บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 2

“…” เป่ยลี่กลืนก้อนสะอื้นลงคอ ตั้งแต่ที่นางแต่งเข้าจวนตระกูลเฉินในฐานะสะใภ้ ผู้คนในจวนปฏิบัติต่อนางอย่างที่ควรปฏิบัติ ส่วนท่านแม่ฮูหยินซูเจียงผู้นี้ก็ดูเหมือนจะรักใคร่ เมตตา เอ็นดูนาง หาใช่ชังน้ำหน้ากันเช่นนี้ไม่ แล้วเหตุใดยามนี้ถึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างสิ้นเชิงกันเล่า

หรือตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมาพวกเขาแสร้งปฏิบัติต่อนางเพียงตบตาแม่ทัพเฉินซือหยางเช่นนั้นหรือ ซึ่งหลังจากนี้จนถึงเมื่ิอใดก็ไม่อาจทราบชัดว่าท่านพี่จะกลับจากการนำทหารออกรบเมื่อไร นางคงได้รู้ธาตุแท้ของทุกคนในจวนว่าแท้จริงเเล้วยามถอดหน้ากากจะเป็นเช่นไรกันแน่ก็คราวนี้

“หน้าที่ของเจ้าในฐานะสะใภ้ตระกูลเฉินนั่นก็คือ รีบนำเสื้อผ้าอาภรณ์ของข้าและลูกข้าซูฮวาไปซักทำความสะอาดให้เรียบร้อย จากนั้นเมื่อเสร็จแล้วก็ขัดพื้นในเรือนใหญ่ทุกซอกทุกมุมอย่าให้ข้าเห็นว่ายังมีฝุ่นเกาะ” เมื่อสิ้นเสียงฮูหยินซูเจียว สาวใช้ผู้เลียแข้งเลียขาก็นำผ้าขี้ริ้วและถังน้ำมากระแทกตั้งตรงหน้าเป่ยลี่

“นั่นเป็นหน้าที่ของสาวใช้ไม่ใช่หรือเจ้าคะเฉินฮูหยิน ไยต้องให้ฮูหยินเป่ยลี่ทำเองด้วยเล่าเจ้าค่ะ” หลิ่งจินร้องทัก ดูก็รู้ว่าพวกนางต้องการกลั่นแกล้งนายตน แต่หาใช่ต้องทำกันถึงเพียงนี้เลยไม่!

“หาใช่เรื่องที่เจ้าต้องสอดไม่หลิ่งจิน ขนบธรรมเนียมที่แคว้นเหยี่ยชิงมันมิได้เหมือนกับขนบธรรมเนียมของแคว้นเหม่ยกวางหรอกนะ หากหน้าที่สะใภ้เพียงเท่านี้นายเจ้ายังทำไม่ได้เจ้าก็พานายเจ้ากลับบ้านกลับเมืองไปเสีย เพราะข้าได้พิสูจน์แล้วว่านายเจ้าคงไม่เหมาะสำหรับการเป็นสะใภ้ตระกูลเฉิน” ฮูหยินซูเจียงยกมือขึ้นกอดอกแล้วใช้สายตารังเกียจมองเป่ยลี่ที่ตอนนี้เป็นเพียงลูกไก่ในกำมือนางเท่านั้น

“ข้าทำได้เจ้าค่ะท่านแม่” แค่ซักทำความสะอาดอาภรณ์และขัดพื้นเรือนใหญ่เล็กน้อย ไม่ได้หนักหนาสาหัสกระทั่งนางต้องแข็งข้อกับมารดาของสามีให้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต

แม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางนำทหารออกรบเนิ่นนานนับแรมเดือน หากรู้ว่ายามนี้เมียกับแม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกัน คงจะต้องพลอยห่างหน้าพะวงหลัง ไม่สบายใจไปด้วยเป็นแน่…

“ดี เจ้าทำได้ก็ดี เพราะถ้าเจ้าทำไม่ได้ก็ไสหัวกลับจวนตระกูลเหวินของเจ้าไปซะ” แววตาของเฉินฮูหยินยังเต็มไปด้วยความเกลียดชังสะใภ้คนนี้ หมายจะทำให้เป่ยลี่กระเด็นจากออกไปจากจวนตระกูลเฉินเสียโดยเร็ววันก่อนที่บุตรชายของนางจะกลับมามิเช่นนั้นแผนการในการกำจัดเป่ยลี่คงทำได้ยากขึ้นเท่าตัว “ส่วนเจ้าหลิ่งจิน นี่ไม่ใช่หน้าที่ของเจ้า หากข้ารู้ว่าเจ้าให้การช่วยเหลือหรือทำแทนเป่ยลี่ จ้าจะสั่งโบยนายเจ้า 50 ที!”

“เจ้าค่ะ” ทั้งสองคนผู้มาจากจวนตระกูลเหวินน้อมรับคำสั่งเฉินฮูหยินอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดใด

“ข้าให้เวลาเจ้าซักทำความสะอาดเสื้อผ้าพวกนี้เพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้น (เท่ากับหนึ่งชั่วโมง) เจ้าจะได้ขัดพื้นเรือนใหญ่และลงไปในเรือนครัวเพื่อช่วยสาวใช้ปรุงสำรับมื้อเที่ยงต่อ” เฉินฮูหยินกระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย “พวกเจ้าทั้งสองคนเข้ามาอาศัยอยู่ในจวนตระกูลเฉิน แม้แต่ค่าข้าว ค่าน้ำก็ไม่ต้องเสียสักตำลึง หวังว่าพวกเจ้าคงจะทำตัวให้เป็นประโยชน์ มิใช่นั่งชี้นิ้ว จิบน้ำชา คัดอักษรเพราะถือตนว่าเป็นภรรยาของบุตรชายข้าหรอกกระมัง”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

“ข้ามีลูกเพียงสองคนเท่านั้นคือซือหยางและซูฮวา ส่วนเจ้าเป็นเพียงสตรีกาฝาก อย่าริอาจจะนับญาติกับข้า ข้าไม่ต้องการผูกพันธมิตรกับสตรีต่ำต้อยไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นเจ้า” บัดนี้รอบกายนางเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะในลำคอและแววตาดูถูกดูแคลนจากเหล่าสาวใช้ในเรือนที่กำลังเย้ยหยันตามคำยุยงมารดาของสามี

“เจ้าค่ะฮูหยิน” เป่ยลี่พยักหน้ารับแล้วรีบหยิบเสื้อผ้าอาภรณ์ของมารดาสามีและน้องสามีไปซักทำความสะอาดตามคำสั่ง

…

“เหนื่อยหรือไม่เจ้าคะคุณหนู” หากอยู่กันเพียงตามลำพังหลิ่งจินก็มักจะใช้สรรพนามเดิมที่คุ้นเคยกับคุณหนูเป่ยลี่ของนาง

“หากข้าตอบว่าไม่เหนื่อยเจ้าคงจะหาว่าข้าโกหกใช่หรือไม่หลิ่งจิน” นิ้วมือเรียวยาวชมพูอวบอิ่มของนางซีดเซียวเสมือนไร้เลือดฝาดหลังจากแช่น้ำเย็นเฉียบในสภาพอากาศเหมันต์ตฤดูอันหนาวเหน็บเป็นระยะเวลาเกือบร่วมครึ่งชั่วยาม “ที่ฮูหยินชังน้ำหน้าข้าเพียงเพราะข้าไม่ใช่บุตรสาวที่แท้จริงของท่านพ่อแต่เป็นเพียงบุตรสาวบุญธรรมนอกสายเลือดใช่หรือไม่หลิ่งจิน”

นางแปลกใจยิ่งนัก ถึงแม้นางจะไม่ใช่บุตรสาวในสายเลือดของแม่ทัพใหญ่เหวินต้าเหลียน ต่อให้นางจะเป็นเพียงบุตรสาวพ่อค้าเร่ร่อนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างที่มารดาสามีดูถูกดูหมิ่น แล้วทำไมกันเล่า…นางเองก็เติบโตมาในจวนตระกูลเหวินที่ถูกเลี้ยงดูอย่างดี ท่านพ่อใฝ่หาอาจารย์ชั้นยอดเพื่อสั่งสอนนางตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งการอ่านเขียน เย็บปักถักร้อย ปรุงสำรับมิได้น้อยหน้าผู้ใด กิริยามารยาทล้วนก็ได้รับการอบรมบ่มเพาะตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ได้ขาดตกบกพร่อง หาใช่ว่ากำพืดของนางจะมาเปลี่ยนแปลงหรือทดแทนสิ่งที่นางได้รับการปลูกฝังมาจวบจนอายุสิบแปดปีไม่

มารดาสามีกล่าวว่านางมิมีอันใดเหมาะสมกับท่านพี่เฉินซือหยางอย่างนั้นหรือ เป่ยลี่ได้ชื่อว่าเป็นหญิงที่งดงามที่สุดในเมืองหลวงแคว้นเหยี่ยชิง ใบหน้าอ่อนช้อยประหนึ่งใช้พู่กันเเต้มวาด ผิวพรรณผุดผ่องเป็นยองใยขาวเนียนดุจหิมะที่กำลังโปรยปรายอยู่ด้านนอกเรือน ซ้ำการศึกษาของนางก็สูงส่งกว่าบุตรสาวของเหล่าขุนนางในราชสำนักเสียอีก แล้วอย่างนี้มารดาสามียังกล้ากล่าวหาว่านางไม่เหมาะสมอีกหรือ!!

หากตัดเรื่องสายเลือด ชาติตระกูล นางนับได้ว่าเป็นสตรีที่ดีและเพียบพร้อม ควรค่าแก่บุรุษ!

“ใช่เจ้าค่ะ!” อาภรณ์อีกหอบใหญ่ ๆ ถูกโยนกระแทกทิ้งใส่กะละมังซักผ้าทำให้น้ำกระเด็นใส่เนื้อตัวเป่ยลี่จนเปียกโชก “พี่สะใภ้ยังไม่รู้ตัวอีกหรือเจ้าคะ ที่ท่านแม่ชังนำหน้าพี่สะใภ้ถึงเพียงนี้ก็เพราะท่านแม่เพิ่งจะทราบหลังจากที่ยินยอมพร้อมใจให้ท่านพี่แต่งพี่สะใภ้เข้าจวนตระกูลเฉินในฐานะภรรยาเอก ว่าแท้จริงแล้วพี่สะใภ้ไม่ใช่บุตรสาวในสายเลือดของแม่ทัพใหญ่เหวินต้าเหลียนและฮูหยินเหมยอ้ายแต่เป็นเพียงบุตรบุญธรรม!”

“ข้าเป็นเพียงบุตรสาวบุญธรรมแล้วอย่างไรกันเล่า ข้าเองก็ถูกอบรมสั่งสอนเรื่องกิริยามารยาทและได้ร่ำเรียนกับอาจารย์ชั้นยอดไม่ได้น้อยหน้าสตรีนางใด ต่อให้ชาติตระกูลของข้าจะไม่ได้สูงศักดิ์หรือสูงส่งเทียบเท่าเจ้า แต่เจ้าก็เปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้ไม่ได้ ความจริงที่ว่าข้าเป็นภรรยาของท่านพี่เจ้า หาใช่คนที่เจ้าควรจะแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ใส่ไม่” เป่ยลี่สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ แล้วพยายามพูดจาอธิบายนางด้วยเหตุผลก่อนจะลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเฉินซูฮวา

ทั้งตามศักดิ์ที่เป่ยลี่เป็นพี่สะใภ้ของเฉินซูฮวาซ้ำยังมีอายุมากกว่า ซูฮวาก็ควรจะเคารพนางบ้างไม่ใช่หรือ

เพี๊ยะ!!!!

“เหยี่ยนถิง หนิงลี่ หนิงเหอ!” เพียงเรียกชื่อเท่านั้นเหยี่ยนถิงบ่าวรับใช้คนสนิทของฮูหยินซูเจียงก็พุ่งเข้าไปจับหลิ่งจินเอาไว้ไม่ให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือเจ้านายตนได้

ส่วนหนิงลี่ หนิงเหอสาวรับใช้สองพี่น้องที่คอยอยู่ดูแล รองรับอารมณ์เฉินซูฮวาก็รีบรวบตัวฮูหยินเป่ยลี่ด้วยเช่นกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel