บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 ประตูที่ปิดลง...เหลือเพียงฉันกับความมืด

"พ่อ" แม่ร้องขึ้นมาทันที น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นความตระหนกตกใจอย่างรุนแรง

"โอ๊ย! พ่อมัน! เจ็บ... เจ็บท้อง!"

พ่อหันขวับไปมองแม่ทันที ใบหน้าที่เพียงครู่ก่อนเต็มไปด้วยความดุร้ายและความไม่พอใจเมื่อสบตากับลูกสาวคนโต เปลี่ยนไปในพริบตา เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก ความห่วงใย และความหวาดกลัวอย่างสิ้นเชิง แววตาที่มัดหมี่ไม่เคยได้เห็นสีหน้าแบบนี้สักครั้งเมื่อพ่อหันมามองเธอ พ่อรีบก้าวกระโดดเข้ามานั่งขอบเตียง จับมือแม่ทั้งสองข้างไว้แน่นราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะหลุดลอยหายไป

"เป็นอะไรไป เจ็บตรงไหน! เจ็บมากไหม!!" พ่อถามซ้ำไปซ้ำมา น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความห่วงใยชนิดที่มัดหมี่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต ความอ่อนโยน ความร้อนรน ความทุกข์ใจที่เห็นคนรักเจ็บปวด ทั้งหมดนี้พ่อแสดงออกอย่างเปิดเผยโดยไม่คิดจะซ่อนเร้น

"มัน... มันปวดเกร็งขึ้นมาอีกแล้วพี่! โอ๊ย! คราวนี้มันปวดถี่มาก... เหมือนบีบตัวบีบตับ... เหมือน... เหมือนมีน้ำอะไรไหลออกมาด้วย!" แม่ร้องโอดครวญเสียงดังลั่นห้อง ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด มือจับท้องนูนแน่นจนขาวซีด

พ่อก้มลงมองที่พื้นไม้กระดานอย่างหวาดเสียว พบว่ามีน้ำเมือกใสปนสีเลือดจาง ๆ ซึมไหลออกมาจากใต้กระโปรงยาวของแม่ เปียกชื้นลงบนฟูกและพื้นไม้ ใบหน้าของพ่อซีดเผือดลงทันที ริมฝีปากสั่นจนพูดแทบไม่ออก

"น้ำเดินแล้ว... น้ำคร่ำจะแตกแล้ว!" พ่อกระซิบเสียงหลง ก่อนจะตะโกนออกมาอย่างทำอะไรไม่ถูก

"ตายแล้ว! คลอดก่อนกำหนดหรือเปล่าเนี่ย หมอบอกเมื่อคราวตรวจครรภ์ว่ากำหนดอีกสัปดาห์หน้าไม่ใช่เหรอ! ทำไมถึงเริ่มแล้วตอนนี้!

"โอ๊ย! พี่! ฉันเจ็บ... เจ็บจนทนไม่ไหวแล้ว! ช่วยด้วย จะเป็นอะไรไหมพี่! เขาจะปลอดภัยใช่ไหมพี่!" แม่ร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว มือทั้งสองข้างกำเสื่อผืนเก่าจนเป็นปม

"ไม่เป็นไรนะ! ใจเย็น ๆ ไว้! หายใจเข้าลึก ๆ เหมือนที่หมอสอน! ต้องปลอดภัยแน่นอน! นางฟ้าตัวน้อยของเราต้องไม่เป็นอะไร!" พ่อละล่ำละลักปลอบประโลม มือสั่นเทาขณะพยายามประคองแม่ให้ลุกขึ้นพอจะเคลื่อนย้ายได้

"กูจะไปตามรถกระบะน้าชาญเดี๋ยวนี้! ไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย ไม่ช้ากว่านี้แน่!"

ทันทีที่พ่อพูดจบ หันไปมองคนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างประตู มัดหมี่ สายตาที่อ่อนโยนเพียงกะทันหันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเหมือนฟ้าผ่ากลางแจ้ง ความโกรธ ความรำคาญ และความโทษที่หาทางระบาย ตกลงมาที่เด็กหญิงคนเดียว พ่อตรงเข้ามาจับไหล่บางเผือกของเธอแน่นจนเจ็บปวด เขย่าตัวเล็ก ๆ อย่างแรงจนเธอโยกคลอนไปข้างหน้าข้างหลัง

"มัดหมี่! มึงเห็นไหม! เพราะมึง!" พ่อตวาดใส่หน้าเธอเสียงดังก้องจนแก้วหูของเด็กหญิงกึกก้อง

"เพราะมึงชวนแม่มึงทะเลาะกันตั้งแต่เช้า มึงทำให้แม่มึงเครียดจนน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด ถ้าน้องมึงเป็นอะไรไป ถ้านางฟ้าของบ้านเราเป็นอะไรไป กูไม่เอามึงไว้แน่! กูไม่ให้อภัยมึงตลอดชีวิต!"

มัดหมี่ยืนนิ่ง ร่างกายถูกแรงเขย่าจนสั่นสะเทือนไปทั้งตัว แต่ดวงตาของเธอกลับนิ่งสนิทเหมือนน้ำนิ่งในบ่อที่ไม่มีคลื่น ไม่มีแม้แต่น้ำตาหยดเดียวที่จะไหลออกมา ความกลัว ความตกใจ ความเสียใจที่เคยผุดขึ้นในใจ บัดนี้ถูกคำพูดที่เผ็ดร้อนนั้นเผาผลาญจนเถ้าถ่าน เธอรู้ว่าการป้องกันตัวเองจะไร้ความหมายทันท

"ยืนบื้ออยู่ทำไม!" พ่อผลักไหล่เธอออกอย่างแรงจนเธอเสียหลักล้มลงไปกระแทกขอบตู้ไม้เนื้อแข็ง เสียงดัง พลั่ก! ก้องกังวาน ความเจ็บปวดแล่นริ้วร้อนแปลบขึ้นมาจากสะโพกและแขนที่เสียดสีกับขอบไม้คมกริบ แต่ปากเล็กบิดแน่น ไม่มีเสียงร้องรอดออกมาแม้แต่คำเดียว

"ไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของน้องกับแม่มึงมา" พ่อสั่งเสียงล้งเล้ง ขณะรีบวิ่งผ่านหน้าเธอออกไปทางประตูหน้าบ้านโดยไม่หันกลับมามอง

"หยิบถุงผ้าอ้อมเนื้อนุ่มที่กูซื้อมาจากในเมืองมาใหม่ด้วย อย่าเอาของเก่ามาปนกันเด็ดขาด! แล้วมึงก็นั่งเฝ้าบ้านอยู่ตรงนี้แหละ! ไม่ต้องกะเสือกกะสนตามไปโรงพยาบาล "

เสียงรองเท้ายางกระทบพื้นดังรัวเร็วจนห่างลางไป พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกน้าชาญเพื่อนบ้านข้างเคียงดังลั่นไปทั่วซอยตอนเย็นที่กำลังมืดลง

ในห้องนอนเล็ก ๆ ที่เหลือเพียงแสงสลัวจากตะเกียง มัดหมี่คลุกคลานลุกขึ้นช้า ๆ บริเวณที่กระแทกยังไม่ทันช้ำ แต่ใจที่ถูกกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่าช้ำบาดาลกว่ามาก เธอมองไปที่เตียง แม่นอนคุดคู้บิดตัวไปมาด้วยความเจ็บปวด มือทั้งสองข้างกดที่หน้าท้องนูนขาว ดวงตาที่บัดนี้แดงก่ำมองตรงมาที่เธอ ไม่ใช่ด้วยความขอความช่วยเหลือ แต่ด้วยสายตาแห่งความเกลียดชังที่ชัดเจน

"มัดหมี่... โอ๊ย... มึงมันตัวซวยจริง ๆ ..." แม่พึมพำลอดไรฟันออกมาทั้งน้ำตาเสียงสะอื้น

"ตั้งแต่กูท้องมึง... ตั้งแต่มึงเกิดมา บ้านเราก็ไม่เคยร่มเย็นเป็นสุข... ยากจน ขาดสิ่งของ มีแต่เรื่องเดือดร้อน... พอจะมีความหวังกับน้องคนนี้... มึงก็ยังจะมาทำให้เขาต้องเป็นอันตราย... ตัวซวย... ตัวซวยที่แท้จริง..."

คำพูดที่แผ่วออกมาพร้อมกับเสียงครวญครางทุกคำ ตอกย้ำลงไปในใจของเด็กหญิง เธอไม่ได้ตอบโต้ ไม่ได้อ้างอิงอะไร เพียงแค่ลุกยืนได้แล้วก้าวเดินตรงไปที่มุมห้องที่พ่อกับแม่จัดเตรียมของไว้ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ก่อน กระเป๋าผ้าสีขาวสะอาด ด้านในเต็มไปด้วยชุดเด็กอ่อนสีขาวนวลเนียน ผ้าอ้อมที่ซักตากเรียบร้อยนุ่มฟู ขวดนมแก้วยี่ห้อดีที่หาซื้อได้ในตัวเมือง และผ้าห่มเนื้อผ้าคอตอนนำเข้าที่พ่อเอาเงินก้อนสุดท้ายไปแลกมา ทุกชิ้นได้รับการจัดเตรียมอย่างดิบดีทุกอย่าง เตรียมไว้สำหรับคนที่พวกเขารอคอย

มัดหมี่ยกกระเป๋าใบนั้นขึ้นมาอย่างเบามือที่สุด วางไว้ข้างขอบเตียงใกล้มือแม่ที่กำลังเจ็บปวดอยู่ โดยไม่พูดอะไรสักคำ ไม่มีเสียงขอโทษ ไม่มีเสียงร้องขอความเมตตา เธอรู้แล้วว่ามันไม่มีความหมาย

ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงเครื่องยนต์รถกระบะก็ดังเข้ามาจอดพรวดที่หน้าบ้าน พ่อวิ่งเข้ามาพร้อมกับน้าชาญเพื่อนบ้าน ทั้งสองช่วยกันประคองแม่ที่กำลังบิดตัวทรมานออกไปขึ้นท้ายรถอย่างทุลักทุเล พ่อโอบอุ้มแม่ด้วยความระมัดระวังที่สุด ราวกับกำลังถือแก้วจอกที่บอบบางที่สุดในโลก ปลอบประโลมคำพูดอ่อนหวานตลอดทาง

"ระวังหน่อยนะพี่ชาญ! ค่อย ๆ ขับนะ! อย่าให้กระเทือน! เมียผมเจ็บมากแล้ว!" เสียงพ่อตะโกนบอกท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์

ก่อนที่ประตูจะปิดลง พ่อหันกลับมามองเธอที่ยืนนิ่งอยู่ที่ชานบ้าน มือยันเสาไม้เก่าแก่ สายตาของพ่อไม่ได้มองด้วยความห่วงใยที่ทิ้งลูกไว้ตามลำพัง แต่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความอาฆาต

"มึงเฝ้าบ้านไว้ให้ดี!" พ่อตะคอกสั่งเสียงดังลั่น

"อย่าให้ของหายสักชิ้นเดียว! แล้วก็สวดมนต์ภาวนาให้น้องปลอดภัย! ถ้าน้องเป็นอะไรไปเพราะมึง มึงโดนดีแน่! กูไม่ให้มึงอยู่ที่นี่อีกต่อไป!"

ปัง!

เสียงประตูรถปิดลงดังสนั่น ตามด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่เร่งกระหึ่ม รถกระบะคันนั้นพาพ่อแม่และความหวังทั้งหมดของบ้านหลังนี้ทะยานออกไป รีบเร่งสู่ที่ที่จะได้รับการดูแลรักษา ทิ้งไว้เพียงควันสีเทาลอยจางหายไปพร้อมกับแสงแดดยามเย็นที่ค่อย ๆ เลือนลางลง และความเงียบเหงาที่หนักแน่นกว่าเดิมทวีคูณ

มัดหมี่ยืนนิ่งอยู่ที่ขอบบ้านจนรถลับสายตา ลมเย็นย่ำค่อย ๆ พัดมาบรรเลงผ่านเสื้อผ้าบาง ๆ ที่ไม่ป้องกันความหนาวได้เลย เธอมองตามไฟท้ายสีแดงที่เลือนลางจนหายไปที่โค้งปากซอย ไม่มีเสียงร้องเรียกตาม ไม่มีมือเช็ดน้ำตา เพราะไม่มีน้ำตาเหลือให้ไหลแล้ว

รอบกายเงียบสงบ... เงียบจนได้ยินเสียงจักจั่นเริ่มร้องไกล ๆ และเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นอย่างช้า ๆ สม่ำเสมอ ไม่เร่งรีบ ไม่ทุกข์ร้อน อาจจะเพราะเหนื่อยล้าจนไม่เหลือพลังที่จะร้องไห้อีกแล้ว

ก้าวเข้าสู่มุมมืดของครัว มองเห็นกะละมังใบเดิมที่ยังมีจานเหลืออยู่ กระทะทองหยิบใบที่ยังไม่เสร็จคราบน้ำตาลไหม้ติดแน่นเป็นสีน้ำตาลเข้มขอบดำ เหอยื่นมือลงสู่น้ำเย็นที่เริ่มอุ่นจืด มือที่มีรอยแผลเป็นเล็ก ๆ ตรงปลายนิ้วจับฝอยขัดหม้อ ขัดถูไปเรื่อย ๆ อย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน ไม่มีใครเร่ง ไม่มีใครด่า เสียงขัดถูเบา ๆ ดังก้องกังวานในห้องครัวที่เงียบเหงา

หัวใจดวงน้อยที่เคยโหยหาความรัก ความอบอุ่น คำปลอบประโลมจากพ่อแม่ บัดนี้ปิดประตูลงอย่างสนิทสนิท เธอเข้าใจอย่างแจ่มชัดแล้ว ต่อให้น้องคนนั้นยังไม่ทันลืมตาดูโลก เขาคือแก้วตาดวงใจที่ทุกคนรอคอย เขาคือความหวัง ความรัก และอนาคตของพวกเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไร เขาก็คือ 'ลูก'

ส่วนเธอ... มัดหมี่... เด็กหญิงที่เติบโตมากับความยากลำบากที่พ่อแม่ไม่อาจทนมอง ยังคงเป็นเพียงคนที่เกิดมาผิดเวลา เป็นภาระที่บังเกิดผลจากความยากจน เป็นคนอาศัยที่ต้องขอบคุณที่มีที่ซุกหัวนอน แม้จะเป็นเพียงมุมหลังผ้าม่านสีคล้ำ... และต่อจากนี้ไป เธอจะไม่ร้องขอความรักจากใครอีก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel