงมองผู้หญิงที่สั่นเป็นลูกนกอยู่แทบเท้า ปกติแล้วเขาเกลียดน้ำตา และรำคาญผู้หญิงอ่อนแอที่เอาแต่ร้องไห้เป็นที่สุด ทว่าวินาทีที่สบเข้ากับดวงตากลมโตคู่นั้น... มาเฟียหนุ่มกลับรู้สึกถึง ‘แรงดึงดูด’ บางอย่างที่อธิบายไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกกระตุกวูบในอกอย่างประหลาด ราวกับมีบางสิ่งบอกเขาว่าผู้หญิงคนนี้แตกต่างจากคนอื่น

แต่ก่อนที่ดันเต้จะได้สำรวจความรู้สึกแปลกประหลาดนั้น สัญชาตญาณของเขาก็สั่งให้ปรายหางตาไปมอง ‘ล่ามสาวจำเป็น’ ที่ยืนอยู่ไม่ไกล

ปกติแล้วหากมีผู้หญิงหน้าไหนมาเรียกร้องความสนใจอยู่แทบเท้าเขา (แม้จะในฐานะลูกสาวคนทรยศก็เถอะ) มีอาจะต้องแสดงท่าทีเป็นเดือดเป็นแค้น ปรี่เข้ามาเกาะแขนเขา หรือไม่ก็ส่งเสียงโวยวายเพื่อตอกย้ำสถานะของตัวเองแล้ว

แต่สิ่งที่เขาเห็นคือ... มีอากลับก้าวถอยหลังรักษาระยะห่างออกไปอีกก้าว!

เธอไม่ได้มีท่าทีหึงหวง ไม่แสดงความเป็นเจ้าของ หรือเดือดร้อนเลยแม้แต่นิดเดียว ในทางกลับกัน... นัยน์ตากลมโตคู่สวยของเธอกลับเอาแต่จ้องมองริน สลับกับมองหน้าเขาด้วยแววตาเป็นประกายวาววับ ราวกับกำลัง ‘ตื่นเต้น’ จนปิดไม่มิด!

นี่ไง! พล็อตเรื่องกำลังเดินแล้ว! นางเอกมาแล้ว!

มีอาร้องตะโกนในใจอย่างบ้าคลั่ง ในนิยายบรรยายไว้เป๊ะๆ ว่าความใสซื่อและหยาดน้ำตาของรินจะทำให้มาเฟียหน้าตายอย่างดันเต้รู้สึกหวั่นไหวและให้ความสนใจ!

เยี่ยมไปเลย... รีบสนใจแม่นางเอกนี่แล้วลืมฉันซะทีเถอะ ฉันจะได้หอบเงินหนีไปเสวยสุขสักที! หญิงสาวลอบยิ้มกริ่มในใจ แอบเชียร์อัปให้พระเอกนางเอกสปาร์กกันเร็วๆ

ท่าทีที่ดูผ่อนคลายและไม่สะทกสะท้านของเด็กเลี้ยงข้างกาย ทำให้ดันเต้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ความสนใจที่ควรจะพุ่งเป้าไปที่เด็กสาวเจ้าน้ำตาตรงหน้า กลับถูกดึงความสนใจไปที่รอยยิ้มพิลึกๆ ของมีอาเสียอย่างนั้น รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ทำเอาทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ

“พาผู้หญิงคนนี้... ไปขังไว้ที่เพนต์เฮาส์” ดันเต้สั่งเสียงเรียบ นัยน์ตายังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าของล่ามสาว

ได้ยินดังนั้น มีอาก็ยิ่งลอบยิ้มกว้างในใจ... เป็นไปตามเนื้อเรื่องเป๊ะๆ!

ต่างกันก็แค่ตรงที่ว่า คราวนี้เธอจะไม่ยอมเอาตัวเองไปเล่นบทนางร้ายโง่ๆ คอยเป็นก้างขวางคอ หรือโวยวายขัดขวางเวลาที่พระเอกนางเอกเขาจะใกล้ชิดกันเด็ดขาด

เอาล่ะพ่อพระเอก... จัดการรวบหัวรวบหางแม่นางเอกซะ แล้วก็ปล่อยฉันไปได้แล้ว! หนี้สินที่พ่อฉันเคยก่อไว้ ฉันก็เอาตัวเข้าแลกใช้หนี้ให้จนคุ้มเกินคุ้มแล้ว คราวนี้ล่ะ... อิสรภาพจ๋า มีอามาแล้ว!
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel