ตอนที่ 6 วันที่แพรไหมเกิด..
แสงไฟจากหน้ารถกระบะลับหายไปในความมืด เหลือไว้เพียงความเงียบสงบที่โรยตัวลงปกคลุมบ้านไม้หลังเก่า มัดหมี่เดินกลับเข้ามาในบ้าน ล็อกประตูหน้าบ้านอย่างแน่นหนา เธอมองดูคราบน้ำเกลี้ยงและหยดเลือดแห้งกรังบนพื้นไม้ด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะก้าวผ่านมันไปโดยไม่คิดจะเช็ดถู
ตลอดทั้งคืนนั้น มัดหมี่นอนอยู่หลังตู้เสื้อผ้าเพียงลำพัง เสียงลมพัดตึงตังกระทบฝาบ้านไม้ทำให้บ้านทั้งหลังสั่นไหว แต่เด็กหญิงกลับนอนหลับตาแน่น ไม่ไหวติง ไม่มีใครโทรศัพท์กลับมาบอกข่าว ไม่มีใครสนใจว่าเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบจะกินข้าวหรือนอนหลับได้อย่างไรในบ้านที่มืดมิด
วันรุ่งขึ้น พ่อกลับมาที่บ้านเพียงลำพังเพื่อเก็บเสื้อผ้าและของใช้เพิ่มเติม ใบหน้าของพ่อเต็มไปด้วยร่องรอยความอ่อนเพลีย แต่ดวงตากลับฉายแววปลื้มปิติอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พ่อบอกเพียงสั้น ๆ ว่า แม่คลอดน้องแล้ว เป็นผู้หญิง ตัวเล็กน่ารัก ปลอดภัยดีทั้งแม่และลูก พ่อรีบร้อนเก็บของใส่กระเป๋าโดยไม่แม้แต่จะถามมัดหมี่ว่าเมื่อคืนอยู่ อย่างไร หรือกินอะไรหรือยัง
"แกเฝ้าบ้านไปนะมัดหมี่" พ่อสั่งขณะสะพายกระเป๋า
"ไม่ต้องไปโรงพยาบาล ค่าห้องพิเศษมันแพง น้าชาญเขาช่วยขับรถไปส่งเฉย ๆ พ่อไม่อยากให้ใครไปวุ่นวาย เดี๋ยวเอากลิ่นอับกลิ่นสาบจากบ้านไปติดห้องพักฟื้น"
มัดหมี่ทำเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ เธอไม่ได้เอ่ยปากขอตามไป ทั้งที่ใจจริงเธออยากเห็นหน้าน้องสาวคนที่พ่อกับแม่ยอมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้เหลือเกิน
ตลอดสามวันที่แม่พักฟื้นอยู่โรงพยาบาล มัดหมี่ไม่เคยได้ก้าวขาออกจากบ้านไปดูหน้าน้องเลยสักครั้ง เธอถูกทิ้งให้อยู่บ้านเพียงลำพัง มีหน้าที่กวาดบ้าน ถูบ้าน และรับจ้างแพ็กขนมใส่ถุงรอพ่อกลับมารับไปขาย
จนกระทั่งวันที่พ่อกับแม่พาแพรไหมกลับมาถึงบ้าน...
เสียงรถยนต์เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน มัดหมี่รีบวิ่งไปเปิดประตูด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ทั้งน้อยใจ สงสัย และอยากรู้อยากเห็น ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือพ่อที่คอยประคองแม่เดินขึ้นเรือนด้วยความทะนุถนอม ขณะที่แม่กำลังตระกองกอดทารกน้อยในอ้อมอกไว้แน่น ผ้าห่อตัวผืนนุ่มสีชมพูพาสเทลปักลายดอกไม้สวยงาม หมวกไหมพรมและถุงมือถุงเท้าเข้าชุดกันอย่างดี ทุกอย่างเป็นของใหม่เอี่ยมที่สั่งซื้อจากห้างสรรพสินค้าในเมือง ของพวกนี้...คือสิ่งที่มัดหมี่ไม่เคยได้รับเลยสักชิ้นตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา
เสื้อผ้าของมัดหมี่ทุกตัว คือเสื้อผ้าเก่าที่รับบริจาคมาจากคนข้างบ้าน หรือไม่ก็เป็นชุดนักเรียนมือสองที่ตัวใหญ่เกินขนาดจนต้องใช้ เข็มกลัดติดไว้
"แม่จ๊ะ..." มัดหมี่เอ่ยเรียกเสียงเบาหวิว ความเป็นเด็กทำให้เธอยังก้าวขาเข้าไปใกล้ด้วยความหวังเล็ก ๆ
"หมี่...หมี่ขอดูหน้าน้องหน่อยได้ไหมจ๊ะ"
เด็กหญิงยื่นมือที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นจากการถูบ้านออกไป หวังจะได้แต้มสัมผัสทารกตัวเล็กตรงหน้า แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของเธอจะแตะถูกผ้าห่อตัว แม่ก็เอี้ยวตัวหลบอย่างรวดเร็ว ใบหน้าอ่อนโยนเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดดุจัดทันตาเห็น
"อย่ามาจับนะมัดหมี่!" แม่ตวาดเสียงแข็ง ดึงแพรไหมเข้าหาตัวแน่นขึ้น
"ดูเนื้อตัวแกสิ สกปรกมอมแมมไปหมด ไปทำอะไรมาฮะ เหม็นกลิ่นเหงื่อกลิ่นสาบตัวจะแย่ อย่ามาใกล้หน้าน้องนะ เดี๋ยวเชื้อโรคติดน้องขึ้นมาจะทำยังไง!"
มัดหมี่ชะงักมือค้างในอากาศ ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความตื่นตระหนก
"หมี่...หมี่แค่ถูบ้านรอแม่จ้ะ หมี่ล้างมือแล้ว..."
"ล้างแล้วก็ยังสกปรก!" พ่อที่เดินตามหลังมาดุซ้ำพลางใช้มือดันไหล่มัดหมี่ให้ถอยห่างออกไป
"แกไปยืนห่าง ๆ เลยไป เดินเหินก็ซุ่มซ่าม ตัวก็เหม็นเหงื่อ ขนมที่สั่งให้แพ็กเสร็จหรือยังฮะ มัวแต่จะมาเสนอหน้าอุ้มน้อง ถ้าทำน้องตกหรือทำน้องเจ็บขึ้นมา แกมีปัญญาชดใช้ไหม!"
คำพูดของพ่อเหมือนเข็มเล่มโตที่ทิ่มแทงลงกลางใจ มัดหมี่มองดูพ่อที่รีบกุลีกุจอไปเปิดพัดลมและปรับหมอนให้แม่บนเตียงนุ่ม มือของพ่อคอยเช็ดเหงื่อให้แม่ สายตาเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น ซึ่งเป็นสายตาที่มัดหมี่ไม่เคยได้รับเลยสักครั้งในชีวิต
เจ็ดปีที่ผ่านมา มัดหมี่จำได้เพียงสายตาที่มองมาอย่างจับผิด ความตึงเครียดเรื่องหนี้สิน และคำดุด่าเมื่อเธอทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ แต่บัดนี้ บรรยากาศเหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มแสนหวานและเสียงหัวเราะหยอกล้อที่มีให้แก่เด็กทารกที่ชื่อแพรไหม
"ดูสิพี่...แพรไหมแก้มยุ้ยน่ารักจริง ๆ" แม่พูดด้วยน้ำเสียงหวานหยด นัยน์ตาไหวระริกด้วยความเอ็นดู
"สมแล้วที่เป็นตัวนำโชคของบ้านเรา พอแพรไหมเกิดมา ป้าเพ็ญก็ติดต่อเหมาขนมเราไปลงงานใหญ่ทันที ได้เงินก้อนโตมาจ่ายค่าห้องพิเศษสบาย ๆ"
"จริงอย่างที่แกพูดเลย" พ่อหัวเราะร่าไร้ร่องรอยความเครียด
"หลวงตาท่านแม่นจริง ๆ แพรไหมนี่แหละคือนางฟ้าตัวน้อยที่จะพาบ้านเราไปสู่ความรวย พี่ตั้งชื่อ แพรไหม ให้ สมกับความนุ่มนวลและมีราคาของลูกเรา"
มัดหมี่ยืนนิ่งอยู่มุมห้อง มือสองข้างประสานไว้หน้าชุดนักเรียนสีซีด เธอมองดูภาพความอบอุ่นตรงหน้าด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนและร้าวรานในอก สายตาที่พ่อและแม่ใช้มองแพรไหม มันคือสายตาของ "พ่อแม่ที่รักลูกสุดหัวใจ" ขณะที่สายตาที่ใช้มองมาที่เธอ...มันค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
มันไม่ใช่สายตาที่มองลูกสาวอีกต่อไปแล้ว...แต่มันคือสายตาที่มอง "คนรับใช้" ที่มีหน้าที่รับฟังคำสั่งและทำงานให้บรรลุเป้าหมายเท่านั้น
"มัดหมี่!" เสียงแม่ร้องเรียกดังมาจากบนเตียง น้ำเสียงดุดันปราศจากความหวานหยดเมื่อครู่
"ยืนบื้ออยู่ทำไมฮะ! ไปเอาน้ำอุ่นใส่กะละมังมา แล้วก็หยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ในตู้มาให้ฉันด้วย ฉันจะเช็ดตัวให้น้อง"
"จ้ะแม่..." มัดหมี่รับคำ ร่างเล็กหมุนตัวเดินไปจัดการตามสั่งอย่างรวดเร็ว
เธอค่อย ๆ ยกกะละมังใส่น้ำอุ่นเข้ามาในห้องอย่างระมัดระวังที่สุด เกร็งกล้ามเนื้อแขนขาทุกส่วนเพื่อไม่ให้น้ำกระฉอกแม้แต่หยดเดียว เพราะรู้ดีว่าหากน้ำหยดลงพื้นแม้แต่หยดเดียว เธอจะถูกด่าทออย่างหนัก
"นี่จ้ะแม่ น้ำอุ่นกับผ้าเช็ดตัว"
แม่รับผ้าเช็ดตัวไปโดยไม่หันมามองหน้า ไม่แม้แต่จะเอ่ยคำขอบคุณสักคำ แม่ค่อย ๆ ปลดผ้าห่อตัวของแพรไหมออกด้วยความเบามือ ราวกับกลัวว่าผิวบาง ๆ ของทารกจะบอบช้ำ มัดหมี่ยืนมองอยู่ข้างเตียงด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
"แม่จ๊ะ...น้องแพรไหมตัวเล็กนิดเดียวเองเนอะ" มัดหมี่ลองเอ่ยชวนคุยอีกครั้ง พยายามหาเศษเสี้ยวความสัมพันธ์ในฐานะพี่สาว
"เด็กทารกก็ตัวเล็กแบบนี้ทุกคนนั่นแหละ แกจะยืนค้ำหัวแม่ทำไมฮะ" แม่ปั้นหน้ายักษ์ใส่ทันที
"งานในครัวเสร็จหรือยัง ขนมที่พ่อแกจะเอาไปส่งพรุ่งนี้ แพ็กใส่ถุงเรียบร้อยแล้วหรือยัง!"
"หมี่...หมี่แพ็กเสร็จไปครึ่งหนึ่งแล้วจ้ะ เหลืออีกนิดหน่อย"
"เหลืออีกนิดหน่อยแล้วทำไมไม่ทำให้เสร็จ!" เสียงแม่เข้มขึ้น
"จะมายืนอ้อร้ออยู่นี่ทำไม รู้ไหมว่าตอนนี้พวกเราต้องรีบทำขนมส่งลูกค้า หาเงินมาซื้อนมผงแพง ๆ ให้น้องแก ถ้าน้องไม่มีนมกินเพราะแกทำงานช้า แกรับผิดชอบไหวไหม!"
"หมี่ขอโทษจ้ะแม่ หมี่จะรีบไปทำเดี๋ยวนี้จ้ะ" มัดหมี่ก้มหน้างุด ความอดทนกอดเก็บความน้อยใจไว้ในอก เธอหมุนตัวจะเดินออกจากห้อง
"เดี๋ยวก่อน!" เสียงแม่ทักขึ้นอีกครั้ง มัดหมี่หันกลับมา
"จ้ะแม่..."
"คืนนี้ถ้าน้องร้องไห้กวนแม่ แกต้องรีบลุกขึ้นมาช่วยชงนมนะ รู้ไหม" แม่สั่งงานเป็นชุด
"แม่เหนื่อยจากการคลอด พ่อแกก็เหนื่อยวิ่งหาเงิน แกเป็นพี่ต้องรู้จักช่วยงานบ้าน ช่วยเลี้ยงน้อง เข้าใจไหม!"
"จ้ะ...หมี่เข้าใจจ้ะ"
คำว่า 'เข้าใจ' กลายเป็นความจำยอมของมัดหมี่ไว้อีกครั้ง เธอเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานในครัว ก้มหน้าก้มตาหยิบขนมใส่ถุงพลาสติกและใส่ยางรัดอย่างขยันขันแข็ง มือเล็ก ๆ วัยเจ็ดขวบเริ่มถูไถจนเป็นรอยแดงตึง แต่เธอก็ไม่กล้าหยุดพัก
เธอมองออกไปนอกหน้าต่างครัว เห็นแสงแดดที่เริ่มอุ่นขึ้น แต่หัวใจของเธอกลับเย็นชืดลงเรื่อย ๆ ความจริงที่แสนเจ็บปวดปรากฏชัดเจนขึ้นทุกที...ในบ้านหลังนี้ แพรไหมคือนางฟ้าตัวน้อยที่ทุกคนพร้อมจะทุ่มเทมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ ส่วนเธอ มัดหมี่ คือเงาที่ถูกผลักไส มีตัวตนอยู่เพียงเพื่อทำหน้าที่รับใช้และแบ่งเบาภาระเท่านั้น และเงาดวงนี้...จะไม่มีวันได้รับความรักจากพ่อแม่อีกต่อไป
