นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s

76.0K · จบแล้ว
sanvittayam
40
บท
4.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เธอฟื้นขึ้นมาในร่างนางร้ายตัวประกอบ ที่ถูกตราหน้าว่าไร้ยางอาย ชะตากรรมคือความตายอนาถตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่ครั้งนี้เธอเลือกเขียนชะตาใหม่ ไม่แย่งชิง ไม่ก้มหัว ทุกการเหยียบย่ำ เธอคืนให้สาสม และยิ่งเธอไม่แลผู้ชาย…กลับยิ่งทำให้นายทหารผู้เย็นชาเลือกเธอด้วยหัวใจ! จากนางร้ายบ้านนอกผู้ถูกตราหน้าว่าไร้ยางอาย ครั้งนี้ซ่งอวี้เหมยจะไม่ยอมใคร เหยียบมา เหยียบกลับ ใส่ร้ายมา ร้ายกลับไม่โกงค่ะ! เรื่องราวจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ติดตามอ่านในเรื่องนี้ได้เลยค่ะ

นิยายรักโรแมนติกนิยายจีนโบราณนางเอกเก่งดราม่าพระเอกเก่งนิยายย้อนยุคคนธรรมดายุค80พึ่งพาตัวเอง

ตัวประกอบที่ถูกกำหนดให้ตาย

ตัวประกอบที่ถูกกำหนดให้ตาย

หมู่บ้านซงฮวา เมืองหงอู่ ปี 1983

ตอนนี้ที่หน้าบ้านซ่งกำลังเกิดความโกลาหล เนื่องจากชาวบ้านหลายคนกำลังตะโกนด่าใครบางคนที่อยู่ในบ้าน เนื่องจากไม่พอใจการกระทำของหญิงสาวที่ไร้ยางอาย นอกจากนี้เธอยังร้ายกาจจนคนในหมู่บ้านเบนหน้าหนี ไม่มีใครอยากคบหากด้วย

“ออกมาเดี๋ยวนี้นะนังอวี้เหมย เมื่อเช้าหล่อนรังแกลูกฉันอีกแล้วนะ แล้วยังหน้าด้านวิ่งไล่ตามผู้กองหานอีกต่างหาก ออกมาให้ฉันตบแก้แค้นเสียดี ๆ” หญิงคนหนึ่งทั้งทุบประตูและตะโกนเสียงดัง

“ใช่แล้ว เมื่อวานหล่อนขโมยไข่ไก่จากบ้านฉันไป รีบเอามาคืนฉันเดี๋ยวนี้นะ” อีกคนตะโกนเสียงดังไม่ต่างกัน

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านหลายคนมามองดูเหตุการณ์นี้อย่างชอบใจ

เสียงเอะอะโวยวายนี้ปลุกซ่งอวี้เหมยให้ตื่นขึ้นมา โดยที่ร่างกายของเธอยังมึนงงอยู่มาก แต่เมื่อลืมตาขึ้นมามองดูชัด ๆ กลับพบว่าเธอไม่ได้อยู่ที่ห้องเช่าของตัวเอง

“ที่นี่คือที่ไหนกัน”

หญิงสาวพึมพำออกมาอย่างมึนงง เพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ก่อนจะกวาดตารอบกาย เพื่อดูให้แน่ชัดอีกครั้ง เธอมองเห็นหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ติดเต็มไปหมด ภายในห้องมีเตียงเก่า และตู้เสื้อผ้าที่ดูเหมือนใกล้จะพังแล้ว

ขณะที่เธอกำลังเค้นความคิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น และควรจะตกใจดีไหม กับการได้มาอยู่ที่ไหนไม่รู้ แล้วสถานที่แห่งนี้เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่จู่ ๆ เธอก็ปวดหัวขึ้นมา

“โอ๊ย!!” หญิงสาวร้องพร้อมกับยกมือขึ้นกุมศีรษะอย่างเจ็บปวด ก่อนที่ร่างจะล้มลงไปนั่งกับพื้นอย่างทรงตัวไม่อยู่

แต่แล้วกลับมีภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ฉายชัดเข้ามาในหัวราวกับแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว ทำให้เธอรู้ว่านี่คือตัวละครตัวหนึ่ง ที่เคยอ่านในนิยายเรื่องหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ และเพิ่งอ่านได้ไม่กี่บทเอง

“เวรแล้วไง ฉันเข้ามาอยู่ในนิยายแถมยังเป็นนางร้ายตัวประกอบอีกเหรอเนี่ย” หญิงสาวยังคงพูดกับตัวเองอย่างเหลือเชื่อ

“ไม่น่าเชื่อ เคยพบเจอแต่กับนิยาย ไม่คิดว่าจะตัวเองจะเข้ามาอยู่ในนิยายเล่มนี้จริง ๆ แล้วจะต้องทำยังไงต่อดี” เธอถามตัวเองไปมาไม่หยุด ก่อนจะหันไปทางหน้าบ้านแล้วพูดอย่างหงุดหงิด

“อยากจะบ้าตาย แล้วเสียงที่โวยวายนั้นคงมาด่าร่างนี้อีกแล้วสินะ คนเขียนนิยายเรื่องนี้ก็ใจร้ายเกินไป ต่อให้เป็นนางร้ายตัวประกอบก็ไม่ควรจะให้เลวร้ายขนาดนี้ แค่ตามตอแยพระเอกของเรื่องก็น่ารังเกียจแล้ว นี่ยังขโมยอาหารคนอื่นกับรังแกเด็กอีกเหรอ ชีวิตจะบัดซบไปอีกแค่ไหนเนี่ย” เธอบ่นคนเขียนนิยายอย่างอดไม่ได้

จากนั้นก็ต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะอีก เพราะความทรงจำยังคงหลั่งไหลเข้ามา และเมื่อภาพความทรงจำเติมเต็มจบครบ เธอก็แทบอยากจะตายอีกครั้ง เพื่อให้ออกไปจากนิยายเรื่องนี้

“เห้อ...มาแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อใช่ไหม” หญิงสาวยังคงถามตัวเองเหมือนคนบ้า “เอาวะ ในเมื่อเข้ามาอยู่ในบทนางร้ายตัวประกอบแล้ว ฉันจะต้องเดินหน้าต่อโดยจะไม่ทำตัวเหมือนนางร้ายตัวประกอบคนนี้แน่ ฉันจะดีกับคนที่ดีกับฉัน แต่ใครร้ายมาฉันก็จะเอาคืนให้สาสม ฉันคือนางร้ายคนใหม่แล้ว”

เมื่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เธอจึงได้พยุงร่างตัวเองให้ลุกขึ้น แม้จะซวนเซเล็กน้อยแต่ก็ยืนได้อย่างมั่นคง ก่อนจะเดินออกมาหน้าบ้าน เพื่อพบเจอกับชาวบ้านกลุ่มนี้

“หล่อนออกมาแล้วเหรอ” หญิงสูงวัยที่โวยวายคนแรกพูดขึ้น เมื่อเห็นซ่งอวี้เหมยเดินออกมา สายตาของนางดูแล้วโกรธผู้หญิงตรงหน้าเหลือเกิน โดยมีชาวบ้านคนอื่นมองเธออย่างไม่พอใจเหมือนกัน

“นั่นสิ กล้ามากเลยนะที่ยังอยู่ในหมู่บ้านนี้” อีกคนพูดเสริมทันที

“อ้าวป้า ไม่ให้ฉันอยู่หมู่บ้านนี้แล้วจะให้ฉันไปอยู่ไหนล่ะ ที่แล้วมาฉันอาจจะทำผิดและนิสัยไม่ดี แต่ทุกครั้งที่ฉันก่อเรื่อง ครอบครัวฉันก็ชดใช้ให้ไม่ใช่เหรอ แล้วจะมาโวยวายทำไมกัน” ซ่งอวี้เหมยพูดออกมาตามความทรงจำที่มีของร่างเดิม ถึงแม้จะอ่านนิยายเรื่องนี้ไม่จบ แต่จากนี้ไปเธอพร้อมที่จะเดินเรื่องเอง

ชาวบ้านที่พูดสวนกลับก็อ้าปากจะเถียง แต่เธอก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน โดยเจาะจงไปที่ป้าคนแรก

“ส่วนเรื่องหลานสาวของป้า กลับไปถามเธอก่อนว่าใครหาเรื่องใครก่อน หากไม่โดนเล่นงานก่อน จะมีคนบ้าที่ไหนรังแกคนอายุน้อยกว่า” หญิงสาวสวนกลับอย่างหงุดหงิด เมื่อจำได้ว่าสาเหตุที่ร่างเดิมรังแกหลานสาวของหญิงสูงวัยตรงหน้า เพราะถูกเล่นงานก่อนอย่างไรล่ะ

เมื่อคำนี้หลุดออกมาจากหญิงร้ายกาจประจำหมู่บ้าน ทำให้ทุกคนในที่นี้มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีคนในหมู่บ้านรังแกลูกสาวบ้านซ่งคนนี้

“ส่วนเรื่องไข่ไก่ฉันยอมรับว่าเอาไปจริง เดี๋ยวจะใช้คืนให้ก็แล้วกัน” เธอหันไปตอบกลับป้าอีกคนอย่างเสียไม่ได้ ‘ในเมื่อเอาของเขามาก็ต้องใช้คืน เรื่องนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยง’ เธอคิดในใจ

พอเจอคำพูดสวนกลับที่มีเหตุผลของซ่งอวี้เหมย หญิงสูงวัยจึงได้หน้าเสีย ก่อนจะมองกันไปมา แต่เพราะไม่อยากเสียหน้า จึงได้หาเรื่องอื่นมาพูดอีก เพื่อที่จะสร้างความอับอายให้กับหญิงสาวตรงหน้า

“ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าหลานฉันจะเป็นคนหาเรื่องหล่อนก่อน หล่อนน่ะชอบก่อเรื่องและสร้างความอับอายไปทั่ว ขนาดผู้กองหาน หล่อนยังวิ่งไล่ตามจนน่าเกลียด จนเขาเบือนหน้าหนีเพราะความรังเกียจ ยังไม่รู้ตัวบ้างหรือไง”

เมื่อหาเรื่องหนึ่งไม่ได้ นางก็เลยหยิบยกเรื่องนี้ออกมาพูด เพื่อที่จะให้หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกอับอายมากขึ้น

แต่เหมือนนางจะคิดผิด เพราะซ่งอวี้เหมยกลับยืนกอดอกมองด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะพูดขึ้นมาเสียงดังฟังชัด คล้ายกับจะประกาศให้คนในหมู่บ้านนี้รู้ว่า

“เอาล่ะ ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ต่อให้โลกนี้จะมีผู้ชายคนนี้เพียงคนเดียว ฉันก็จะไม่เหลียวแลเขาอีก ต่อไปฉันจะเอาเวลาที่วิ่งไล่ตามตอแยเขา ไปทำมาหากินดีกว่า ส่วนพวกป้า ๆ ทั้งหลายจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ”

หญิงสาวพูดจบก็ยักไหล่คล้ายกับไม่สนใจ

‘ไม่ว่าสิ่งใดที่เป็นเรื่องแย่ ๆ ที่เจ้าของร่างเดิมกระทำมาก่อนหน้านี้ ซ่งอวี้เหมยคนนี้ไม่คิดที่จะทำตามอีก เพราะฉันไม่ต้องการตายเหมือนในนิยายอย่างไรล่ะ ต่อไปนี้ ฉันจะไม่ทำให้ครอบครัวอับอายและเสื่อมเสียชื่อเสียงอีกแล้ว พอกันทีกับการวิ่งไล่ตามพระเอกของเรื่อง’

หญิงสาวพูดในใจคล้ายกับปฏิญาณและให้คำมั่นสัญญากับตนเอง