บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 5

หนิงลี่ หนิงเหอมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดฮูหยินเป่ยลี่ถึงกล่าวว่าจาเช่นนี้แต่คงจะเป็นการสอบถามสารทุกข์สุกดิบสาวใช้ในเรือนทั่วไป พวกนางจึงไม่คิดอันใดมากความ “ท่านพ่อ ท่านแม่ของพวกข้าสองคนตายตั้งแต่พวกข้าได้ห้าขวบเจ้าค่ะ” เป็นฝ่ายแฝดพี่หนิงลี่ที่เอ่ยตอบ

หนิงลี่ หนิงเหอแม้จะเป็นฝาแฝดแต่ก็เป็นแฝดคนละฝา ทำให้หน้าตาของพวกนางแตกต่างกันจึงสามารถแยกออกได้โดยไม่เกิดความสงสัย ลักษณะนิสัยของพวกนางก็มีบางส่วนที่คล้ายคลึงและมีบางส่วนที่แตกต่างกันในทางตรงข้าม

หนิงลี่ แฝดคนพี่ รูปร่างของนางสูงโปร่ง เส้นผมยาวสลวยดกดำขมวดไว้กลางหัวแล้วเสียบปิ่นปักผมประจำตระกูล ผิวกายของนางมิได้ขาวหมดจรดเช่นหนิงเหอที่ได้มารดามาหกถึงสิบส่วน แต่หน้าตานางละม้ายคล้ายไปทางฝ่ายบิดามากกว่า ส่วนลักษณะนิสัยของนางมองดูผิวเผินจากภายนอกหยิ่งยโสโอหัง เรื่องคนในจวนตระกูลเฉินนางรู้หมดตั้งแต่สาวใช้ยันฮูหยิน เสี้ยม สอด ยุแยงเป็นที่หนึ่ง ซ้ำสาวใช้เฒ่ายังเคยเตือนนางเรื่องหนิงลี่ด้วยว่าสตรีผู้นี้มักใหญ่ใฝ่สูงหมายจะจับแม่ทัพใหญ่ซือหยางอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

ส่วนหนิงเหอ นางตัวเล็กกว่าหนิงลี่ ลักษณะนิสัยย่อมแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว หนิงเหอ ถึงแม้จะทำงานรับใช้รองมือรองตีนคุณหนูซูฮวามาตั้งแต่จำความได้แต่นางก็มิใช่คนร้ายกาจ หยิ่งยโสโอหังเช่นพี่สาวฝาแฝดของนาง นางสงบเสงี่ยมเจียมตัวปรารถนาเพียงความสงบสุขไม่ได้ต้องการไต่เต้าใช้เรือนร่างเพื่อจับแม่ทัพใหญ่ซือหยาง นางผู้นี้ยังพอสามารถคบค้าสมาคมสนทนาด้วยได้แต่ความจริงใจหาเจอไม่ในแววตา

“ได้ยินเช่นนี้ข้าคงถือโทษโกรธเจ้าเจ้าที่ใช้ฝ่าตีนถีบบานประตูหอนอนข้าไม่ลง ข้าพอจะเข้าใจดีว่าเมื่อสิ้นท่านพ่อ ท่านแม่แล้วก็คงจะไม่มีผู้ใดอบรมสั่งสอนเรื่องกิริยามารยาทให้กับพวกเจ้าใช่หรือไม่” เป่ยลี่กวาดตามองสองเรือนร่างสาวใช้ฝาแฝดตั้งแต่หัวจรดเท้า “ทว่าข้านับถือพวกเจ้าสองคนนะหนิงลี่ หนิงเหอ นิสัยต่ำตมถึงเพียงนี้แต่ก็สามารถมีชีวิตรอดมาจนอายุสิบหกปีได้”

“ฮูหยินเป่ยลี่เจ้าคะ!!” เป็นฝ่ายหนิงลี่ที่ขึ้นเสียงแถมยังทำตาแข็งใส่นางอีกด้วย

“เจ้าก็ไม่ได้ความจำเสื่อมนี่ ยังจำได้ว่าข้าคือฮูหยินเป่ยลี่ ภรรยาเอกของแม่ทัพใหญ่ซือหยาง แต่เจ้าก็ยังแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ต่อข้า ซึ่งข้าก็พอเข้าใจได้อีกว่าเรื่องกิริยามารยาทต้องอบรมฝึกฝนกันตั้งแต่ยังเป็นไม้อ่อน ไม้ที่เริ่มแก่เช่นเจ้าต่อให้ข้าจะสั่งสอนอย่างไรเจ้าก็ยังคงเป็นบัวใต้น้ำที่อยู่ใต้โคลนตมอีกทีเช่นเดิม” เดิมทีนางตั้งใจเอาไว้ว่าจะสงบปากสงบคำอยู่ในจวนตระกูลเฉินอย่างเงียบ ๆ รอจนกว่าสามีของนางจะกลับจากคุมการศึก แต่ในเมื่อสาวใช้ผู้นี้ไม่รู้จักนาย ไม่รู้จักบ่าว ไม่ให้เกียรตินางในฐานะสะใภ้สกุลเฉิน นางก็ต้องออกตัวเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองบ้างหาใช่ว่าจะยอมให้ผู้ใดมาเหยียบย่ำได้ง่าย ๆ

“มันชักจะมากเกินไปหรือเปล่าเจ้าคะฮูหยินเป่ยลี่ เหตุใดต้องพูดจากระทบกระแทกกันถึงเพียงนี้ด้วยเล่า ข้าไม่คิดเลยนะเจ้าคะว่าสตรีที่ภายนอกดูเหมือนเพียบพร้อม กิริยามารยาทอ่อนช้อยทุกการเคลื่อนไหว แท้จริงแล้วริมฝีปากก็ไม่ได้ต่างจากนางโลมหรือสตรีชั้นต่ำเช่นชาติกำเนิด” หนิงลี่กล้าต่อปากต่อคำกับเป่ยลี่โดยไม่สนใจเลยว่าอีกฝ่ายคือสะใภ้สกุลเฉิน เพราะอย่างไรนางก็คือคนที่เฉินฮูหยินและคุณหนูเฉินซูฮวาชังนำหน้า ต่อให้หนิงลี่ทำเช่นนี้นางก็มั่นใจว่านางจะไม่โดนโบยโดนลงโทษ ไม่แน่อาจได้รับความพึงพอใจจากนายตนด้วยซ้ำ “ต่อให้จะเติบโตและถูกชุบเลี้ยงอยู่ในจวนขุนนางชั้นสูงศักดิ์ แต่มีหรือน้ำจะลบล้างสายเลือดไพร่ สายเลือดชนชั้นต่ำที่มันไหลเวียนอยู่ในร่างกายได้”

เป่ยลี่หัวเราะออกมาด้วยความเย้นหยันและสมเพชนางในคราวเดียวกัน “ข้าไม่แปลกใจเลยว่าต่อให้เจ้าจะพยายามออดอ้อน ให้ท่าสามีข้าสักเพียงใดแต่ก็ไม่มีโอกาสได้หลับนอนกับท่านพี่แม้กระทั่งสถานะนางบำเรอเพราะความคิดความอ่านของเจ้ามันต่ำตมเช่นนี้นี่เอง”

“เจ้า!!!!”

“พอเถิดหนิงลี่” หนิงเหอรีบร้องห้ามก่อนที่เรื่องราวมันจะบานปลายไปมากกว่านี้ จริงอยู่ที่ตอนนี้ผู้มีอำนาจมากสุดในจวนตระกูลเฉินคือเฉินฮูหยินและคุณหนูซูฮวา แต่หากถึงวันที่แม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางกลับจากราชการเล่า คงมีพวกปากเปราะรายงานว่าภรรยาของเขาโดนสาวใช้ไร้การศึกษาเช่นพวกนางพูดจาดูหมิ่นดูแคลนเป็นแน่ ถึงตอนนั้นแม้แต่ฮูหยินเฉินซูเจียงก็เห็นทีว่าคงไม่สามารถช่วยเหลืออันใดได้

“เจ้าจะห้ามข้าด้วยเหตุอันใดหนิงเหอ เจ้าจะกลัวไปไย อย่าลืมเถิดข้าและเจ้าเป็นสาวรับใช้คนสนิทของคุณหนูซูฮวามิกล้ามีผู้ใดกล้าคาบข่าวไปฟ้องท่านแม่ทัพเป็นแน่” หนิงลี่ยังคงมั่นอกมั่นใจว่าอำนาจของเฉินฮูหยินและคุณหนูซูฮวาจะสามารถคุ้มครองศีรษะของนางและน้องสาวให้อยู่รอดปลอดภัยได้

“ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้ข้าจะสงสารหรือสมเพชเจ้าดีหนิงลี่ เรื่องนี้เกิดขึ้นในจวนตระกูลเฉิน การสืบสาวหาความจริงย่อมทำได้โดยง่ายว่าซูฮวาและพวกเจ้าร่วมมือกันกลั่นแกล้งข้าสารพัด เจ้าบอกว่าอย่างไรเจ้าก็เป็นคนของคุณหนูซูฮวา แล้วเจ้าจะมิคิดบ้างหรือว่าซูฮวานางเป็นน้องสาว เป็นคนในสายเลือดของท่านพี่ บทลงโทษอาจมีตำหนิติเตียนบ้างเล็กน้อยก็คงจบสิ้นกันไป ส่วนเจ้าเป็นเพียงสาวใช้ในเรือนแต่กลับเหิมเกริมต่อข้าซึ่งคือภรรยาของท่านพี่ สั่งโบยร้อยทียังน้อยไปด้วยซ้ำ เอาเถิดถึงตอนนั้นข้าจะรอดูบุคคลที่เจ้าหลบหลังว่าสามารถคุ้มกะลาหัวของเจ้าให้รอดพ้นมือท่านพี่ได้หรือไม่” เป่ยลี่ ทิ้งท้ายความเจ็บปวดให้บาดลึกลงในใจของหนิงลี่ไว้เพียงเท่านี้ ก่อนจะเดินไปเรือนใหญ่เพื่อทำหน้าที่ระบายอารมณ์แม่สามีต่อ

..

“ฮูหยินให้หนิงลี่กับหนิงเหอไปตามข้ามามีอะไรให้ข้ารับใช้หรือเจ้าคะ”

“ได้ข่าวว่าเมื่อครู่เจ้ากล้าต่อปากต่อคำสั่งสอนบุตรสาวข้างั้นหรือ” เฉินฮูหยิน หญิงงามที่ล่วงเลยวัยเข้าเลขห้า แต่ความงดงามบนใบหน้าของนางยังคงประจักษ์ให้เห็นว่าสมัยสาว ๆ คงเป็นที่หมายตาบุรุษทั้งหัวเมือง ชานเมืองเป็นแน่ แต่ความงามของนางเป็นความงามแบบสุขุม นุ่มลึก น่าเกรงขาม แผ่รัศมีไปถึงคนรอบกายใกล้ชิด “หากเจ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ทำตามคำสั่งของข้าและบุตรสาวข้า!”

“เจ้าค่ะ”

“ข้าสั่งให้เจ้าซักเสื้อผ้าให้เสร็จภายในเวลาครึ่งชั่วยามแต่เจ้ากลับเข้าไปมุดหัวหลบอยู่ในหอนอนกับสาวใช้คนสนิทโดยทิ้งข้าวของเกลื่อนกระจัดกระจายไว้ นี่เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นภรรยาของบุตรชายข้าแล้วจะไม่ฟังคำสั่งของข้างั้นหรือ” ตราบใดที่นางยังอยู่ในจวนตระกูลเฉินนางจะไม่มีวันยอมให้สตรีผู้นี้เชิดหน้าชูคอได้อย่างมีความสุขเป็นแน่

“เมื่อครู่ข้าแค่…” นางพยายามอธิบายแต่ดูเหมือนจะกลายเป็นคำแก้ตัวพล่อย ๆ ในสายตาของคนที่อคติไปเสียแล้ว

“พอเถิด ข้ารำคาญหู ไปจัดการทำหน้าที่ของเจ้าให้เสร็จเเล้วรีบมาขัดทำความสะอาดเรือนใหญ่ รวมถึงเรือนรับรองทั้งสามหลังให้เรียบร้อยก่อนเวลาพระอาทิตย์ตกดินสักครึ่งชั่วยาม มิเช่นนั้นข้าจะลงโทษเจ้าด้วยการงดอาหารมื้อค่ำเจ้าสามวัน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel