บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 รอยแผลที่มองไม่เห็น 2

จนกระทั่งบ่ายวันเสาร์หนึ่งในเดือนที่ท้องของแม่แก่จัด ลมร้อนพัดเอาฝุ่นอบอ้าวเข้ามาทางหน้าต่างไม้ มัดหมี่ยืนอยู่หน้าเตาแก๊สในครัวเล็ก ๆ อากาศที่ร้อนชื้นผสมกับกลิ่นควันไฟทำให้เหงื่อไหลซึมเต็มแผ่นหลังเล็ก มือทั้งสองข้างถูไถกะละมังพลาสติกใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยจานชามและหม้อต้มขนม

"มัดหมี่! เสร็จหรือยัง!" เสียงแม่ดังแผดมาจากในห้องนอน เสียงนั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิดดุดันเหมือนเช่นเคย

"งานแค่นี้ทำไมช้าจริงฮะ! กูสั่งให้ไปต้มน้ำร้อน ถูพื้น แล้วเตรียมซักผ้า ตั้งแต่เช้าแล้ว ทำไมป่านนี้จานยังเต็มกะละมังอยู่!"

มัดหมี่สะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบเช็ดฟองแฟ้บบนมือกับผ้าเช็ดมือเก่า ๆ แล้วก้าวยาว ๆ ออกมาจากครัว เดินตรงไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องนอนของพ่อกับแม่

"หมี่ล้างใกล้เสร็จแล้วจ้ะแม่... เหลือแค่กระทะต้มทองหยิบอีกใบเดียว" มัดหมี่ตอบเสียงเบา พยายามระวังคำพูดไม่ให้กวนใจผู้เป็นแม่

แม่นั่งอยู่บนเตียงไม้ ท้องนูนโย้ดันเสื้อผ้ายืดตัวใหญ่จนตึงแน่น ใบหน้าของแม่บึ้งตึงเหงื่อผุดซึมตามไรผม แม่ใช้พัดสานโบกไปมาอย่างเร่งร้อนด้วยความหงุดหงิด สายตามองมาที่มัดหมี่อย่างจับผิด

"กระทะใบเดียวทำไมล้างเป็นชั่วโมง" แม่ตวาดขัดขึ้นมา

"มัวแต่ใจลอย คิดอะไรอยู่ฮะ กูนอนอึดอัดเจ็บท้องแป๊บ ๆ อยู่ตรงนี้ มึงเคยสนใจกูบ้างไหม! วัน ๆ เอาแต่เดินเหินเชื่องช้า ทำตัวเป็นภาระ กูบอกกี่หนแล้วว่าครรภ์นี้เป็นครรภ์สำคัญ ถ้าน้องเป็นอะไรไปเพราะมึงเกี่ยงงาน มึงรับผิดชอบไหวไหม!"

มัดหมี่กำมือแน่นข้างลำตัว สายตามองต่ำลงที่พื้นไม้กระดาน

"หมี่ไม่ได้ใจลอยจ้ะ... หมี่เร่งทำสุดกำลังแล้ว"

"อย่ามาเถียงกูนะ!" แม่ตบลงบนฟูกเต็มแรงจนเกิดเสียงดังตับ

"มัดหมี่! ยิ่งโตยิ่งรำคาญตาจริง ๆ เถียงคำไม่ตกฟาก! ถ้าน้องมึงคลอดออกมาแล้วมึงยังทำตัวซุ่มซ่าม เกี่ยงการเกี่ยงงานแบบนี้ กูจะตีมึงให้เนื้อหลุดเลย คอยดู!"

"เกิดอะไรขึ้น เสียงดังไปถึงหน้าบ้าน!"

เสียงพ่อดังแทรกเข้ามาพร้อมกับเสียงประตูบ้านเปิดออก พ่อเดินก้าวยาว ๆ เข้ามาในบ้าน มือถือกระดาษสมุดบัญชีและถุงใส่ยาจากคลินิก ใบหน้าของพ่อเครียดขรึมและฉายแววเหน็ดเหนื่อย เมื่อเห็นแม่นั่งหน้าดำหน้าแดงอยู่บนเตียง พ่อก็รีบปราดเข้าไปหาทันที โดยมองผ่านมัดหมี่ไปราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ

"พี่... ดูลูกสาวแสนดีของพี่สิ!" แม่รีบฟ้องทันที น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นตัดพ้อ

"ฉันสั่งให้มันล้างจาน ทำงานบ้าน เตรียมของรอน้อง มันก็ทำเชื่องช้า พอพูดนิดพูดหน่อยก็ทำหน้าตึงใส่กู เถียงคำไม่ตกฟาก นี่กูเจ็บท้องเตือนตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะพี่ มันไม่เคยถามกูสักคำว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีแต่นั่งเหม่อ"

พ่อหันขวับมาจ้องมัดหมี่ด้วยสายตาดุดัน วิทย์ก้าวเข้ามาหาลูกสาวคนโตแล้วชี้นิ้วใส่หน้าเธอจนแทบชนจมูกเล็ก ๆ

"มัดหมี่! มึงนี่มันยังไงฮะ" พ่อตวาดเสียงดังลั่นบ้าน

"แม่มึงอุ้มท้องน้องมึงอยู่ ลำบากขนาดไหนมึงไม่เห็นเหรอ! มึงเจ็ดขวบแล้ว ไม่ใช่เด็กสามขวบ งานบ้านแค่นี้แบ่งเบาไม่ได้เลยหรือไง! ทำไมต้องให้แม่มึงมานั่งอารมณ์เสียเสียสุขภาพจิตฮะ!"

"พ่อจ้ะ... หมี่ทำทุกอย่างแล้วจริง ๆ ..." มัดหมี่พยายามเค้นเสียงออกมา แม้ในใจจะรู้ดีว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์

"หมี่กวาดบ้าน ถูบ้าน ต้มน้ำร้อนไว้ให้แม่ตั้งแต่เช้าแล้ว... เหลือแค่จานในครัวนิดเดียวเอง..."

"กูไม่ได้ถามว่ามึงทำอะไรไปแล้วบ้าง!" พ่อตะคอกกลับอย่างไม่แยแส

"กูถามว่าทำไมมึงต้องทำให้แม่มึงอารมณ์เสีย มึงรู้ไหมว่าหมอบอกว่าอะไร สุขภาพจิตของแม่มึงส่งผลต่อเด็กในท้องโดยตรง! ถ้าน้องในท้องเปรอะเปื้อนความเครียด คลอดออกมาไม่แข็งแรง หรือเป็นอะไรไป มึงจะรับผิดชอบยังไงฮะ! ตัวแค่นี้มีปัญญาหาเงินมารักษาน้องไหม!"

มัดหมี่เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกจุกอกดันขึ้นมาจนพูดไม่ออก คำว่า 'น้อง' ถูกใช้อีกแล้ว... คำคำนี้เปรียบเสมือนตราช่างที่ไร้ความยุติธรรม อะไรก็ตามเกี่ยวกับน้อง ยิ่งใหญ่และสำคัญเสมอ ส่วนอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเธอ มันคือความผิดพลาดและภาระ

"ทำไมพ่อไม่ถามหมี่บ้างล่ะจ๊ะ..." มัดหมี่พึมพำออกไปโดยไม่ทันคิด น้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปในอากาศ

"มึงว่าอะไรนะ!" พ่อตวาดซ้ำ คิ้วขมวดเข้าหากัน

"มึงพึมพำอะไรของมึง! พูดให้มันดัง ๆ สิ!"

"หมี่บอกว่า..." มัดหมี่เงยหน้าขึ้น สบตากับพ่อตรง ๆ ดนัยตาของเด็กหญิงไร้ซึ่งแววสดใสอย่างเด็กวัยเดียวกัน เหลือเพียงความเย็นชาและแห้งแล้ง

"พ่อกับแม่เคยถามหมี่บ้างไหมจ๊ะ... ว่าหมี่เหนื่อยไหม หมี่เจ็บไหม..."

พ่อชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความคาดไม่ถึงว่าเด็กหญิงตรงหน้าจะกล้าเอ่ยปากเช่นนี้ แต่แล้วความหงุดหงิดก็เข้ามากดทับ พ่อหัวเราะในคออย่างสมเพช

"ถามมึง ทำไมกูต้องถามมึง!" พ่อพูดเสียงแข็ง

"มึงเหนื่อยอะไรฮะมัดหมี่ วัน ๆ มึงได้ไปโรงเรียน กลับมาล้างจานกวาดบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ มึงเหนื่อยอะไร กูต่างหากที่ต้องวิ่งหาเงินงก ๆ ทุกวัน! แม่มึงต่างหากที่ต้องอุ้มท้องหนักเป็นกิโล ๆ เจ็บปวดทรมาน มึงเกิดมาในยุคที่กูสบายขึ้นแล้ว มึงไม่ได้ลำบากเท่ากูกับแม่มึงตอนสร้างตัวเลยสักนิด อย่ามาทำเป็นเรียกร้องความสนใจ!"

"ใช่!" แม่เสริมขึ้นมาจากบนเตียง น้ำเสียงเข้มจัด

"มึงอย่ามาทำตัวเรียกร้องความสงสารนะมัดหมี่ สมัยกูอายุเท่ามึง กูต้องแบกขนมเดินขายทั่วตลาด ไม่เคยได้กินของดี ๆ ไม่เคยมีใครมาถามว่าเหนื่อยไหม มึงโตมาได้ขนาดนี้ มีข้าวให้กิน มีบ้านให้อยู่ มีเสื้อผ้าใส่ ก็บุญหัวมึงขนาดไหนแล้ว! หัดรู้จักบุญคุณคนบ้าง ไม่ใช่เอาแต่น้อยใจเรื่องไร้สาระ!"

"บุญคุณ..." มัดหมี่ทวนคำนั้นเบา ๆ ในใจ

"เออ! บุญคุณ!" พ่อชี้นิ้วตบทุบอกตัวเอง

"กู้เงินซื้อมะพร้าว ซื้อแป้ง ทำขนมเลี้ยงมึงมาจนโตเจ็ดขวบ มึงเป็นพี่คนโต มึงมีหน้าที่ต้องช่วยแบ่งเบาภาระบ้าน ไม่ใช่มานั่งอมลม ทำหน้าเป็นตูดลิงใส่พ่อใส่แม่ แล้วนี่เตรียมของใส่ตระกร้า เตรียมผ้าอ้อมที่กูซื้อมาจากในเมืองหรือยัง!"

"หมี่..." มัดหมี่ก้มหน้ารับคำอย่างโรยแรง ก่อนที่บทสนทนาจะถูกตัดจบลงด้วยความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดขึ้นในฉากถัดไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel