บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 ค่าโดยสารของนกน้อย

เครื่องบินส่วนตัวสุดหรูรุ่นท็อปที่สลักโลโก้ตระกูลร็อสซี่กำลังทะยานแหวกม่านเมฆอยู่เหนือชั้นบรรยากาศ ภายในเคบินผู้โดยสารที่ถูกออกแบบมาอย่างโอ่อ่าราวกับเพนต์เฮาส์ลอยฟ้า บรรยากาศกลับเงียบสงบจนแทบได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มอยู่ภายนอก

มีอาขยับตัวอย่างอึดอัดบนโซฟาหนังแท้สีเบจ ความร้าวระบมอันแสนดุดันเมื่อคืนยังคงทิ้งร่องรอยไว้ทุกสัดส่วน แต่เธอต้องฝืนเก็บอาการเอาไว้ หญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีแดงเข้มที่แนบไปกับทรวดทรงองเอวกำลังทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามสงบจิตสงบใจและวางแผนหนีเมื่อล้อแตะรันเวย์ที่ประเทศไทย

ทว่า... รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านมาจากฝั่งตรงข้ามทำให้เธอไม่อาจผ่อนคลายได้เลย

ดันเต้ วาเลริโอ ร็อสซี่ นั่งไขว่ห้างอยู่บนเบาะฝั่งตรงข้าม เสื้อเชิ้ตสีดำถูกปลดกระดุมออกสามเม็ดเผยให้เห็นรอยสักบนแผงอกแกร่ง มือหนาแกว่งแก้ววิสกี้ออนเดอะร็อคไปมาช้าๆ นัยน์ตาสีเทาจับจ้องมาที่เรือนร่างของเธอราวกับนักล่าที่กำลังประเมินเหยื่อ ชนิดที่สายตาคมกริบนั้นแทบจะทะลุทะลวงผ่านเนื้อผ้าบางเบาเข้ามาลูบไล้ผิวของเธอ

“นั่งห่างขนาดนั้น... กลัวฉันหรือไง มีอา”

น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าทำลายความเงียบขึ้น ดันเต้วางแก้วคริสตัลลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะตบลงบนหน้าขาแกร่งของตัวเองเบาๆ เป็นเชิงออกคำสั่ง “มานี่”

มีอากลืนน้ำลายลงคอ แม้ใจจะอยากถอยหนี แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดบอกให้เธอทำตามอย่างว่าง่าย หญิงสาวหยัดกายลุกขึ้น เดินตรงเข้าไปหาและทิ้งตัวลงนั่งคร่อมบนตักกว้าง แขนเรียววาดขึ้นโอบรอบลำคอหนา แสร้งส่งยิ้มยั่วยวนพริ้มเพรา

“มีอาจะไปกลัวคุณได้ยังไงคะ... มีอาแค่กลัวว่าจะรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณต่างหาก”

“ฉันจำได้ว่าตั๋วเครื่องบินใบนี้... แลกมากับคำสัญญาที่ว่าเธอจะทำหน้าที่ปรนนิบัติฉันทุกที่” ดันเต้เค้นเสียงต่ำ ปลายนิ้วสากไล้ไปตามสายเดี่ยวเส้นบางบนบ่าเนียน ก่อนจะเกี่ยวมันให้หลุดร่วงลงมาตามหัวไหล่อย่างเชื่องช้า “เครื่องบินลำนี้บินมาได้สามชั่วโมงแล้ว... แต่เธอยังไม่ได้เริ่มงานของตัวเองเลยนะ เด็กดี”

คำพูดนั้นไม่ได้เจือความอ่อนโยน มันคือการทวงหนี้ที่แสนเอาแต่ใจ!

มือหนาสอดเข้าใต้ชายกระโปรงผ้าซาติน ลูบไล้จากหัวเข่ามนขึ้นมาตามเรียวขาด้านในจนถึงจุดอ่อนไหวที่ถูกซุกซ่อนอยู่ใต้แพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋ว ดันเต้จงใจออกแรงเค้นคลึงหนักสลับเบาจนร่างบางบนตักสะดุ้งเฮือก

“อ๊ะ... คุณดันเต้... ที่นี่มัน...” มีอาร้องประท้วงเสียงหลง ใบหน้าสวยเฉี่ยวซับสีเลือดขึ้นมาทันที แม้เครื่องบินลำนี้จะเป็นเครื่องบินส่วนตัว แต่มันก็ยังเป็นที่โล่ง และด้านหน้าก็ยังมีกัปตันกับบอดี้การ์ดที่ถูกกั้นไว้เพียงบานประตู!

“ที่นี่มันทำไม?” มาเฟียหนุ่มกระตุกยิ้มเหี้ยม เขารู้ดีว่าเธอกำลังกังวลเรื่องอะไร และนั่นยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนของเขา “นี่เครื่องบินของฉัน กฎทุกอย่างบนนี้ฉันเป็นคนกำหนด... รวมทั้งร่างกายของเธอด้วย”

พูดจบ ดันเต้ก็ไม่ปล่อยให้เธอได้หาข้ออ้างอีก เขากระชากเดรสสีแดงร่นขึ้นมากองที่เอวคอด ก่อนจะรั้งแพนตี้ลูกไม้ชั้นดีให้ขาดติดมือออกไปอย่างไม่ไยดี ร่างกายของมีอาถูกบังคับให้บดเบียดเข้าหาความแข็งขึงที่ดุนดันอยู่ใต้กางเกงสแล็กเนื้อดีของเขา

“อื้อ!” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น หอบหายใจสะท้านเมื่อริมฝีปากหยักลึกฉกวูบลงมาครอบครองริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ ดันเต้บดขยี้และดูดดึงจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ รสชาติของวิสกี้ที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้นของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในโพรงปาก ทำให้เธอเริ่มมึนเมาและตกลงสู่ห้วงอารมณ์ปรารถนาที่เขาสร้างขึ้น

มือหนาข้างหนึ่งกอบกุมหน้าอกอวบอิ่ม บีบเคล้นและสะกิดยอดปทุมถันจนมันชูชันแข็งขืน ส่วนมืออีกข้างก็ปลดตะขอกางเกงของตัวเองออก เผยให้เห็นความเป็นชายที่ร้อนระอุและพร้อมรบเต็มที่

ดันเต้จับสะโพกกลมกลึง ยกกายเธอขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกดทับลงมาให้กลืนกินตัวตนของเขาเข้าไปจนสุดความยาวในคราวเดียว!

“อ๊า! ดันเต้... มันลึก...” มีอาหวีดร้องออกมาเสียงหลง สองมือจิกฝังลงบนหัวไหล่กว้างเพื่อระบายความอึดอัดที่คับแน่นจนแทบฉีกขาด เธอต้องซบหน้าลงกับหัวไหล่ของเขาเพื่อกลั้นเสียงคราง กลัวว่าบอดี้การ์ดด้านนอกจะได้ยิน

“ร้องออกมา มีอา... ฉันชอบเวลาที่เธอร้องครางชื่อฉัน” ดันเต้กระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและพอใจ

เขาเริ่มขยับสวนสะโพกขึ้นลง จังหวะในตอนแรกเชื่องช้า เนิบนาบ เพื่อทรมานให้เธอโหยหา ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มความดุดันและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์ดิบที่พุ่งพล่าน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องแข่งกับเสียงเครื่องยนต์

“อ๊ะ... อ๊ะ... ดันเต้... ฉัน... ไม่ไหว...” มีอาส่ายหน้าไปมา ร่างกายบิดเร่าไปตามจังหวะรักที่แสนเอาแต่ใจ เขาทั้งดิบเถื่อนและร้อนแรงจนเธอแทบจะหลอมละลายบนตักของเขา

เก้าอี้โซฟาตัวใหญ่สั่นไหวไปตามแรงกระแทกกระทั้น ดันเต้รั้งเอวบางให้รับจังหวะของเขาแนบแน่นขึ้น เขาก้มลงขบกัดซอกคอขาวเนียน ทิ้งรอยคิสมาร์กสีแดงจัดไว้ราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของให้ทุกคนบนโลกได้รับรู้

“พร้อมกัน... เด็กดี”

มาเฟียหนุ่มคำรามในลำคอ เร่งจังหวะสุดท้ายอย่างบ้าคลั่งจนร่างบางกระตุกเกร็ง หวีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อพายุอารมณ์พัดพาเธอไปแตะขอบสวรรค์ ดันเต้สวนสะโพกอัดกระแทกความปรารถนาเข้าใส่ร่างเธอจนหยดสุดท้าย ก่อนจะทาบทับหน้าผากลงกับหัวไหล่บาง หอบหายใจหนักหน่วง

มีอาร่างกายอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงราวกับขี้ผึ้งรนไฟ เธอหลับตาลงพร้อมกับหอบหายใจรวยริน ลอบสบถในใจอย่างหมดสภาพ...

ไอ้มาเฟียหื่นกาม! ตั๋วเครื่องบินใบนี้... เธอต้องจ่ายด้วยร่างกายไปอีกกี่รอบกว่าจะถึงเมืองไทยกันเนี่ย!
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel