บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ข้อเสนอของนกน้อย

ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องนอนกว้าง มีเพียงเสียงหัวใจของมีอาที่เต้นระรัว

ลูกบิดประตูถูกเปิดออก ร่างสูงใหญ่เกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า วินาทีแรกที่นัยน์ตากลมโตปะทะเข้ากับใบหน้าของมัจจุราชหนุ่ม... ลมหายใจของมีอาถึงกับสะดุด

หล่อ... หล่อจนตะลึง! โครงหน้าของเขาคมคายสมบูรณ์แบบราวกับรูปสลักของเทพเจ้าโรมัน สันกรามชัดเจนรับกับจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักลึกดูร้ายกาจ ทว่าสิ่งที่สะกดสายตาที่สุดคือ นัยน์ตาสีเทาเข้ม ที่ดูลึกลับและเยียบเย็นสุดขั้วหัวใจ แม้เสื้อเชิ้ตสีดำที่สวมอยู่จะปลดกระดุมออกเพียงสามเม็ด แต่ก็ไม่อาจปิดบังมัดกล้ามเนื้อและออร่าความดุดันที่แผ่ซ่านออกมาได้เลย

ผู้ชายคนนี้หล่อเหลาเกินกว่าจะบรรยาย... แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาก็เตือนสติมีอาให้รู้ว่าเขาคือสิงโตที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้ตายคามือ

ดันเต้กวาดสายตามองร่างอรชรที่สวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำไหมซาตินหลวมๆ รอยแดงช้ำที่เขาเป็นคนตีตราไว้บนผิวขาวจัดยังเด่นชัด มาเฟียหนุ่มไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาทางสีหน้า มีเพียงน้ำเสียงเรียบเฉยและเย็นชาที่เอ่ยขึ้นสั้นๆ

“หนวกหู”

คำพูดสั้นๆ แต่แฝงความรำคาญอย่างชัดเจนนั้น หากเป็นมีอาคนเดิมคงรีบถลันเข้าไปเกาะแขนออดอ้อน จงใจเบียดหน้าอกอวบอิ่มเข้าหาอย่างเอาใจ พร้อมส่งสายตาหวานเยิ้มเพื่อเรียกร้องความสนใจไปแล้ว

แต่ครั้งนี้... หญิงสาวกลับทำเพียงยืนนิ่งอยู่กับที่ นัยน์ตากลมโตมองสบตาเขาไม่ต่างจากมองคนแปลกหน้า ท่าทีห่างเหินและเย็นชาอย่างกะทันหันนี้ ทำให้คิ้วเข้มของดันเต้กระตุกเล็กน้อยด้วยความสะดุดใจ

“มีอาแค่ฝันร้ายค่ะ... ขอโทษที่ทำให้คุณหนวกหู” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า แสร้งหลุบตาลงมองพื้นไม่กล้าสบตา

ทว่าร่างสูงใหญ่ของมัจจุราชกลับก้าวสามขุมเข้ามาประชิดตัวในพริบตา ดันเต้หรี่ตาลงจับจ้อง ปลายนิ้วสากเชยคางมนขึ้นมาก่อนจะลากไล้ไปตามริมฝีปากอวบอิ่มที่ยังคงบวมเจ่อจากการกระทำป่าเถื่อนของเขา

“มาริอาบอกว่าเธอโวยวายตอนรู้ว่าฉันจะไปไทย... หวังว่าคงไม่ได้คิดจะทำตัวน่ารำคาญหรอกนะ มีอา”

โวยวายงั้นเหรอ? ฉันไปทำแบบนั้นตอนไหน! มีอาลอบสบถในใจ ดูท่าป้าแม่บ้านนั่นคงไม่ธรรมดา ถึงได้กล้าใส่ไฟฟ้องเจ้านายแบบหน้าด้านๆ!

คำขู่นั้นทำเอาหญิงสาวต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดร้องเตือนให้เธอพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ไหนๆ ก็ถูกใส่ร้ายว่าอยากไปจนตัวสั่นแล้ว... งั้นก็ใช้ข้ออ้างนี้ขอตามไปด้วยเลยแล้วกัน!

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ช้อนสายตาขึ้นสบกับนัยน์ตาสีเทาเข้ม พยายามควบคุมน้ำเสียงให้นิ่งที่สุด “ให้มีอาไปด้วยเถอะนะคะ”

ดันเต้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดุดันตั้งคำถามอย่างชัดเจนว่า เหตุผลอะไรที่เขาต้องหิ้วเธอไปให้เกะกะ

เมื่อเห็นดังนั้น มีอาจึงรีบงัดไพ่เด็ดออกมาเจรจาต่อทันที

“คุณก็รู้ว่ามีอาเป็นลูกครึ่งไทย” เธอเว้นจังหวะไปนิด ไม่ได้ขยับเข้าไปแตะต้องตัวเขาเลยแม้แต่ปลายเล็บ “มีอาพูดภาษาไทยคล่อง รู้จักเส้นทางในกรุงเทพฯ ดีกว่าใคร แถมยังจัดการเรื่องจุกจิกให้คุณได้... ถือซะว่าพก ล่ามส่วนตัว ไปด้วยไงคะ”

ข้อเสนอที่หลุดจากปากเด็กเลี้ยงที่เคยสนใจแต่เรื่องแบรนด์เนมและเซ็กส์ ทำให้ดันเต้ชะงักไปครู่หนึ่ง ร่างกายที่เคยเย็นชาเริ่มเกิดความสนใจในความกล้าบ้าบิ่นที่เปลี่ยนไปของของเล่นชิ้นนี้

“คิดจะต่อรองกับฉัน?” เขาเค้นเสียงต่ำ มือหนาเอื้อมไปรวบเอวคอดกิ่วเพียงข้างเดียว แล้วกระชากร่างบางเข้ามากระแทกกับหน้าขาแกร่งอย่างแรงจนมีอาหลุดเสียงอุทาน

“มะ... ไม่ได้ต่อรองค่ะ มีอาแค่เสนอตัวให้เป็นประโยชน์” หญิงสาวพยายามดันแผงอกกว้างออกตามสัญชาตญาณเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตราย

แต่สิงโตเมื่อถูกกระตุกหนวดแล้ว ย่อมไม่มีทางปล่อยเหยื่อไปง่ายๆ

ดันเต้หัวเราะในลำคออย่างเหี้ยมเกรียม เขาไม่สนหรอกว่าเธอจะมีแผนอะไรซ่อนอยู่ เพราะในสายตาเขา เธอเป็นได้แค่ของเล่นที่เขาใช้เงินฟาดเพื่อระบายความใคร่

“ถ้าคิดว่าตัวเองมีประโยชน์นัก...” มาเฟียหนุ่มกระซิบชิดใบหูเล็ก เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ดิบเถื่อน “ก็พิสูจน์ให้ดูหน่อย ว่าร่างกายเธอมันคุ้มค่าตั๋วเครื่องบินหรือเปล่า”

ไม่รอให้หญิงสาวได้ตั้งตัว ดันเต้รวบร่างบางขึ้นช้อนอุ้มในท่าเจ้าสาว ก่อนจะโยนเธอลงบนเตียงกว้างอย่างป่าเถื่อน ร่างสูงใหญ่ตามลงไปทาบทับ กักขังเธอไว้ใต้ร่างอย่างเบ็ดเสร็จ เขากระชากชุดคลุมอาบน้ำของเธอออกจนพ้นทาง ก่อนจะบดจูบลงมาอย่างดุดันและจาบจ้วง รสชาติของวิสกี้และควันบุหรี่เจือจางในโพรงปากทำให้มีอาแทบสำลักอากาศ

มาเฟียหนุ่มไม่ได้มีความอ่อนโยน ฝ่ามือหนาลูบไล้และเค้นคลึงไปตามส่วนเว้าโค้งอย่างเอาแต่ใจ เขาคือผู้คุมเกม เป็นมัจจุราชที่ต้องการตักตวงความสุขจากร่างกายนี้ และสั่งสอนให้เธอรู้ว่าใครคือเจ้านาย

มีอาหลับตาลง กัดริมฝีปากแน่นรับสัมผัสที่ทั้งวาบหวามและรุนแรง แม้ใจจริงอยากจะผลักไส แต่เพื่ออิสรภาพและเงินทุนก้อนโตในอนาคต... เธอจำต้องยอมสยบอยู่ใต้ร่างของมัจจุราชหนุ่ม ปล่อยให้เขานำทางบทรักที่ดุเดือดนี้ไปจนกว่าเขาจะพอใจ

เอาเถอะดันเต้... แลกกับตั๋วไปเมืองไทย ฉันจะยอมให้คุณรังแกไปก่อนก็แล้วกัน!

ทว่ามัจจุราชหนุ่มราวกับล่วงรู้ว่าหญิงสาวใต้ร่างไม่ได้จดจ่ออยู่กับสัมผัสของเขา ด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน ดันเต้รวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของมีอาขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือหนาเพียงข้างเดียว ก่อนจะใช้สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างเปลือยเปล่าที่สั่นระริกราวกับลูกนกในกำมือ

“ใจลอยไปถึงไหน มีอา... ตอนที่อยู่ใต้ร่างฉัน เธอไม่มีสิทธิ์คิดถึงเรื่องอื่น”

น้ำเสียงแหบพร่าดุดันดังชิดริมฝีปาก ก่อนที่ดันเต้จะก้มลงมาบดขยี้กลีบปากอวบอิ่มอย่างลงทัณฑ์ เขาดูดดึงและขบเม้มริมฝีปากล่างของเธออย่างแรงจนได้รสฝาดเฝื่อนของเลือดจางๆ ลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ บังคับให้เธอต้องตอบสนองความเรียกร้องที่แสนเอาแต่ใจนั้นจนหญิงสาวแทบขาดใจ

“อื้อ...” มีอาส่งเสียงประท้วงในลำคอ ร่างกายบิดเร่าด้วยความซ่านสยิวเมื่อฝ่ามือสากที่เหลืออีกข้างเริ่มทำหน้าที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า

ฝ่ามือร้อนผ่าวเลื่อนจากเอวคอดกิ่วขึ้นมากอบกุมความอวบอิ่มที่ชูชันท้าทายสายตา เขาบีบเคล้นสลับกับใช้ปลายนิ้วสะกิดหยอกล้อจนยอดอกสีระเรื่อแข็งขืนสู้มือ จากนั้นจึงเลื่อนใบหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน สูดดมความหอมหวานพร้อมกับฝังเขี้ยวขบกัดลงบนหัวไหล่บาง ทิ้งรอยคิสมาร์กสีแดงช้ำทับซ้อนรอยเดิมเพื่อย้ำเตือนความเป็นเจ้าของ

“อ๊ะ...เจ็บ...” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น หอบหายใจสะท้านเมื่อความเจ็บแปลบแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่แล่นไปถึงแกนกลางลำตัว

“เจ็บสิดี... จะได้จำว่าใครคือเจ้าของร่างกายนี้”

ดันเต้แสยะยิ้มร้ายกาจ เขาแทรกเข่าแกร่งเข้าไประหว่างเรียวขา บังคับให้เธอเปิดทางรับสัมผัสที่รุกล้ำมากยิ่งขึ้น ปลายนิ้วร้ายกาจกรีดกรายลงสู่เบื้องล่าง สัมผัสกับความอ่อนนุ่มที่เริ่มเปียกชื้นจากการถูกปลุกเร้า มาเฟียหนุ่มไม่รอช้า เขาปรนเปรอและทรมานเธอด้วยจังหวะที่ทั้งเชื่องช้าและหนักหน่วง สลับกันจนมีอาไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป

ความรู้สึกต่อต้านในตอนแรกถูกหลอมละลายด้วยไฟราคะที่มัจจุราชหนุ่มเป็นผู้จุด ร่างบางแอ่นหยัดเข้าหาสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว สองมือเล็กที่เพิ่งหลุดจากพันธนาการเลื่อนขึ้นมาจิกทึ้งกลุ่มผมสีเข้มของดันเต้เพื่อระบายความเสียวซ่าน

“เรียกชื่อฉัน มีอา...” เขาออกคำสั่งเสียงพร่า ขณะที่ปลดเปลื้องปราการชิ้นสุดท้ายของตัวเองออก เผยให้เห็นความเป็นชายที่แข็งขึงและร้อนผ่าว

“ดะ... ดันเต้... ได้โปรด...” น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและเว้าวอนอย่างที่เขาต้องการ

“เด็กดี”

สิ้นคำชมสั้นๆ ที่ไร้ซึ่งความอ่อนโยน ดันเต้ก็จับจ้องนัยน์ตากลมโตที่ฉ่ำปรือไปด้วยแรงอารมณ์ ก่อนจะหยัดสะโพกฝังตัวตนเข้าหาความอ่อนนุ่มที่คับแคบนั้นในคราวเดียว!

“อ๊า!” มีอาหวีดร้องออกมาพร้อมกับจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้าง ความอึดอัดและเติมเต็มแล่นปราดไปทั่วทุกอณู

ดันเต้กัดกรามกรอด ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกขับเคลื่อนจังหวะรักที่ดุดันและหนักหน่วงตามสัญชาตญาณดิบ

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องนอนกว้าง ประสานกับเสียงครางกระเส่าและเสียงหอบหายใจที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง ทุกลมหายใจเข้าออกของมีอาถูกผู้ชายใจร้ายคนนี้ช่วงชิงไปจนหมดสิ้น เขาตักตวงความหอมหวาน กระแทกกระทั้นความปรารถนาเข้าใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับพายุคลั่งที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

เตียงกว้างสั่นสะเทือนรุนแรงไปตามแรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่พุ่งทะยานสู่จุดขีดสุด มีอาลอบครวญครางในใจท่ามกลางสติที่แทบขาดผึง... ด้วยจังหวะที่ถาโถมไม่หยุดหย่อนขนาดนี้ พรุ่งนี้เธอคงไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะคลานลงจากเตียงอย่างแน่นอน
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel