บทที่ 5 : นักฆ่าชุดดำ กับถุงกระดูกไก่ช่วยชีวิต
บทที่ 5 : นักฆ่าชุดดำ กับถุงกระดูกไก่ช่วยชีวิต
รถม้าคันหรูของจวนชินอ๋องเคลื่อนตัวผ่านความมืดมิดของยามค่ำคืน เสียงล้อบดเบียดไปกับถนนหินดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ภายในรถม้า โจวอี้หราน นั่งกอดห่อผ้าสองห่อไว้แนบอกราวกับสมบัติล้ำค่า ห่อแรก... คือถุงเงิน 500 ตำลึงทอง (ที่หลอกมาจากซูชิง) ห่อที่สอง... คือ 'ซากไก่ขอทาน' และเศษกระดูกที่นางให้เสี่ยวเอ้อห่อกลับบ้าน (ด้วยข้ออ้างว่าจะเอาไปให้สุนัขเฝ้าประตู แต่ความจริงคือนางจะเอาไปต้มซุปกินเองรอบดึก)
‘อิ่มจังตังค์อยู่ครบ... ชีวิตดี๊ดี! ขอบคุณท่านอ๋องหกผู้ร่ำรวย ขอให้ท่านโง่แบบนี้ไปนานๆ นะเพคะ’
เว่ยฉางเฟิง ที่นั่งหลับตาพิงเบาะอยู่ฝั่งตรงข้าม ลอบถอนหายใจยาวเหยียด เป็นชายาอ๋อง แต่ทำตัวเหมือนขอทานข้างถนน ห่อกระดูกกลับบ้าน... ศักดิ์ศรีค้ำคอไม่มีหรืออย่างไร? หรือตระกูลโจวเลี้ยงดูนางมาแบบอดอยาก?
"เจ้ามีความสุขมากหรือ? กับแค่ได้กระดูกไก่กลับบ้าน" เขาอดถามไม่ได้
"แน่นอนเพคะ!" โจวอี้หรานตอบเสียงใส "ท่านพี่ไม่รู้อะไร กระดูกพวกนี้ยังมีรสชาติ เอาไปต้มน้ำซุปใส่วุ้นเส้น อร่อยอย่าบอกใครเชียว... เป็นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าเพคะ"
‘คนรวยอย่างท่านจะไปเข้าใจอะไร! กระดูกนี่ต้มซุปได้อีกสองมื้อ ประหยัดค่ากับข้าวไปได้ตั้งเท่าไหร่!’
ทันใดนั้น... ฟิ้ว— ฉึก!
ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งทะลุหน้าต่างรถม้า เฉียดปลายจมูกของโจวอี้หรานไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ไปปักตรึงอยู่ที่ผนังรถม้าสั่นระริก
"ว้ายยยย!" โจวอี้หรานกรีดร้องลั่น กลิ้งตัวลงไปหมอบกับพื้นรถม้าโดยสัญชาตญาณ (พร้อมกอดถุงเงินและถุงไก่แน่น) ‘นักฆ่า! ชัวร์ป้าบ! ฉากบังคับในนิยายจีน! แล้วทำไมต้องมายิงตอนฉันอยู่ด้วยเนี่ย! ฉันเป็นแค่ตัวประกอบนะว้อยยย!’
"อี้หราน! หมอบลง!" เว่ยฉางเฟิงตวาดเสียงเข้ม แววตาที่เคยขี้เล่นเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกดุจมัจจุราช เขาชักกระบี่อ่อนที่ซ่อนอยู่ข้างเอวออกมา ปัดป้องลูกธนูอีกดอกที่พุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ
"คุ้มกันท่านอ๋อง!" เสียงองครักษ์เงาตะโกนก้อง เสียงดาบปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวนอกรถม้า
"เจ้าอยู่ในนี้ ห้ามออกมาเด็ดขาด!" เว่ยฉางเฟิงสั่งเสียงเฉียบขาด ก่อนจะถีบประตูรถม้าพุ่งตัวออกไปร่วมวงต่อสู้ด้านนอก ทิ้งให้นางเอกนอนสั่นงันงกอยู่คนเดียว
‘ออกไปทำไม! อย่าทิ้งฉันสิ! ถ้าพวกมันเข้ามาฆ่าปิดปากล่ะ? ฮือ... เงินก็ยังไม่ได้ใช้ ผัวใหม่ก็ยังไม่ได้หา จะมาตายแบบนี้ไม่ได้นะ!’
ความกลัวตายทำให้นางลนลาน แต่ความกลัวเงินหายนั้นมีมากกว่า นางพยายามมุดตัวเข้าไปใต้เบาะที่นั่ง หวังใช้ความมืดอำพรางตัว
แต่ทว่า... ประตูรถม้าอีกฝั่งถูกกระชากเปิดออก! นักฆ่าชุดดำสวมหน้ากากโผล่เข้ามา นัยน์ตาอำมหิตจ้องมองมาที่นาง "เจอตัวแล้ว... นังแพศยาโจวอี้หราน ตายซะเถอะ!"
มันเงื้อดาบขึ้นสูง หมายจะฟันนางให้ขาดสะพายแล่ง
"อย่านะเว้ย!" ในนาทีวิกฤต โจวอี้หรานไม่มีอาวุธ ไม่มีวรยุทธ์ มีเพียงสัญชาตญาณการเอาตัวรอด (ของแม่ค้าตลาดสด) นางคว้าสิ่งเดียวที่อยู่ในมือ... 'ห่อกระดูกไก่และน้ำซุปข้นคลั่ก' ที่ยังอุ่นๆ อยู่ เหวี่ยงเข้าใส่หน้านักฆ่าเต็มแรง!
ผัวะ! แพล่ะ!
"โอ๊ย! อะไรวะเนี่ย!?" นักฆ่าร้องลั่นเมื่อน้ำซุปไก่ผสมสมุนไพรจีนรสเข้มข้นสาดเข้าเต็มตา ตามด้วยกระดูกไก่แข็งๆ ที่กระแทกเข้าดั้งจมูกอย่างจัง ความแสบร้อนของเครื่องเทศและความมันของน้ำมันไก่ทำให้มันมองไม่เห็นชั่วขณะ
‘จังหวะนี้แหละ! สกิลหนีหนี้ทำงาน!’ โจวอี้หรานไม่รอให้มันตั้งตัว นางใช้เท้าถีบเข้าที่ 'จุดยุทธศาสตร์' กลางเป้ากางเกงของนักฆ่าเต็มแรง "ไปตายซะไอ้โรคจิต!"
"อั๊ก...!" นักฆ่าหน้าเขียวคล้ำ ตัวงอเป็นกุ้ง สิ้นสภาพความเป็นชายในทันที โจวอี้หรานฉวยโอกาสผลักร่างของมันตกจากรถม้า แล้วรีบปิดประตูลั่นดาล หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองเพล
‘เสียดายไก่... ไก่ขอทานราคา 50 ตำลึงของฉัน... ฮืออออ แต่ช่างมันเถอะ ชีวิตสำคัญกว่า (มั้ง) !’
ด้านนอก... เว่ยฉางเฟิงที่เพิ่งจัดการนักฆ่าคนสุดท้ายเสร็จ หันกลับมาเห็นนักฆ่าอีกคนนอนดิ้นพราดๆ อยู่ข้างรถม้า ใบหน้าเลอะเทอะไปด้วยคราบน้ำมันและเศษไก่ มือกุมเป้าด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
เขาเลิกคิ้วสูง... สภาพน่าอนาถเช่นนี้ ฝีมือใคร? ชายหนุ่มรีบเปิดประตูรถม้าเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง "อี้หราน! เจ้าปลอดภัยหรือไม่?"
ภาพที่เห็นคือ... พระชายาคนงามนั่งกอดถุงเงินตัวสั่นอยู่ที่มุมรถม้า ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อย แต่ไร้รอยขีดข่วน "ท่านพี่..." นางเงยหน้ามองเขา น้ำตาคลอเบ้า "ฮือ... ไก่... ไก่ของหม่อมฉัน..."
เว่ยฉางเฟิงชะงัก "เจ้าเจ็บตรงไหน? ร้องไห้ทำไม?"
"ไก่ขอทาน... หม่อมฉันปามันใส่โจรไปแล้ว... อดกินแล้วเพคะ!" นางร้องไห้โฮออกมาจริงๆ ‘เสียดายของ! รู้ไหมว่ามันแพงแค่ไหน! ถ้าปาถุงเงินไปคงช็อกตายคาที่แน่ ดีนะที่ตัดสินใจถูก!’
เว่ยฉางเฟิงยืนนิ่ง ฟังเสียงความคิดนางด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก จะเป็นห่วงก็พูดได้ไม่เต็มปาก จะขำก็เกรงใจสถานการณ์ สตรีผู้นี้... ถูกปองร้ายหมายเอาชีวิต แต่นางกลับร้องไห้เสียดายเศษกระดูกไก่?
"พอแล้วๆ ไม่ต้องร้อง" เขาถอนหายใจ แล้วดึงร่างบางเข้ามากอดปลอบโยน (ปนเวทนา) "กลับไปจวน ข้าจะสั่งให้ห้องเครื่องทำไก่ขอทานให้เจ้าใหม่สิบตัวเลย ดีไหม?"
เสียงร้องไห้เงียบกริบทันที โจวอี้หรานเงยหน้าขึ้น ตาเป็นประกายวิบวับ "จริงนะเพคะ?"
"จริง... แต่เจ้าต้องหยุดร้อง และเลิกทำหน้าเหมือนคนจะขาดใจตายเพราะเรื่องกินเสียที"
‘เย้! สิบตัว! กำไรเห็นๆ! รักท่านอ๋องที่สุดเลย (เฉพาะตอนเปย์) !’
เว่ยฉางเฟิงส่ายหน้า ยิ้มมุมปาก เขาอุ้มนางลงจากรถม้าที่เริ่มพังเสียหาย เพื่อเปลี่ยนไปขี่ม้าขององครักษ์กลับจวน "เกาะข้าให้แน่นๆ ล่ะ... ถ้าร่วงลงไป ข้าไม่เก็บนะ"
โจวอี้หรานรีบกอดเอวสอบของเขาแน่น หน้าซบลงกับแผ่นหลังกว้างที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด ‘เออ... จะว่าไป อีตาท่านอ๋องนี่ก็หุ่นดีเหมือนกันนะเนี่ย... ไหล่กว้าง เอวแน่น... กลิ่นตัวก็หอม... แหม ถ้าไม่ติดว่าเป็นพระเอกที่จะสั่งฆ่าฉันล่ะก็... น่ากินกว่าไก่ขอทานอีก’
กึก. เว่ยฉางเฟิงเกือบจะทำบังเหียนม้าหลุดมือ ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู ยัยผู้หญิงลามก... ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เจ้ายังคิดเรื่อง 'กิน' ข้าได้อีกรึ?
เขาตวัดแส้ม้า เร่งความเร็วฝ่าลมหนาว ในใจคิดคาดโทษ... ‘กลับไปถึงจวนเมื่อไหร่... เปิ่นหวางจะให้เจ้า 'ชิม' จนอิ่ม จนลุกไม่ขึ้นเลยคอยดู!’
