บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 3

“คุณหนูเจ้าคะ! คุณหนูซูฮวาอย่าทำอะไรฮูหยินเป่ยลี่เลยนะเจ้าคะ อย่างน้อย ๆ ฮูหยินก็มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของคุณหนูซูฮวานะเจ้าคะ” หลิ่งจินพยายามสะบัดตัวดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากเหยี่ยนถิงแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะร่างกายของอีกฝ่ายแข็งแรงจนนางไม่อาจต้านไหว

“ข้าหาได้นับสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าผู้นี้ว่าคือพี่สะใภ้ของข้าไม่! นางก็เป็นเพียงกาฝากที่เข้ามาอาศัยหลับนอนในจวนตระกูลเฉินเท่านั้น เพราะพี่สะใภ้ข้าจะต้องเป็นสตรีสูงศักดิ์ที่มาจากครอบครัวขุนนาง เสนาบดีหรือเศรษฐีผู้ร่ำรวยไม่ใช่ลูกสาวชาวบ้านเช่นเจ้า”

ครอบครัวตระกูลเฉิน เดิมทีที่ท่านพ่อยังมีชีวิตอยู่ท่านก็ให้อำนาจในการตัดสินใจและเลี้ยงดูบุตรแก่ฮูหยินใหญ่ซูเจียง เว้นเสียมีช่วงหนึ่งที่ฮูหยินเฒ่าผู้มีศักดิ์เป็นย่าขอเลี้ยงดูหลานชายคนแรกด้วยตนเอง

ซึ่งซูเจียงนางมาจากครอบครัวขุนนางใหญ่ที่สามารถส่งเสริม เป็นหน้าเป็นตาให้สามีได้ชูคออยู่เหนือขุนนางคนอื่น ๆ ได้ นางจึงอบรมสั่งสอนบุตรสาวเพียงคนเดียวของนางนั่นก็คือเฉินซูฮวาอย่างดี พยายามเสาะแสวงหาอาจารย์ชั้นยอดให้บุตรสาวได้ร่ำเรียนวิชาความรู้มากมายทั้งเขียนอักษร วาดภาพ ร่ายรำ โดยปรารถนาสิ่งเดียวนั่นก็คือเพื่อเป็นสตรีที่เพียบพร้อมสำหรับการออกเรือน สามีพึงพอใจและเป็นหน้าเป็นตาให้เขาได้…

บุตรสาวก็เปรียบเสมือนของประดับชิ้นหนึ่ง หากเลี้ยงดูแบบส่ง ๆ อาจตีราคาได้เพียงน้อยนิดหรือสิ้นประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิง แต่หากอบรมบ่มเพาะเจียระไนเป็นเพชรเม็ดงามก็กลายเป็นของประดับเลอค่า ขายออกไปเพื่อส่งเสริมความมั่งคั่งและหนุนหลังวงศ์ตระกูล

ฉะนั้นการแต่งสตรีเข้ามาในจวนตระกูลเฉินย่อมต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะช่วยเสริมความมั่งคั่งของวงศ์ตระกูลและช่วยเป็นหน้าเป็นตาให้แม่ทัพเฉินซือหยางได้ ไม่ใช่นำพาความอับอายจนมิกล้าสู้หน้าอย่างเป่ยลี่

นางผู้นี้ทำคุณประโยชน์และช่วยส่งเสริมแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางไม่ได้สักอย่าง ในทางกลับกันหากมีผู้ใดสืบเสาะขุดลงไปเจอรากลึกอันโสมมของนางว่าแท้จริงแล้วนางเป็นเพียงสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าที่แม่ทัพใหญ่เหวินต้าเหลียนเมตตาอุปการะคุณรับเป็นบุตรบุญธรรมเท่านั้น ชื่อเสียงของสกุลเฉินที่สั่งสมมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษคงได้พังลงเพราะฝีมือนางเพียงผู้เดียวเป็นแน่!

“ข้าจะไม่มีวันยอมให้เจ้ามาทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเฉินป่นปี้เป็นแน่!” เมื่อสิ้นเสียงเฉินซูฮวาก็รวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่นางมียกกะละมังซักผ้าขึ้นจากพื้นแล้วเทน้ำราดศีรษะเป่ยลี่จนเนื้อตัวและเสื้อผ้าอาภรณ์ของนางเปียกโชก

“คุณหนู!!!!!” หลิ่งจินร้องเรียกใจแทบขาดเมื่อคุณหนูที่นางเฝ้าทะนุถนอมตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่อย่างดีโดนกระทำจากผู้ที่มีศักดิ์เป็นน้องสามีเช่นนี้

“มันจะมากเกินไปแล้วนะเจ้าคะ! ต่อให้เจ้าจะไม่นับว่าข้าเป็นพี่สะใภ้ของเจ้าก็ไม่แป็นไร แต่ข้ามีอายุมากกว่าเจ้า เจ้าก็สมควรเคารพข้าบ้างไม่ใช่หรือซูฮวา เจ้าเที่ยวพูด เที่ยวกล่าวว่าเจ้าเป็นสตรีเพียบพร้อม เติบโตมาในตระกูลขุนนางใหญ่ที่ถูกเลี้ยงดูอย่างดี นี่น่ะหรือกิริยามารยาทของผู้ที่บอกว่าตัวเองได้รับการอบรมสั่งสอนจากอาจารย์ชั้นยอด เหตุใดข้าถึงมองไม่เห็นความต่างระหว่างเจ้ากับสาวรับใช้ที่คอยรองมือรองตีนเจ้าอย่างหนิงลี่และหนิงเหอเลยเล่า” นางพยายามอดทนให้แม่สามีข่มเหงใช้นางอย่างกับสาวใช้ในเรือน แต่หาคิดบ้างหรือไม่ว่าสิ่งที่เฉินซูฮวากระทำ มันร้ายแรงเกินกว่าที่นางจะเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่นิ่ง ๆ แล้วปล่อยให้พวกนางรังแกอยู่ฝ่ายเดียวได้

เพี๊ยะ!!! เพี๊ยะ!!!

ใบหน้าเรียวเล็กหันตามแรงตบจากฝ่ามือของน้องสามีจนเลือดสีแดงสดไหลหยดย้อยตามมุมปากจนรู้สึกระบมไปหมด

“เจ้ามีสิทธิอันใดมาต่อปากต่อคำ สั่งสอนข้า ขนาดท่านพ่อ ท่านแม่และท่านพี่ของข้ายังไม่มีผู้ใดกล้าพูดกับข้าถึงเพียงนี้ แล้วเจ้าเป็นใคร สตรีต่ำตมเช่นเจ้าอย่าริอาจมาทำตัวเหนือกว่าข้า!!” ใบหน้าของเฉินซูฮวาแดงก่ำ ถลนแววตาแทบหลุดออกจากเบ้าด้วยไฟโมโหที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย เพราะตั้งแต่จำความได้นางก็เติบโตมาในจวนตระกูลเฉินเป็นบุตรสาวคนเดียวที่ทุกคนต่างตามใจจนเคยตัว แม้แต่ดุด่าว่ากล่าวยังไม่เคยมีผู้ใดกระทำ แต่บัดนี้กลับโดนคนที่นางชิงชังมองว่าต่ำต้อยพูดจาหักหน้าต่อหน้าบ่าวไพร่เช่นนี้ มีหรือนางจะไม่อาละวาด

เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!

“คุณหนู!!! คุณหนูเจ้าคะ” จากนี้หลิ่งจินคงไม่กล้าสู้หน้าท่านแม่ทัพเหวินต้าเหลียนและฮูหยินเหมยอ้ายได้อีก เพราะนางไม่สามารถดูแลปกป้องคุณหนูเป่ยลี่ได้ตามที่เคยลั่นสัจจะวาจาเอาไว้ก่อนจะตามคุณหนูเป่ยลี่มาอยู่ที่จวนตระกูลเฉิน

“หนวกหูข้ายิ่งนัก เหยี่ยนถิงเอาตัวนางออกไปให้พ้นหูพ้นตาข้าเสียที ก่อนที่ข้าจะโมโหไปมากกว่านี้” นางสั่งเสียงอู้อี้อย่างคนไม่ได้เปิดปากเพราะฟันบนและฟันล่างกำลังขบกันด้วยความโมโห

“เจ้าค่ะคุณหนู” เหยี่ยนถิงรีบลากตัวหลิ่งจินออกไปตามคำสั่งของคุณหนูซูฮวาก่อนที่นางจะอาละวาดและลงไม้ลงมือกับนางเหมือนที่เคยกระทำกับสาวใช้คนสนิทหนิงลี่ หนิงเหอ

“เจ้ายังกล้าปากดีกับข้าอยู่อีกหรือไม่เป่ยลี่! ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้จักที่ต่ำที่สูงว่าไม่ควรมากำเริบกับข้าและท่านแม่” แม้สาวใช้ในเรือนที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่รอบ ๆ ในใจจะนึกสงสารฮูหยินเป่ยลี่อยู่ไม่น้อย แต่กลับหามีใครเข้ามาห้ามปรามหรือช่วยเหลือไม่ ทุกคนต่างเกรงกลัวความร้ายกาจของคุณหนูซูฮวาเพราะรอยจ้ำแดงบนเนื้อตัวและใบหน้าหนิงลี่ หนิงเหอ ประจักษ์แจ้งให้เห็นกันทุกวันว่าโทษฐานเป็นเช่นใด

“เหตุใดต้องทำกันถึงเพียงนี้ด้วยเจ้าค่ะ”

“หนิงลี่ หนิงเหอ ทำให้นางคุกเข่าลง”

“เจ้าค่ะคุณหนูซูฮวา” สองสาวรับใช้ประสานเสียงอย่างพร้อมเพรียง

“แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าอย่ามาลองดีกับข้า” เฉินซูฮวาก้าวขาขึ้นคร่อมเรือนร่างเปียกโชกของพี่สะใภ้ แล้วรวบเส้นผมดำขลับกระชากศีรษะให้เงยขึ้นมามองหน้านางชัด ๆ อย่างเต็มตา ก่่อนจะกดจุ่มลงไปในโอ่งน้ำ

“อื้อ!! อ่อย อื้อ”

ซ่า!!!

“น้ำเย็นดีหรือไม่” คุณหนูเฉินซูฮวาไม่ได้รอคำตอบจากเป่ยลี่ก็รีบกดศีรษะของนางลงไปในโอ่งน้ำอีกครั้งหนึ่ง “ข้าก็หาใช่คนที่เจ้าควรจะสั่งสอนไม่เป่ยลี่ ข้าเป็นใคร เจ้าเป็นใครในจวนตระกูลเฉิน หากเจ้ายังกล้าลองดีต่อปากต่อคำกับข้าและท่านแม่ของข้าเจ้าจะไม่โดนเพียงเท่านี้เป็นแน่”

“อื้อ! อ่อย” นางพยายามดิ้นแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ

ตุ้บ!!! เมื่อกลั่นแกล้งพี่สะใภ้ที่นางรู้สึกชังน้ำหน้าจนสาแก่ใจ นางก็ผลักเรือนร่างบอบบางของเป่ยลี่ล้มแนบลงกับพื้นก่อนจะหัวเราะเย้ยหยันเสียงดัง แล้วสะบัดชายอาภรณ์เดินออกไปอย่างอารมณ์ดี

“ฮึก..”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel