บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 : มื้ออาหารราคาแพง กับแมลงวันแมลงหวี่ที่น่ารำคาญ

บทที่ 4 : มื้ออาหารราคาแพง กับแมลงวันแมลงหวี่ที่น่ารำคาญ

บรรยากาศภายใน 'หอสุราเลิศรส' คึกคักไปด้วยผู้คนสมคำร่ำลือ กลิ่นหอมของอาหารลอยอบอวลไปทั่วทั้งชั้นบนสุดซึ่งเป็นห้องส่วนตัวสำหรับเชื้อพระวงศ์

เว่ยฉางเฟิง นั่งจิบชาด้วยท่วงท่าสง่างามดุจเทพเซียน แตกต่างจากสตรีฝั่งตรงข้ามที่นั่งหน้าซีดเผือด มือมือกำถุงเงินแน่นราวกับกลัวมันจะติดปีกบินหนีไป

"เสี่ยวเอ้อ..." ท่านอ๋องเอ่ยเรียกพนักงานด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เอาไก่ขอทานตัวใหญ่ที่สุดมาหนึ่งที่... ปลานึ่งซีอิ๊ว หูฉลามน้ำแดง และ... สุราดอกท้อหมักสิบปีหนึ่งกา"

ชิ้ง! เหมือนมีศรปักอกโจวอี้หรานทุกครั้งที่เขาขยับปากสั่ง ‘หูฉลาม? สุราสิบปี? นี่กะจะล้างผลาญให้หมดตัวในมื้อเดียวเลยหรือไง! ไอ้ท่านอ๋องล้างผลาญ! รู้ไหมว่าเงิน 500 ตำลึงนี่ซื้อที่นาได้กี่ไร่!’

นางเอกยิ้มแห้งๆ พยายามเอ่ยขัด "ทะ... ท่านพี่เพคะ สั่งเยอะขนาดนี้จะทานหมดหรือเพคะ? หม่อมฉันเกรงว่า..."

"ทำไม? เจ้าเสียดายเงินรึ?" เว่ยฉางเฟิงเลิกคิ้ว "เงินนี้ก็ได้มาจากความหวังดีของซูชิง นางคงดีใจที่เห็นเรากินอิ่มนอนหลับ"

‘ดีใจกับผีน่ะสิ! เงินนั่นมันควรจะเป็นทุนรอนตอนฉันหย่ากับแกว้อยยย!’

เว่ยฉางเฟิงกลั้นยิ้มจนแก้มปวด เขาชอบเวลาได้ยินเสียงนางกรีดร้องในใจเหลือเกิน มันทำให้เจริญอาหารยิ่งนัก "ไม่ต้องห่วง หากกินไม่หมด... เปิ่นหวางอนุญาตให้เจ้าห่อกระดูกกลับไปแทะที่จวนได้"

โจวอี้หรานถลึงตาใส่เขา (ในใจ) ‘ไอ้... ไอ้สามีเฮงซวย! ฝากไว้ก่อนเถอะ!’

ระหว่างที่อาหารกำลังทยอยมาเสิร์ฟ ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกเคาะเบาๆ ก่อนจะเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงโปร่งของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาเจ้าสำราญ ในมือถือพัดจีบวาดลวดลายงดงาม รอยยิ้มพราวเสน่ห์ประดับบนใบหน้า

"บังเอิญจริง... ได้ยินว่าท่านพี่สามมาทานอาหารที่นี่ ข้า 'หลี่มู่เฉิน' จึงถือวิสาสะเข้ามาทักทาย"

หลี่มู่เฉิน (อ๋องหก) คือน้องชายต่างมารดาของเว่ยฉางเฟิง และเป็นคู่แข่งทางการเมืองตัวฉกาจ ทันทีที่โจวอี้หรานเห็นหน้าเขา ความทรงจำในนิยายก็พรั่งพรูเข้ามา

‘เฮ้ย! นี่มัน 'ลาสบอส' (Last Boss) ตัวจริงนี่หว่า! อ๋องหกจอมเจ้าเล่ห์ ในนิยายหมอนี่แหละที่มาหลอกใช้นางร้ายอย่างฉันให้ไปขโมยตราทหารของพระเอก พอเสร็จงานก็ถีบหัวส่งสั่งฆ่าปิดปาก... ตัวอันตรายระดับ 10 กะโหลก!’

เว่ยฉางเฟิงที่กำลังจะเอ่ยปากไล่แขก ชะงักกึกเมื่อได้ยินความคิดของนาง ลาสบอส? สั่งฆ่าปิดปาก? เขามองน้องชายต่างแม่ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... ที่แท้เจ้านี่ก็คิดไม่ซื่อกับเขามาตลอดสินะ ข้อมูลจาก 'เมียรัก' นี่ช่างแม่นยำและลึกซึ้งจริงๆ

หลี่มู่เฉินไม่รู้ตัวว่าถูกแฉไส้ในจนหมดเปลือก เขาหันไปส่งสายตาหวานเชื่อมให้โจวอี้หราน "ไม่ได้พบกันนานเลยนะพี่สะใภ้... ท่านยังดูงดงามไม่สร่างซา ได้ข่าวว่าช่วงนี้จวนอ๋องสามขัดสน หากพี่สะใภ้ต้องการความช่วยเหลือ... จวนอ๋องหกของข้ายินดีต้อนรับเสมอนะ"

คำพูดนั้นแฝงนัยยะเชิญชวนอย่างโจ่งแจ้ง ปกติแล้ว 'โจวอี้หรานคนเก่า' จะต้องเขินอายและเริ่มหวั่นไหว เพราะอ๋องหกนั้นปากหวานและเอาใจเก่งกว่าเว่ยฉางเฟิงที่เป็นก้อนน้ำแข็ง

แต่สำหรับ 'โจวอี้หรานคนใหม่'... ‘อี๋... จะอ้วก! มองตาก็รู้ว่าเจ้าชู้ประตูดิน หน้าตาเหมือนจิ้งจอกเก้าหางพกน้ำมันพราย เชิญไปต้อนรับคนอื่นเถอะย่ะ ฉันไม่โง่ให้แกหลอกใช้หรอก! หล่อก็จริงแต่สู้ท่านอ๋องหน้าตายข้างๆ ฉันก็ไม่ได้... รายนั้นถึงจะปากเสียแต่อนามัยจัดกว่าเยอะ!’

พรืด... เว่ยฉางเฟิงสำลักน้ำชาทันที เขาไม่รู้ควรจะดีใจที่นางชมว่าเขาหล่อกว่า หรือควรโกรธที่นางด่าว่าเขาปากเสียดี แต่ที่แน่ๆ ... ความหงุดหงิดที่เห็นชายอื่นมาเกี้ยวพาราสีภรรยา มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความขบขัน

"ท่านพี่เป็นอะไรไหมเพคะ?" โจวอี้หรานรีบลูบหลังเขา แสร้งทำเป็นห่วงใย "หรือน้ำชาร้อนเกินไป?"

เว่ยฉางเฟิงโบกมือ "เปล่า... ข้าแค่รู้สึก 'ขำ' เรื่องตลกบางเรื่อง" เขาหันไปมองหลี่มู่เฉินด้วยสายตาเย้ยหยัน "น้องหก ขอบใจในน้ำใจของเจ้า แต่ชายาของข้า... นางเลือกกิน นางไม่ชอบของเน่าเสีย หรือของที่ดูดีแต่ภายนอกแต่ข้างในกลวงโบ๋หรอก"

หลี่มู่เฉินหน้าตึงวูบ รอยยิ้มการค้าเริ่มกระตุก "ท่านพี่สามกล่าวแรงไปแล้ว ข้าเพียงแค่เป็นห่วง..."

"ถ้าห่วงมาก ก็ช่วยจ่ายค่าอาหารมื้อนี้ให้ข้าหน่อยเป็นไร?" เว่ยฉางเฟิงตัดบท "ได้ข่าวว่าน้องหกร่ำรวยจากการเปิดบ่อน... เอ้ย กิจการค้าขาย คงไม่สะเทือนกระเป๋าหรอกกระมัง?"

โจวอี้หรานหูผึ่งทันที ‘เฮ้ย! ความคิดดี! ให้ไอ้จิ้งจอกนี่จ่ายสิ! เงินฉันจะได้อยู่ครบ! ท่านพี่... จังหวะนี้ท่านโคตรหล่อเลยว่ะ!’

นางรีบหันไปทำตาปริบๆ ใส่หลี่มู่เฉินทันที "จริงด้วยเพคะท่านอ๋องหก... มื้อนี้ราคาแพงมาก ลำพังเบี้ยหวัดท่านพี่สามก็น้อยนิด หากท่านอ๋องหกจะเมตตา..."

หลี่มู่เฉินตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะปฏิเสธก็เสียหน้าต่อสาวงาม จะตอบรับก็เสียเงินฟรี "ดะ... ได้สิ เพื่อพี่สะใภ้ มื้อนี้ข้าเลี้ยงเอง!" เขากัดฟันพูด พลางหยิบตั๋วเงินวางลงบนโต๊ะด้วยความเจ็บใจ "เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของพวกท่านแล้ว ขอตัว!"

หลี่มู่เฉินสะบัดแขนเสื้อเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ท่าทางเหมือนคนรีบหนีหนี้

ทันทีที่ประตูปิดลง โจวอี้หรานแทบจะกระโดดโลดเต้น ‘เย้! รอดตายแล้ว! เงิน 500 ตำลึงยังอยู่ครบ! โอ๊ย พ่อสามีแห่งชาติ กราบขอบพระคุณเพคะ!’

นางหันมายิ้มกว้างให้เว่ยฉางเฟิง คราวนี้เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่ทะลุมิติมา "ท่านพี่เก่งที่สุดเลยเพคะ! สามารถไล่แมลงวันแถมยังได้กินฟรีอีก!"

เว่ยฉางเฟิงมองรอยยิ้มนั้นแล้วหัวใจกระตุกวูบ รอยยิ้มของนาง... เวลาไม่ได้เสแสร้ง มันช่างสดใสจนตาพร่า เขาเอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำชาที่มุมปากให้นางอย่างแผ่วเบา โดยไม่รู้ตัว

"ในเมื่อเจ้าดีใจขนาดนี้..." เขาเอ่ยเสียงทุ้ม "คืนนี้ก็ปรนนิบัติเปิ่นหวางให้ดีๆ หน่อยแล้วกัน"

รอยยิ้มของโจวอี้หรานแข็งค้าง ‘หือ? ปรนนิบัติ? อย่าบอกนะว่า... จะเอาอีกแล้ว? คืนเดียวยังปวดหลังไม่หายเลยนะ! ไอ้คนบ้ากามมมม!’

เว่ยฉางเฟิงหัวเราะเสียงดังลั่นห้องอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาหารมื้อนี้... อร่อยกว่าทุกมื้อในรอบสามปีจริงๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel