บท
ตั้งค่า

บอกเรื่องมิติกับครอบครัว

บทที่ 6 บอกเรื่องมิติกับครอบครัว

“ของวิเศษที่จะทำให้บ้านซ่งของเราไม่ต้องลำบาก ต่อไปนี้เราจะมีอาหารจานเนื้อกินตลอด และอาจจะเอาไปขายเพื่อหาเงินเข้าบ้านด้วยนะ ทุกคนดูนี่นะ”

หญิงสาวพูดอย่างจริงจัง พูดจบก็แบมือแล้วเรียกเอาผลไม้ออกมา นี่จึงสร้างความตกตะลึงให้กับคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก

“พี่ทำได้ยังไง” ซ่งเจ๋อหมิงหยิบผลไม้มาจากมือพี่สาวแล้วถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“มันเป็นมิติวิเศษที่ยายคนนั้นให้มาน่ะ นี่ยังเรียกของได้อีกหลายอย่างนะ” หญิงสาวตอบกลับไปยิ้ม ๆ แล้วเรียกเนื้อหมูออกมาวางไว้ที่โต๊ะตรงหน้าทุกคน

ส่วนซ่งไห่ถังมองและนั่งนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเรียกสติกลับมา แล้วบอกย้ำเตือนลูกสาว “ก็ดีแล้ว แต่ต่อไปนี้ลูกอย่าไปเอาของอะไรออกมาให้คนอื่นนอกจากพวกเราเห็นนะ เข้าใจที่พ่อพูดใช่ไหม” น้ำเสียงที่บอกนั้นจริงจังมาก

“นั่นสิ อวี้เหมย แม่ดีใจที่ลูกเลือกปรับปรุงตัวจนได้สิ่งที่ดีมา และแม่หวังว่าลูกจะทำได้อย่างที่รับปากยายคนนั้นไว้ อะไรที่แล้วมาก็ให้มันผ่านไปเถอะนะ” หวังซิ่วจินพูดอย่างอ่อนโยนและยกมือปาดน้ำตาที่มาจากความดีใจ เพราะไม่คิดว่าสุดท้ายแล้ว ซ่งอวี้เหมยก็เลือกที่จะเปลี่ยนตัวเอง

“พี่ใหญ่ ต่อไปนี้ผมจะปกป้องพี่เอง ใครมารังแกพี่ ผมจะไม่ยอมเด็ดขาด” เด็กหนุ่มพูดขึ้นมาบ้าง ในเมื่อพี่สาวเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ อย่างนั้นเขาจะดูแลไม่ให้ใครมารังแกเธอเด็ดขาด

“ขอบใจนะ แต่ในเมื่อพี่มีมิติวิเศษแล้ว บ้านเราก็ไม่ลำบากอีกต่อไป พี่จึงคิดว่าสิ่งแรกที่อาหมิงควรจะทำคือ เลิกไปทำงานที่คอมมูนแล้วกลับไปอ่านหนังสือ เพื่อเตรียมตัวสอบเข้าเรียนอีกครั้ง เรื่องทำงานหาเงินเข้าบ้าน ต่อจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง พ่อกับแม่ก็เหมือนกันนะคะ ไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยแล้ว”

หญิงสาวรู้สึกซาบซึ้งใจมากที่ทุกคนไม่กลัวเธอ ไม่มองว่าเธอเป็นคนประหลาด จึงพูดกับน้องชายและพ่อแม่อย่างอ่อนโยน

ในเมื่อเธอมีมิติส่วนตัวแล้ว และในนั้นก็มีของกินของใช้มากมาย จึงไม่ต้องกังวลแล้วว่าทำอย่างไร ถึงจะมีอาหารมาประทังชีวิตในแต่ละวัน

พอได้ยินสิ่งที่ซ่งอวี้เหมยบอกมา ทั้งสามจึงได้สบตากันไปมา ก่อนที่หวังซิ่วจินจะพูดขึ้นมา

“แต่บ้านเราไม่ได้มีเงินขนาดนั้นนะ หากจะให้พ่อกับแม่หยุดงานด้วย แม่กลัวว่าบ้านเรา...”

แววตาของคนเป็นแม่ฉายความกังวลอย่างชัดเจน เรื่องที่จะให้ลูกชายเรียนต่อนั้น เธอและสามีได้ปรึกษากันมาตลอด แต่เมื่อบอกกับซ่งเจ๋อหมิง เขากลับไม่ยอมไปเรียน เขาเลือกที่จะทำงานในคอมมูนต่อ เพื่อช่วยที่บ้านทำงานสะสมแต้มไว้แลกกับอาหาร

“แม่ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันมีสิ่งที่คนอื่นไม่มี เราสามารถเอาข้าวของในมิตินี้ออกมาขายได้ และยังเอาของต่าง ๆ ไปเก็บไว้ในมิติได้ด้วย ความจริงแล้วฉันทำอาหารจานเนื้ออย่างที่ชาวบ้านพูดจริง ๆ นั่นแหละ แต่ฉันไหวตัวทันเลยเก็บทุกอย่างเข้ามิติ” หญิงสาวพูดไปก็ยิ้มตาหยีไป เพราะต่อจากนี้เธอไม่ต้องปิดบังอะไรอีกแล้ว และสามารถให้ทุกคนในครอบครัวได้กินอาหารดี ๆ แล้วเหมือนกัน

“จริงเหรอ” เด็กหนุ่มตาโตทันที เพราะไม่คิดว่าของวิเศษที่สาวจะน่าอัศจรรย์อย่างนี้

“จริงสิ นี่ไง” พูดจบเธอก็เรียกอาหารที่เธอทำไว้ออกมาไว้ที่โต๊ะตรงกลาง ก่อนจะพูดอีกว่า “ต่อจากนี้ไปพี่จะพยายามหาเงินเข้าบ้านให้ได้มากที่สุด และพี่ต้องส่งอาหมิงเรียนจนจบมหาวิทยาลัยให้ได้ อาหมิงก็ตั้งใจเรียนให้ดี ๆ ก็พอ” ซ่งอวี้เหมยบอกกับน้องชายและมองทุกคนสลับไปมา พร้อมทั้งยังให้คำมั่นสัญญา

“ครับพี่ใหญ่ ผมจะตั้งใจเรียน” เด็กหนุ่มตอบรับอย่างแข็งขัน

คนเป็นพ่อแม่ได้ยินได้เห็นแบบนี้ถึงกับน้ำตาซึม เพราะดีใจเหลือเกินที่ลูกสาวคนนี้เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ แถมยังมีมิติวิเศษอีก แต่ก็ไม่ลืมพ่อแม่และน้องชาย

“ถ้าอย่างนั้นเราขายของกันดีไหมแม่ ช่วงแรก ๆ ลองทำซาลาเปาขายก่อน หมู่บ้านเรามีตลาดนัดทุกห้าวัน อย่างน้อยก็ทำให้คนอื่นเห็นว่าบ้านเราทำการค้า หากต่อไปพวกเรากินอาหารดี ๆ ชาวบ้านจะได้ไม่คิดว่าฉันไปขโมยของคนอื่นอีกไงล่ะ”

พอเห็นว่าทุกคนในครอบครัวมีสีหน้าดีขึ้น ซ่งอวี้เหมยจึงชวนแม่มาทำซาลาเปาขายกัน

“งั้นพ่อจะทำงานแลกแต้มคนเดียวก็พอ จะให้เลิกทำตอนนี้ก็คงไม่ได้ เพราะทุกครอบครัวยังต้องส่งคนไปทำงานอย่างน้อยหนึ่งคน อวี้เหมยกับแม่ก็ไปหาทำของขายเถอะ ส่วนอาหมิงก็เตรียมอ่านหนังสือ เพื่อสอบเทียบเข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย และถ้าว่าง ๆ ก็ค่อยมาช่วยพี่กับแม่ทำของขาย เข้าใจไหม”

ซ่งไห่ถังแบ่งหน้าที่ให้ทุกคนอย่างชัดเจน เขาคนเดียวทำงานในทุ่งก็เพียงพอแล้ว เพียงเท่านี้ความสุขก็กลับเข้ามาที่บ้านซ่งอีกครั้ง

ซ่งอวี้เหมยมองหน้าพ่อแม่และน้องชายอย่างยินดีและมีความหวัง ต่อจากนี้ไป เธอหวังว่าทุกคนจะมีชีวิตที่ดี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel