บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 : ปฏิบัติการล้างบาง... เพื่อความมั่งคั่ง (ของข้า)

บทที่ 2 : ปฏิบัติการล้างบาง... เพื่อความมั่งคั่ง (ของข้า)

หลังจากเว่ยฉางเฟิงออกจากจวนไป โจวอี้หรานก็ไม่รอช้า นางเรียกตัว 'พ่อบ้านจาง' และบรรดาหัวหน้าบ่าวไพร่ทั้งหมดมารวมตัวกันที่โถงกลางทันที

ร่างบางในชุดผ้าไหมสีกลีบบัวนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้สักทองประดับมุก มือข้างหนึ่งถือป้ายหยกอาญาสิทธิ์ อีกข้างเคาะสมุดบัญชีเล่มหนาปึกเป็นจังหวะ สายตากวาดมองตัวเลขในบัญชีราวกับเหยี่ยวจ้องเหยื่อ

‘แม่เจ้าโว้ย! นี่มันจวนอ๋องหรือถ้ำสมบัติ? ค่ากับข้าวเดือนละห้าร้อยตำลึงทอง? ค่าเครื่องหอมเดือนละสองร้อย? นี่พวกแกกินข้าวหรือกินทองคำกันฮะ!?’

นางกรีดนิ้วเปิดสมุดบัญชีหน้าต่อไป พลางลอบคำนวณในใจ ‘ถ้ายักยอก... เอ้ย! ถ้าบริหารจัดการดีๆ ตัดงบไร้สาระพวกนี้ออกไป ข้าจะมีเงินเก็บเข้ากระเป๋าส่วนตัวเดือนละ... หูย! แค่คิดก็น้ำลายไหลแล้ว’

"พระชายา... มีสิ่งใดผิดปกติหรือพะยะค่ะ?" พ่อบ้านจางเอ่ยถามด้วยความหวั่นเกรง เขาเห็นสีหน้าพระชายาเดี๋ยวก็ขมวดคิ้ว เดี๋ยวก็ยิ้มกริ่ม ดูน่าขนลุกชอบกล

โจวอี้หรานกระแอมไอ ปรับสีหน้าให้ดูเคร่งขรึมและทรงภูมิ "พ่อบ้านจาง ข้าดูบัญชีครัวเรือนแล้ว รู้สึกว่า... จวนอ๋องของเรานั้น 'ฟุ่มเฟือย' เกินความจำเป็นไปมาก เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของท่านพี่ และสร้างกุศลด้วยการรู้จักมัธยัสถ์ ข้าจึงมีนโยบายใหม่"

เหล่าบ่าวไพร่หันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"นโยบาย... อะไรหรือพะยะค่ะ?"

โจวอี้หรานยิ้มหวาน "นโยบาย 'พอเพียงเพื่อผัว' อย่างไรเล่า!"

นางลุกขึ้นเดินวนรอบพ่อบ้านจาง พลางร่ายยาว "ประการแรก... อาหารการกิน ท่านพี่สุขภาพไม่แข็งแรง (เพราะโดนพิษ) การกินเนื้อสัตว์ใหญ่ อาหารมันๆ ย่อมไม่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้ไป ครัวใหญ่จงลดปริมาณเนื้อสัตว์ลงครึ่งหนึ่ง เน้นผักและธัญพืชให้มาก เพื่อเป็นการ... ดีท็อกซ์ลำไส้ท่านอ๋อง"

‘ลดค่าเนื้อสัตว์ หักส่วนต่างเข้ากระเป๋าข้า... คิคิ เนื้อวากิว A5 อะไรนั่นไม่ต้องกินหรอก แพงจะตาย กินผักบุ้งไฟแดงไปก็อิ่มเหมือนกันแหละน่า’

พ่อบ้านจางอ้าปากค้าง "ตะ... แต่ท่านอ๋องโปรดเสวยเนื้อ..."

"หรือเจ้าจะเถียงข้า? ข้าหวังดีต่อสุขภาพสามีนะ!" นางตวาดแว้ด แต่แววตาใสซื่อ "หรือเจ้าอยากให้ท่านอ๋องไขมันอุดตันตายเร็วๆ?"

"หามิได้พะยะค่ะ!" พ่อบ้านจางรีบก้มหน้า

"ประการที่สอง..." โจวอี้หรานชี้ไปที่แจกันลายครามและภาพวาดเก่าแก่ที่ประดับอยู่เต็มห้องโถง "ของพวกนี้วางไว้ก็ฝุ่นจับ ดูรกรุงรัง ขวางทางเดินลมปราณฮวงจุ้ย... ให้คนขนไปเก็บไว้ที่เรือนท้ายสวนให้หมด ส่วนชิ้นไหนที่ดูเก่าๆ จะพังแหล่ไม่พังแหล่ ก็เอาไป... 'จัดการ' ให้เรียบร้อย"

ในใจนางแสยะยิ้มชั่วร้าย ‘จัดการ = เอาไปแอบขายตลาดมืด! แจกันใบนั้นน่าจะได้หลายพันตำลึง ภาพวาดนั่นของจิตรกรดังนี่นา... เสร็จโจร! ขนไปให้หมด เปลี่ยนขยะให้เป็นทุน!’

"และประการสุดท้าย..." นางหันมาจ้องหน้าหัวหน้าสาวใช้ "เสื้อผ้าอาภรณ์ของข้าและท่านอ๋อง ปีหนึ่งตัดใหม่ตั้งหลายชุด สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ปีนี้งดตัดชุดใหม่! ให้เอาชุดเก่ามาซ่อมแซม ใส่ซ้ำวนไป!"

‘เงินค่าตัดชุดปีละหมื่นตำลึง... หวานหมูโจวอี้หรานล่ะงานนี้!’

นางสรุปจบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดั่งนักการเมืองปราศรัยหาเสียง "ทั้งหมดนี้ ข้าทำไปเพราะรักและเทิดทูนท่านอ๋อง อยากให้จวนของเราเป็นแบบอย่างของความสมถะ พวกเจ้าเข้าใจเจตนาอันบริสุทธิ์ของข้าหรือไม่?"

บ่าวไพร่ทั้งหลายได้แต่มองหน้ากันตาปริบๆ ก่อนจะรับคำอย่างจำยอม "ระ... รับทราบเพคะ/พะยะค่ะ พระชายาช่าง... ประเสริฐยิ่งนัก"

ยามโหย่ว (17.00 – 19.00 น.)

เว่ยฉางเฟิงกลับมาถึงจวนด้วยความเหนื่อยล้าจากการประชุมขุนนาง เขาคาดหวังว่าจะได้เห็นจวนที่สงบเรียบร้อย หรือไม่ก็เห็นพระชายาตัวดีกำลังนั่งทำบัญชีหน้าดำคร่ำเครียด

แต่สิ่งที่เขาเห็นคือ... โถงทางเดินที่เคยประดับประดาด้วยแจกันและของมีค่า บัดนี้โล่งเตียนราวกับเพิ่งถูกโจรปล้น!

"พ่อบ้านจาง!" เขาเรียกเสียงเข้ม "เกิดอะไรขึ้น? ใครมาปล้นจวนอ๋อง?"

พ่อบ้านจางวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงาน เหงื่อแตกพลั่ก "มะ... มิใช่โจรพะยะค่ะท่านอ๋อง แต่เป็นพระชายา... พระชายาสั่งให้ย้ายของตกแต่งไปเก็บ อ้างว่าเพื่อ... เอ่อ... ปรับฮวงจุ้ยเปิดทางลมปราณพะยะค่ะ"

คิ้วเข้มของเว่ยฉางเฟิงกระตุก ปรับฮวงจุ้ย? หรือเตรียมขนย้ายทรัพย์สินหนีมากกว่า?

เขาส่ายหน้าอย่างระอาใจ ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องอาหาร กลิ่นหอมของอาหารลอยมาเตะจมูก ทำให้เขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที

"ท่านพี่กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ!" โจวอี้หรานในชุดเดิม (ที่นางตั้งใจใส่ซ้ำเพื่อประหยัด) รีบวิ่งเข้ามาต้อนรับ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสผิดหูผิดตา "วันนี้หม่อมฉันลงไปคุมห้องเครื่องด้วยตัวเองเลยนะเพคะ เพื่อจัดเตรียมสำรับเพื่อสุขภาพให้ท่านพี่โดยเฉพาะ"

เว่ยฉางเฟิงนั่งลง มองดูอาหารบนโต๊ะ... แล้วนิ่งอึ้งไป บนโต๊ะเสวยที่เคยเต็มไปด้วย เป็ดอบน้ำผึ้ง หมูหัน ขาหมูตุ๋นยาจีน... บัดนี้ มีเพียง ผัดผักบุ้งไฟแดง, เต้าหู้ทรงเครื่อง (ที่มีแต่วิญญาณหมู) , แกงจืดหัวไชเท้า, และข้าวต้มเปล่าๆ

เขาเงยหน้ามองนางเอกช้าๆ "นี่คือ...?"

"สำรับ 'อายุวัฒนะ' เจ้าค่ะ!" นางตอบเสียงใส "หม่อมฉันปรึกษาท่านหมอ (ในจินตนาการ) แล้วว่า ท่านพี่ควรงดเว้นเนื้อสัตว์เพื่อชำระล้างพิษในกาย การทานผักจะทำให้เลือดลมไหลเวียนดี... เชิญเสวยสิเจ้าคะ ผัดผักบุ้งนี่กรอบอร่อยมากเลยนะ!"

นางคีบผักบุ้งใส่ถ้วยให้เขาอย่างเอาใจ แต่ในหัวของนางกลับดังลั่นราวกับเปิดลำโพง

‘กินเข้าไปพ่อคุณ... หญ้าทั้งนั้น! กินๆ เข้าไปจะได้ไม่มีแรงมาลวนลามฉันคืนนี้ ส่วนเป็ดอบน้ำผึ้งที่เหลือในครัวน่ะเหรอ... เสร็จข้าล่ะ แอบให้สาวใช้ยกไปไว้ที่ห้องนอนเรียบร้อยแล้ว คิคิ เดี๋ยวท่านอ๋องหลับเมื่อไหร่ แม่จะแทะให้กระดูกไม่เหลือเลย!’

เว่ยฉางเฟิงกำตะเกียบแน่นจนนิ้วข้อขาว นางกล้ามาก... ให้นางกินเป็ด แล้วให้สามีกินหญ้า? แถมยังแอบด่าว่าเขาไม่มีแรง?

รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากของท่านอ๋อง เขาคีบผักบุ้งเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ อย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบจ้องมองนางไม่วางตา

"รสชาติดี..." เขาเอ่ยชมเสียงเรียบ "อี้หรานช่างใส่ใจสุขภาพเปิ่นหวางจริงๆ"

"ขอบพระทัยเพคะ" นางยิ้มรับ แต่ในใจคิด ‘แน่นอนสิยะ ประหยัดงบค่าอาหารไปได้ตั้ง 80% เงินส่วนต่างนอนกอดอยู่ในไหใต้เตียงข้าแล้ว!’

"แต่ว่า..." เว่ยฉางเฟิงวางตะเกียบลง "เปิ่นหวางจำได้ว่า กฎของจวนอ๋องคือ... สามีภรรยาต้องร่วมทุกข์ร่วมสุข"

โจวอี้หรานเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี "ทะ... ท่านพี่หมายความว่า?"

"ในเมื่อเจ้าหวังดี อยากให้ข้าสุขภาพแข็งแรง เจ้าที่เป็นภรรยาก็ควรจะดูแลสุขภาพไปพร้อมกับข้าด้วย" เขาสั่งเสียงดังฟังชัด "พ่อบ้านจาง! ไปยก เป็ดอบน้ำผึ้ง ที่อยู่ในห้องนอนพระชายาออกมา... แล้วเอาไปแจกจ่ายให้บ่าวไพร่กินให้หมด!"

"ห๊ะ!?" โจวอี้หรานหลุดอุทานตาโต "ดะ... เดี๋ยวสิเพคะ!"

‘ม่ายยยยยยยย! เป็ดของฉัน! ไอ้ปีศาจ! เจ้ารู้ได้ยังไงว่าฉันซ่อนเป็ดไว้? จมูกดีเหมือนหมาหรือไง!?’

เสียงกรีดร้องในใจนางโหยหวนจนเว่ยฉางเฟิงแทบหลุดขำ "และตั้งแต่มื้อนี้เป็นต้นไป..." เขาหันมายิ้มหวานเคลือบยาพิษให้นาง "พระชายาจะทานอาหารเมนูเดียวกับเปิ่นหวาง... คือผักต้มและเต้าหู้ จนกว่าสุขภาพของเราจะแข็งแรงขึ้น... ดีหรือไม่ ฮูหยินรัก?"

โจวอี้หรานมองจานผักบุ้งตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า น้ำตาตกใน... เงินก็ได้มา แต่ต้องแลกด้วยการอดกินเนื้อ นี่มัน... กำไรหรือขาดทุนกันแน่!?

‘ไอ้ท่านอ๋องบ้า! ฝากไว้ก่อนเถอะ! คืนนี้แม่จะนอนเบียดให้ตกเตียงเลยคอยดู!’

เว่ยฉางเฟิงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี พลางคีบเต้าหู้เข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ...การมีภรรยาที่อ่านใจได้นี่ มันทำให้เจริญอาหารเสียจริง.

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel