บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 : การแก้แค้นที่ (ไม่) หวานหมู และศัตรูที่มาพร้อมถุงเงิน

บทที่ 3 : การแก้แค้นที่ (ไม่) หวานหมู และศัตรูที่มาพร้อมถุงเงิน

รัตติกาลมาเยือนพร้อมกับความเงียบสงัด ทว่าภายในห้องบรรทมหลักของตำหนักชินอ๋อง กลับเต็มไปด้วยสงครามประสาทที่ไม่มีใครมองเห็น

บนเตียงกว้างหลังใหญ่ โจวอี้หราน นอนหันหลังให้สามี พยายามข่มตาหลับด้วยความคับแค้นใจ ท้องไส้ของนางประท้วงโครกครากเพราะมื้อเย็นที่มีแต่ผักบุ้งและวิญญาณเต้าหู้

‘หิว... หิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวอยู่แล้ว! ไอ้ท่านอ๋องบ้าอำนาจ เอาเป็ดของฉันไปแจกบ่าว ฮึ่ม! ฝากไว้ก่อนเถอะ คืนนี้อย่าหวังว่าจะได้นอนดีๆ เลย!’

เมื่อคิดได้ดังนั้น นางก็เริ่มแผนการ "ก่อกวนนิทรา" โจวอี้หรานแกล้งพลิกตัวอย่างรุนแรง ศอกแหลมๆ กระแทกเข้าที่สีข้างของ เว่ยฉางเฟิง ดังปึก!

"อุ๊ย... ขออภัยเพคะท่านพี่ หม่อมฉันนอนดิ้นไปหน่อย" นางเอ่ยเสียงอ่อย แต่ในใจหัวเราะสะใจ ‘โดนไปหนึ่งดอก! จุกสิแก! สมน้ำหน้า!’

เว่ยฉางเฟิงที่กำลังเคลิ้มหลับ ลืมตาขึ้นในความมืด เขาไม่โกรธ แต่กลับรู้สึกขบขันกับความคิดอาฆาตมาดร้ายแบบเด็กๆ ของนาง "ไม่เป็นไร... เปิ่นหวางหนังหนา เจ้าดิ้นแค่นี้ไม่ระคายผิวหรอก"

‘หนอย... ทนทายาดนักนะ งั้นเจอท่าไม้ตาย!’ นางเอกจัดการดึงผ้าห่มนวมผืนหนามาพันรอบตัวเป็นดักแด้ กลิ้งตัวหนีไปชิดริมเตียง ปล่อยให้ท่านอ๋องนอนตากลมหนาวสั่นอยู่คนเดียว ‘หนาวตายไปซะ! ผ้าห่มนี้เป็นของฉันคนเดียว!’

ทว่า... เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา วงแขนแข็งแกร่งก็ตวาดเอวบางของนาง แล้วดึงกระชากทีเดียว ร่างก้อนดักแด้ของโจวอี้หรานก็กลิ้งหลุนๆ กลับมาปะทะอกกว้างของเขา

"ว้าย!" นางอุทานด้วยความตกใจ

เว่ยฉางเฟิงกอดรัดนางไว้แน่นราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อ ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มของนาง "อากาศข้างนอกมันหนาว... เปิ่นหวางว่าเราแบ่งปันไออุ่นกันเช่นนี้ดีกว่า ฮูหยินว่าหรือไม่?"

โจวอี้หรานดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดเขา หน้าแดงซ่านเพราะระยะห่างที่เหลือศูนย์ ‘ปล่อยนะว้อย! อึดอัด! หายใจไม่ออก! แล้วหัวใจบ้านี่จะเต้นแรงทำไมเนี่ย เดี๋ยวเขาก็รู้หรอกว่าตื่นเต้น... เอ้ย! ไม่ใช่ตื่นเต้น ตกใจต่างหาก!’

เสียงหัวใจที่เต้นระรัวและเสียงความคิดที่สับสนปนเขินอายของนาง ดังกระหึ่มในหัวของเว่ยฉางเฟิง มันช่างฟังเพลินและผ่อนคลายยิ่งกว่าดนตรีกล่อมเกลาจิตใจใดๆ มุมปากของเขาหยักยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า "ถ้าเจ้ายังดิ้นไม่หยุด เปิ่นหวางจะถือว่าเจ้ากำลัง... ยั่วยวน"

คำว่า 'ยั่วยวน' ทำให้โจวอี้หรานหยุดกึกทันที ‘ยั่วบ้านป้าแกสิ! นอนก็ได้วะ! ฝากไว้ก่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าจะขโมยเงินในถุงเงินให้หมดตูดเลย!’

เว่ยฉางเฟิงหลุดขำเบาๆ ก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น และเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับรอยยิ้ม

เช้าวันรุ่งขึ้น

ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วจวนอ๋องอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง "เมื่อคืนได้ยินเสียงตึงตังโครมครามจากห้องบรรทม แล้วท่านอ๋องก็กอดพระชายาแน่นไม่ปล่อยจนเช้า..." "ท่านอ๋องที่เคยเย็นชา เปลี่ยนไปเป็นคนคลั่งรักแล้วหรือนี่?"

โจวอี้หรานเดินออกมาสูดอากาศที่ศาลาริมน้ำด้วยสภาพขอบตาคล้ำ (เพราะโดนกอดทั้งคืนจนนอนไม่หลับ) นางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หินอ่อนอย่างหมดแรง

"พระชายาเพคะ..." เสี่ยวตง สาวใช้คนสนิทเข้ามารายงาน "มีแขกมาขอเข้าเฝ้าเพคะ เป็น 'คุณหนูซูชิง' ญาติห่างๆ ของท่านอ๋องเพคะ"

‘ซูชิง?’ โจวอี้หรานค้นความทรงจำในนิยายทันที ‘อ้อ... ยัยดอกบัวขาวเบอร์สอง! ลูกสาวเสนาบดีซู ที่แอบชอบเว่ยฉางเฟิงมาตั้งแต่เด็ก และฝันอยากจะเป็นพระชายารอง... มาทำไมแต่เช้า? จะมาหาเรื่องแน่ๆ’

"เชิญเข้ามา" นางจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ปรับโหมดเป็น 'พระชายาผู้แสนดี' ทันที

ไม่นานนัก สตรีร่างอรชรในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูบอบบางน่าทะนุถนอมก็เดินนวยนาดเข้ามา ใบหน้าของนางงดงามแต่แฝงแววตาดูแคลน "คารวะพระชายาเพคะ" ซูชิงย่อกายลงเล็กน้อยอย่างเสียไม่ได้ "ได้ข่าวว่าช่วงนี้จวนอ๋องขัดสน ถึงขนาดต้องลดอาหารการกินเหลือเพียงผักต้ม... หม่อมฉันเป็นห่วงท่านพี่ฉางเฟิงเหลือเกิน เลยรีบมาดูเพคะ"

โจวอี้หรานแสร้งทำหน้าเศร้า บีบน้ำตาคลอเบ้าทันที "โธ่... น้องหญิงซูชิงช่างมีน้ำใจ ข่าวลือช่างไวนัก... ใช่แล้วเพคะ ช่วงนี้จวนเราลำบาก ท่านอ๋องต้องกินผักกินหญ้า... เอ้ย กินธัญพืช ข้าเองในฐานะภรรยาก็ปวดใจยิ่งนัก"

‘ปวดใจกะผี! ข้าปวดท้องเพราะหิวต่างหาก!’

ซูชิงยิ้มเยาะในใจ ‘สมน้ำหน้า! เป็นถึงพระชายาเอกแต่บริหารจวนจนตกอับ ข้าต้องฉวยโอกาสนี้ทำคะแนน’ นางหยิบถุงเงินใบเขื่องออกมาวางบนโต๊ะ "หม่อมฉันนำเงินส่วนตัวมา 500 ตำลึงทอง อยากให้พระชายานำไปจัดหาอาหารดีๆ บำรุงท่านพี่ฉางเฟิง... หวังว่าพระชายาจะไม่รังเกียจน้ำใจเล็กน้อยนี้นะเพคะ"

ดวงตาของโจวอี้หรานลุกวาววับเป็นประกายจ้า ยิ่งกว่าเห็นเพชร ‘ห้าร้อยตำลึงทอง! แม่เจ้า! ยัยนี่เป็นตู้ ATM เคลื่อนที่หรือไง? มาถึงก็เปย์เลย!’

แต่นางยังคงรักษาภาพลักษณ์ "น้องหญิง... เงินนี้มากมายนัก ข้าจะรับไว้ได้อย่างไร..." มือของนางค่อยๆ เอื้อมไปแตะถุงเงินแล้วดึงเข้ามาหาตัวเบาๆ "แต่เพื่อสุขภาพของท่านพี่... ข้าจะจำใจรับไว้ และจะนำไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด!"

‘คุ้มค่าที่สุด = เข้ากระเป๋าข้า 100% ส่วนท่านอ๋องกินผักบุ้งเหมือนเดิมจ้ะ!’

ซูชิงยิ้มอย่างผู้ชนะ หารู้ไม่ว่าตนเองเพิ่งถูกรีดไถ "ดีเพคะ ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวไปเดินชมสวน เผื่อจะได้เจอท่านพี่ฉางเฟิง..."

"เชิญจ้ะ เชิญตามสบาย!" โจวอี้หรานโบกมือไล่ สายตาจดจ่ออยู่แต่กับการนับเงินในถุง ‘หนึ่ง.. สอง.. สาม.. รวยแล้วโว้ย! วันนี้มีเงินซื้อขาหมูมากินแอบๆ แล้ว!’

หารู้ไม่ว่า... ที่หลังพุ่มไม้ไม่ไกล เว่ยฉางเฟิงยืนกอดอกพิงต้นไม้ มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาพราวระยับ เขาได้ยินทุกความคิดโลภมากของนาง และเห็นความตอแหลระดับเซียนที่หลอกเงินจากซูชิงได้หน้าตาเฉย

"ท่านอ๋อง..." พ่อบ้านจางกระซิบถาม "จะให้ข้าน้อยเข้าไปจัดการไหมขอรับ? คุณหนูซูชิงดูเหมือนจะมาดูถูกพระชายา..."

เว่ยฉางเฟิงยกมือห้าม มุมปากยกยิ้ม "ไม่ต้อง... ปล่อยให้นางหาเงินไปเถอะ ดูท่าทางนางจะมีความสุขมากเวลาเห็นเงิน"

เขาเดินออกมาจากที่ซ่อน ตรงดิ่งเข้าไปหาโจวอี้หรานที่กำลังกอดถุงเงินแนบอก

"อี้หราน..."

"ว้าย!" โจวอี้หรานสะดุ้งโหยง รีบซุกถุงเงินไว้ข้างหลัง "ทะ... ท่านพี่! มาตั้งแต่เมื่อไหร่เพคะ?"

"มาทันเห็นเจ้าแสดงความรักต่อข้า..." เขาเดินเข้ามาประชิด จ้องตานางนิ่ง "เจ้ายอมกลืนศักดิ์ศรี รับเงินจากหญิงอื่นเพื่อมาบำรุงข้า... เปิ่นหวางซาบซึ้งใจยิ่งนัก"

โจวอี้หรานยิ้มแห้งๆ เหงื่อตก ‘ซวยแล้ว! ได้ยินรึเปล่าวะเนี่ย? ไม่หรอกมั้ง... รีบๆ ไหลตามน้ำไปก่อน’ "ชะ... ใช่เพคะ เพื่อท่านพี่แล้ว บุกน้ำลุยไฟ หรือต้องก้มหัวให้ใคร ข้าก็ยอม!"

"ดี!" เว่ยฉางเฟิงคว้าข้อมือนาง "ในเมื่อเจ้าได้เงินบำรุงมาแล้ว เช่นนั้นเย็นนี้เราไปที่ 'หอสุราเลิศรส' กันเถอะ เปิ่นหวางอยากกิน 'ไก่ขอทาน' ที่แพงที่สุดในเมืองหลวง"

"ห๊ะ!" โจวอี้หรานตาโต ‘เดี๋ยว! นั่นเงินข้านะ! ไก่ขอทานตัวละตั้ง 50 ตำลึง! จะผลาญเงินข้าเรอะ!’

"ทำไม? หรือเจ้าจะเก็บเงินไว้... ใช้เอง?" เขายื่นหน้าเข้ามาถามยิ้มๆ

"ปะ... ไปสิเพคะ! เพื่อท่านพี่ ข้าทุ่มไม่อั้น!" นางกัดฟันตอบ น้ำตาตกในอีกครั้ง ‘ฝากไว้ก่อนเถอะเว่ยฉางเฟิง! สักวันข้าจะคิดดอกเบี้ยทบต้นทบดอกเลย!’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel