บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ตัวตนใต้หน้ากาก

แสงคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องลงมาจากปากเหว ตามด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อสลับกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ไต่ลัดเลาะลงมาตามไหล่เขา อาฉือนำกำลังคนนับสิบพร้อมเชือกเส้นหนาโรยตัวลงมาถึงก้นเหว ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาบรรดาโจรป่าฉกรรจ์ถึงกับหน้าถอดสี

นายท่านผู้เกรียงไกรแห่งหุบเขาไร้รัก นอนหายใจรวยรินอยู่บนโขดหินริมลำธาร เลือดสีแดงฉานย้อมอาภรณ์จนชุ่มโชก โดยมีสตรีร่างเล็กในชุดคลุมขนสัตว์นั่งกอดร่างของเขาไว้แน่น มือที่สั่นเทาของนางพยายามกดซับบาดแผลที่หลังคอของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ใบหน้างดงามเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและคราบเลือดจนดูไม่ได้

“นายท่าน” อาฉือถลาเข้าไปหา รีบตรวจดูชีพจรที่เจือจางลงทุกที ก่อนจะหันไปสั่งการลูกน้องเสียงเฉียบขาด “รีบพาตัวนายท่านขึ้นไปเร็วเข้า ระวังบาดแผลที่หลังด้วย อย่าให้กระเทือนเด็ดขาด”

ความวุ่นวายบังเกิดขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ซินเยว่ถูกลูกสมุนโจรสองคนช่วยประคองขึ้นมาจากก้นเหว นางแทบจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตนเองกลับมาถึงเรือนไม้บนยอดเขาได้อย่างไร รู้เพียงว่าทันทีที่ร่างของเฮยหลางถูกวางลงบนเตียง หมอชราประจำค่ายก็ถูกลากตัวเข้ามาพร้อมกับลังยาสมุนไพรใบใหญ่

บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมกับกลิ่นฉุนของเหล้าขาวที่ใช้ล้างแผล ซินเยว่นั่งหดตัวอยู่ตรงมุมห้อง สายตาจับจ้องไปยังร่างที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงไม่วางตา อาภรณ์ท่อนบนของเขาถูกกรรไกรตัดออกจนหมด เผยให้เห็นบาดแผลเหวอะหวะที่เกิดจากการครูดกับโขดหินและกิ่งไม้

หมอชราลงมือเย็บแผลอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกครั้งที่เข็มแทงทะลุผิวหนัง กล้ามเนื้อบนแผ่นหลังกว้างจะกระตุกเกร็งเบาๆ ตามสัญชาตญาณ แม้เจ้าตัวจะหมดสติไปแล้วก็ตาม ซินเยว่เผลอจิกเล็บลงบนฝ่ามือตัวเอง รู้สึกเจ็บปวดแทนจนต้องเบือนหน้าหนี

เวลาผ่านไปเกือบชั่วยาม การรักษาเบื้องต้นจึงเสร็จสิ้นลง

หมอชราปาดเหงื่อบนหน้าผาก ลุกขึ้นเก็บเครื่องมือพลางถอนหายใจยาว “แผลภายนอกข้าจัดการห้ามเลือดและเย็บปิดให้หมดแล้ว แต่ที่น่าห่วงคืออาการช้ำในและการเสียเลือดมาก คืนนี้นายท่านจะต้องจับไข้สูง หากพ้นคืนนี้ไปได้โดยที่ไข้ลดลง ก็ถือว่าพ้นขีดอันตราย”

อาฉือพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะหันมามองซินเยว่ที่นั่งเงียบอยู่มุมห้อง “ฮูหยิน ท่านเองก็ตกระกำลำบากมาทั้งคืน กลับไปพักผ่อนที่ห้องข้างๆ เถิดขอรับ ทางนี้ข้ากับพวกพี่น้องจะผลัดเวรกันเฝ้านายท่านเอง”

ซินเยว่มองไปที่ใบหน้าซีดเผือดของบุรุษบนเตียง หน้ากากหมาป่าที่แสนเกลียดชังหลุดหายไปตั้งแต่ตอนตกเหว เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่หลับสนิท คิ้วกระบี่เข้มพาดเฉียงเหนือเปลือกตาที่ปิดสนิท สันจมูกโด่งเป็นสันรับกับกรามแกร่งที่ขบเข้าหากันแน่นเพราะพิษไข้

“ข้าจะอยู่ดูแลเขาเอง”

คำพูดที่หลุดออกจากปากทำเอาอาฉือและหมอชราเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ซินเยว่เองก็แปลกใจในตัวเองเช่นกัน แต่นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เขาเจ็บหนักเพราะช่วยชีวิตข้า ข้าไม่ใช่คนเนรคุณที่ไม่รู้แยกแยะบุญคุณความแค้น พวกเจ้าออกไปเถอะ ข้าจะเช็ดตัวลดไข้ให้เขาเอง หากมีเรื่องเหลือบ่ากว่าแรงข้าจะร้องเรียก”

อาฉือลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของสตรีตรงหน้า เขาจึงยอมประสานมือคำนับ “เช่นนั้นรบกวนฮูหยินด้วย หากมีสิ่งใดขาดเหลือ โปรดเรียกข้าได้ตลอดเวลา”

เมื่อทุกคนถอยออกไปและปิดประตูลงจนสนิท ความเงียบก็โรยตัวลงมาปกคลุมทั่วทั้งห้องอีกครั้ง ซินเยว่ขยับตัวลุกขึ้น นางเดินไปที่อ่างทองเหลืองซึ่งมีน้ำอุ่นและผ้าสะอาดเตรียมไว้ให้ หญิงสาวบิดผ้าหมาดๆ ก่อนจะเดินกลับมาทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง

มือเรียวค่อยๆ บรรจงเช็ดคราบเลือดและคราบเหงื่อที่เกาะอยู่ตามกรอบหน้าและลำคอของชายหนุ่มอย่างเบามือ สัมผัสจากผิวเนื้อของเขาร้อนผ่าวราวกับมีไฟสุมอยู่ภายใน ซินเยว่ขยับผ้าเลื่อนลงมาเช็ดตามแผ่นอกกว้างและท่อนแขนแข็งแกร่ง

ในตอนนั้นเองที่สายตาของนางเริ่มสังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติ

ภายใต้แสงตะเกียงสลัว ร่างกายของเฮยหลางเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเก่าๆ มากมายที่ซ้อนทับกันอยู่ หากมองเผินๆ อาจคิดว่าเป็นเพียงร่องรอยการต่อสู้ของโจรป่าที่ผ่านการปล้นชิงมาอย่างโชกโชน แต่ซินเยว่เติบโตมาในวังหลวง นางเคยเห็นทหารกล้าที่บาดเจ็บกลับมาจากชายแดน เคยแอบอ่านตำราพิชัยสงครามของเสด็จพ่อ ย่อมพอมองออกว่าบาดแผลแบบใดเกิดจากอาวุธชนิดใด

นิ้วเรียวของนางลากไล้ไปตามรอยแผลเป็นทางยาวที่พาดผ่านหน้าอกซ้าย รอยนี้ตรงและลึก ลักษณะแผลปากเรียบเช่นนี้ไม่ได้เกิดจากการฟันสะเปะสะปะด้วยมีดอีโต้ของชาวบ้าน แต่มันคือรอยที่เกิดจากการถูกฟันด้วยดาบยาวที่ตีขึ้นอย่างประณีต ซึ่งเป็นอาวุธมาตรฐานของทหารในกองทัพ

นางเลื่อนสายตาไปที่หัวไหล่ขวา มีรอยบุ๋มขนาดเท่าเหรียญทองแดง รอยแผลเป็นรูปกลมที่มีเนื้อบุ๋มลงไปเช่นนี้ เกิดจากหัวธนูเจาะทะลุเกราะเหล็กเข้าไปฝังในเนื้อ

โจรป่าที่ไหนจะถูกอาวุธสงครามเล่นงานสาหัสถึงเพียงนี้

ซินเยว่ขมวดคิ้วมุ่น ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ นางจับมือขวาของเขาขึ้นมาเช็ดคราบโคลนออกช้าๆ ฝ่ามือของเขาสากระคายและเต็มไปด้วยรอยด้านหนา แต่จุดที่ด้านที่สุดกลับไม่ใช่ฝ่ามือโดยรวม ทว่าเป็นบริเวณง่ามนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ และโคนนิ้วกลาง

รอยด้านตรงง่ามนิ้วเกิดจากการง้างสายธนูแข็งๆ เป็นเวลานานนับปี ส่วนรอยด้านที่โคนนิ้วเกิดจากการจับด้ามหอกหรือทวนที่มีน้ำหนักมาก นี่คือมือของคนที่ถูกฝึกฝนวิชาทหารมาอย่างเป็นระบบตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ใช่มือของคนที่จับจอบจับเสียมแล้วผันตัวมาเป็นโจรป่าเพื่อหาเลี้ยงชีพ

“เจ้าเป็นใครกันแน่...” นางพึมพำกับตัวเอง สายตาจ้องลึกเข้าไปในใบหน้ายามหลับใหลของบุรุษตรงหน้า

ความทรงจำในอดีตเริ่มประเดประดังเข้ามาในหัว ท่าทางการเดินที่มั่นคงและมีจังหวะ การตัดสินใจที่เด็ดขาด กองโจรที่มีระเบียบวินัยราวกับทหารในค่าย และที่สำคัญที่สุด... เขารู้ความเคลื่อนไหวในราชสำนัก รู้ถึงความขัดแย้งระหว่างเสด็จพ่อและเสนาบดีหลินกวนป๋อ

ไม่มีทางที่โจรป่าธรรมดาจะล่วงรู้ความลับระดับชาติเช่นนั้นได้ นอกเสียจากว่า... เขาจะเคยเป็นคนของราชสำนัก หรือมีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับขั้วอำนาจในเมืองหลวง

“อึก...”

เสียงครางต่ำๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอแกร่ง ดึงสติของซินเยว่ให้กลับมาสู่ปัจจุบัน ร่างของชายหนุ่มบนเตียงเริ่มกระสับกระส่าย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก พิษไข้กำลังเล่นงานเขาอย่างหนัก

ซินเยว่รีบนำผ้าไปชุบน้ำอุ่นบิดให้หมาด แล้วนำมาซับหน้าผากและซอกคอเพื่อระบายความร้อน นางทำเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปลี่ยนน้ำในอ่างไปถึงสามรอบ แต่ความร้อนในร่างกายของเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย

“หนาว...” เขาพึมพำเสียงสั่น ริมฝีปากที่เคยหยักลึกบัดนี้ซีดเซียวและแห้งผาก

หญิงสาวรีบดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมทับร่างของเขาจนถึงหน้าอก แต่มันดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไร ร่างสูงใหญ่ยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ซินเยว่กัดริมฝีปากอย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจปลดเสื้อคลุมขนสัตว์ของตนเองออก แล้วล้มตัวลงนอนตะแคงข้างๆ เขาบนเตียงไม้

นางดึงร่างที่ร้อนผ่าวราวกับเตาไฟเข้ามากอดไว้ อาศัยไออุ่นจากร่างกายของตนเองเพื่อช่วยบรรเทาความหนาวสั่นให้เขา

วินาทีที่ร่างบางแนบชิด เฮยหลางก็ขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นนั้นตามสัญชาตญาณ ท่อนแขนหนักอึ้งตวัดขึ้นมากอดรัดเอวคอดของนางไว้แน่น ใบหน้าคมคายซุกซบลงกับลาดไหล่บอบบาง ลมหายใจร้อนระอุรินรดอยู่ที่ซอกคอ

ซินเยว่ตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ใกล้ชิดกับบุรุษถึงเพียงนี้ แม้เมื่อคืนเขาจะโยนนางลงบนเตียง แต่นั่นคือการคุกคาม ทว่าในยามนี้ มันคือการพึ่งพิง

“ท่านแม่...” เสียงแหบพร่าละเมอออกมาแผ่วเบา “หนีไป... พวกมันทรยศ...”

ซินเยว่ชะงัก คำละเมอเหล่านั้นขาดห้วง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้นอย่างสุดซึ้ง นางค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบเรือนผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อของเขาอย่างปลอบประโลม

“ไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้แล้ว เฮยหลาง ข้าอยู่นี่แล้ว” นางกระซิบตอบเสียงนุ่มนวล โดยไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำเสียงของตนเองเปลี่ยนจากความหวาดระแวง กลายเป็นความอ่อนโยนตั้งแต่เมื่อใด

ภายใต้ท่าทีป่าเถื่อนและหน้ากากหมาป่าที่แสนดุดัน ซ่อนรอยแผลเป็นแห่งความเจ็บปวดไว้มากมายเพียงใดกันแน่ บุรุษผู้นี้ต้องแบกรับความแค้นและอดีตที่หนักอึ้งเพียงใด จึงต้องละทิ้งตัวตนเดิมมาซ่อนเร้นอยู่ในหุบเขาที่ตัดขาดจากโลกภายนอกเช่นนี้

ยิ่งนางพยายามทำความเข้าใจเขามากเท่าใด กำแพงน้ำแข็งในใจของนางก็ดูเหมือนจะเริ่มละลายลงมากเท่านั้น

เมื่อความหนาวเย็นบรรเทาลง ลมหายใจของชายหนุ่มก็เริ่มกลับมาสม่ำเสมออีกครั้ง ร่างกายที่เคยสั่นเทาค่อยๆ สงบลง ซินเยว่ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก พิษไข้คงเริ่มลดลงแล้ว นางพยายามจะขยับตัวลุกขึ้นเพื่อไปเปลี่ยนผ้าชุบน้ำ ทว่าวงแขนแกร่งที่โอบรัดเอวนางไว้กลับกระชับแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวในชีวิตกำลังจะหายไป

“อย่าไป...” เขาละเมอเสียงแผ่ว

ซินเยว่มองใบหน้ายามหลับที่ดูไร้พิษสงของเขา นางนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมล้มตัวลงนอนตามเดิม ปล่อยให้เขากอดนางไว้เช่นนั้น

“ข้าไม่ไปไหนหรอก” นางตอบกลับเสียงเบา ทอดสายตามองแสงเทียนที่กำลังสั่นไหว

ในค่ำคืนที่แสนยาวนานนี้ องค์หญิงจ้าวซินเยว่ผู้เคยตั้งปณิธานว่าจะหนีจากเงื้อมมือโจรป่าให้จงได้ กลับเลือกที่จะนอนหลับตาลงในอ้อมกอดของศัตรู ความเกลียดชังที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะไขปริศนาภายใต้หน้ากากใบนั้น

เขาเป็นใคร และเหตุใดชะตากรรมจึงนำพานางให้มาพบกับเขา

เมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามาในเรือนไม้ ซินเยว่ได้ให้คำมั่นสัญญากับตัวเองอย่างเงียบๆ ว่า ไม่ว่าความจริงเบื้องหลังตัวตนของบุรุษผู้นี้จะอันตรายเพียงใด นางจะต้องสืบรู้ให้จงได้ และนางจะไม่มีวันก้าวออกจากหุบเขาไร้รักแห่งนี้ จนกว่าจะได้คำตอบที่แท้จริงทั้งหมด
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel