บทที่ 3 เจอผีที่บ่อน้ำ
หลี่เหม่ยหลินแม้จะชอบดื่มเหล้าเป็นชีวิตจิตใจ แต่นางนั้นก็นับว่าคอแข็งยิ่งนัก จนแม่สามีเมาคออ่อนไปแล้ว แต่นางยังนั่งทรงตัวอยู่ได้ ช่างน่าประหลาดใจดีแท้
เมื่อสั่งให้คนส่งแม่สามีเข้าไปนอนพักแล้ว นางจึงคิดจะขอตัวกลับ แต่ทว่าจ้าวเฟยหลงกลับเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เป็นสตรีควรรักษากิริยา แต่นี่กลับมาดื่มกับแม่สามีจนเมามาย มันใช้ได้หรืออย่างไรกัน”
เขาเอ่ยกับนางอย่างไม่พอใจเท่าใดนัก แต่หลี่เหม่ยหลินสนใจเสียที่ไหน นางหันไปหยิบไหสุราขึ้นมาก่อนจะยกขึ้นดื่มต่อหน้าต่อตาเขา พลางหันมาเอ่ยตอบชายหนุ่ม
“เสด็จแม่ก็พอใจไม่ใช่หรือ ไม่เห็นจะต่อว่าอันใดหม่อมฉันเลย มีแต่ท่านอ๋องนั้นแหละที่ทรงบ่นไม่หยุด ระวังนะเพคะ เครียดมากไม่ดีนะเพคะ ดูสิ รอยตีนกาขึ้นเต็มหางตาพระองค์แล้ว”
“หลี่เหม่ยหลิน ไม่พบกันเพียงไม่กี่ปี ปากคอเจ้านี่มัน...!”
“ขอบพระคุณที่ทรงเอ่ยชมเพคะ แต่หม่อมฉันคิดว่าท่านอ๋องอย่าทรงเสียเวลามาด่าหม่อมฉันอยู่ตรงนี้เลย ไปหาเวลานอนดีกว่าเพคะ ขอบตาดำจนเหมือนคนติดผงศิลาแล้ว ช่างน่าสงสารยิ่งนัก”
“หลี่เหม่ยหลิน!”
“อย่าทรงเกรี้ยวกราดสิเพคะ ประเดี๋ยวโกธรง่ายจะตายไวเอาได้ แต่ถ้าท่านอ๋องจะรีบไปตาย หม่อมฉันก็ไม่คิดจะห้ามเพคะ”
เอ่ยจบนางก็เดินจากไปทันทีโดยไม่หันกลับมาสนใจชายหนุ่มอีก จ้าวเฟยหลงมองนางด้วยความหงุดหงิด เห็นทีสตรีผู้นี้คงจะรับมือยากไม่น้อย หากไม่ติดว่าต้องพึ่งดวงชะตาของนาง เขาคงไล่นางออกจากจวนไปนานแล้ว
อยู่ดีๆ ก็รู้สึกอยากท้าต่อยกับสตรีขึ้นมาเสียแล้ว!
ด้านหลี่เหม่ยหลินเมื่อกลับมาถึงเรือนพัก นางก็สั่งให้สาวใช้ออกไปให้หมด หลังจากล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยแล้วก็นอนหลับไปพักใหญ่ เมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาช่วงบ่ายคล้อยแล้ว หญิงสาวรู้สึกหิวจึงสั่งให้สาวใช้ไปนำของว่างเข้ามาให้สักจาน เมื่อกินของว่างอิ่มแล้วจากนั้นนางก็ออกไปเดินเล่นที่สวนบุปผาด้านหลังจวนเพื่อผ่อนคลาย
จวนชินอ๋องงดงามอลังการไม่น้อย บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นเต็มไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์ที่เติบโตตามฤดูกาล แม้แต่ดอกไม้หายากก็ยังมีให้เห็นอยู่รอบกาย ด้านหลังจวนยังมีสวนดอกไม้ที่แสนงดงามยิ่ง ไม่เพียงเท่านั้นยังมีศาลาริมน้ำอีกด้วย
“พวกเจ้าไปรออยู่ตรงนั้นเถิด ข้าจะเดินเล่นคนเดียวเงียบๆ สักหน่อย”
หลี่เหม่ยหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงรำคาญเล็กน้อย นางไม่ชอบเลยเวลาที่มีสาวใช้คอยเดินตามตนเป็นพรวนเช่นนี้ ช่างไร้ความเป็นส่วนตัวยิ่งนัก เหล่าสาวใช้มีหรือจะกล้าขัดคำสั่งเจ้านาย จึงยอมทำตามแต่โดยดี แต่ถึงกระนั้นสายตาของพวกนางก็ยังจับจ้องมองเจ้านายของตนไม่หยุดหย่อน
เมื่อไล่สาวใช้ให้ไปอยู่ห่างตัวได้แล้ว หลี่เหม่ยหลินก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก นางเดินชมสวนดอกไม้ไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่ไม่ไกลจากตัวนางมากนัก
หญิงสาวหันไปมองโดยรอบแต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ จนกระทั่งสายตาของนางไปหยุดอยู่ที่บ่อน้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ติดกับต้นไม้ใหญ่ที่ดูแล้วน่าจะเป็นต้นดอกท้อ
เดิมทีมันก็ควรจะเป็นเพียงบ่อน้ำธรรมดาบ่อหนึ่งในสายตาของผู้คนทั่วไปที่ไม่ได้มีสัมผัสพิเศษอะไร แต่สำหรับหลี่เหม่ยหลินมันกลับไม่ใช่เช่นนั้น บ่อน้ำที่ควรจะสงบนิ่ง บัดนี้กลับมีสตรีนางหนึ่งกำลังโผล่ขึ้นมาจากบ่อน้ำ นางสวมชุดเหมือนสาวใช้ทั่วไป เสื้อผ้าเปียกโชก ผมเผ้ารุ่งรัง หน้าตาซีดเซียว เมื่อนางหันหน้ามาสบตากับหลี่เหม่ยหลินก็แสยะยิ้มออกมาจนเห็นฟันแหลมคมที่น่าสยดสยอง
เจออีกแล้ว!
หลี่เหม่ยหลินร้องอุทานขึ้นมาในใจเบาๆ นางไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือใจเต้นแรงเลยแม้แต่น้อย แต่กลับมองวิญญาณตรงหน้าด้วยสายตาเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด นางไม่คิดเลยว่าในจวนที่แสนจะร่ำรวยแห่งนี้จะมีวิญญาณสิงสถิตอยู่ในบ่อน้ำเช่นนี้ด้วย
วิญญาณดวงนั้นแสยะยิ้ม ก่อนจะกระโดดขึ้นมาจากบ่อน้ำและเคลื่อนไหวสี่ขาในท่าผิดมนุษย์ตรงเข้ามาหาหลี่เหม่ยหลิน ทำท่าจะพุ่งเข้าใส่นาง
“เจ้าเห็นข้าหรือ ฮี่ๆๆ!”
วิญญาณสาวเอ่ยจบก็ตั้งท่าจะพุ่งเข้ามาหาหลี่เหม่ยหลิน หลี่เหม่ยหลินที่ยืนอยู่ตรงนั้นจึงยื่นมือไปกระชากผมของผีสาวอย่างแรง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเบาๆ
“ให้ตายเถอะ ข้าสัมผัสตัวเจ้าได้ด้วยหรือนี่ เยี่ยมไปเลย เวลาเจอผีก่อกวนจะได้ตบให้เลือดกลบปากตายซ้ำอีกรอบ”
เอ่ยจบนางก็ยกมือขึ้นต่อยไปที่ใบหน้าของผีสาวตนนั้นอย่างแรงจนมันร้องโอดครวญ ผีสาวเดิมทีคิดจะเข้ามาทำร้ายหลี่เหม่ยหลิน แต่กลับถูกนางเตะและต่อยซ้ำ จนผีสาวต้องยอมแพ้ เพราะหากไม่หยุดตนเองคงจะกลายเป็นศพตายซ้ำซ้อนไปอีกรอบเป็นแน่
“พอเถิด ข้าไม่อยากตายซ้ำซ้อนอีกแล้ว ข้าแค่ตกลงไปในบ่อน้ำจนตาย ไปเกิดไม่ได้เสียทีเพราะมีห่วง จึงวนเวียนอยู่ที่นี่เท่านั้น บังเอิญท่านเห็นข้า ข้าเลยอยากทักทายท่าน”
“ทักทายกับผีสิเช่นนี้!”
“ก็ข้าเป็นผี”
“เดี๋ยวก็กระทืบให้ตายซ้ำอีกรอบ!”
“ข้าไม่กล้าแล้ว”
ผีสาวยกมือขึ้นปิดหน้าพลางร้องไห้โฮจนหลี่เหม่ยหลินเริ่มสงสาร จึงบอกว่าจะไม่ตบผีซ้ำอีก ผีสาวจึงพอจะวางใจลงไปได้มาก เมื่อมีคนฟังตน นางจึงเล่าว่าตนเองเคยเป็นสาวใช้ของจวนนี้ อยู่มาวันหนึ่งเป็นเวลามืดค่ำแล้วนางออกมาตักน้ำไปใช้ อยู่ๆก็หน้ามืดจนพลัดตกบ่อและสิ้นใจตายจากไป แม้จะมีคนนำศพออกไปทำพิธีแล้ว แต่ตนก็ยังไม่อาจปล่อยวาง จึงไปเกิดใหม่ไม่ได้
“แล้วเจ้ามีห่วงอันใดกันเล่า จึงไม่ยอมไปเกิดน่ะ?”
“ข้าเป็นห่วงน้องสาวเจ้าค่ะ น้องสาวของข้าอยู่ที่หมู่บ้านนอกเมืองหลวง พวกเราเป็นเด็กกำพร้า มีท่านป้าคอยเลี้ยงดู แต่ว่าท่านป้าไม่ได้รักพวกเราเลย นางหลอกพาข้าไปขายที่โรงค้ามนุษย์ โชคดีที่พระชายาชินอ๋องซื้อตัวข้าเอาไว้ ข้าจึงตามมารับใช้พระชายา เพราะเป็นห่วงน้องสาวข้าจึงกลับไปหาท่านป้าและตกลงกับท่านป้าว่าจะส่งเงินเดือนทั้งหมดให้กับนางทุกเดือน แลกกับการที่นางอย่าเอาตัวน้องสาวข้าไปขาย เรื่องนี้ไม่มีใครในจวนอ๋องทราบเลย น้องสาวของข้านางอายุเพียงสิบสามปีเท่านั้น แต่ยามนี้ข้าตายแล้ว ไม่รู้ว่าน้องสาวข้าจะเป็นอย่างไรบ้าง พี่สาว ท่านช่วยน้องสาวข้าได้หรือไม่ ช่วยข้าหน่อยเถอะนะ ข้าติดต่อสื่อสารกับผู้ใดไม่ได้เลยนอกจากท่าน”
หลี่เหม่ยหลินได้ฟังก็รู้สึกสงสารจับใจจึงยอมรับปาก ในตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน นางก็เจอวิญญาณที่มาขอความช่วยเหลืออยู่เรื่อยๆ ถึงจะไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว แต่เมื่อได้ยินว่าวิญญาณสาวตนนี้ทำเพื่อน้องสาว นางก็อดใจอ่อนไม่ได้
“ก็ได้ ข้าจะช่วยเจ้า แต่ไม่รับปากนะว่าจะสำเร็จหรือไม่”
“ขอบพระคุณท่านมากเจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านเป็นใครกัน ข้าไม่คุ้นหน้าท่านเลย”
“เป็นพระชายาของจ้าวเฟยหลง”
“อ้อ ที่แท้ก็พระชายาน้อยนี่เอง”
ในขณะที่หลี่เหม่ยหลินกำลังสนทนากับผีสาว นางก็ได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นมาอีกรอบ
ช่วยเหล่าวิญญาณตกทุกข์ได้ยาก ปลดล็อกไอเทมกระดองเต่าวิเศษ!
หญิงสาวร้องว้าวในใจ ที่แท้หากนางช่วยเหลือวิญญาณที่ทุกข์ยากได้สำเร็จก็จะสามารถปลดล็อกไอเทมวิเศษได้อย่างนั้นหรือ ยอดเยี่ยมไปเลย แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่มันไม่ปลดล็อกไอเทมสุรารสเลิศหรืออาหารอันโอชะอันใดเทือกนั้น แต่ก็ช่างเถอะ อยู่ในยุคนี้ไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้าง มีกระดองเต่าวิเศษติดตัวเอาไว้ย่อมดีกว่า
เมื่อคิดได้เช่นนั้น นางจึงเก็บกระดองเต่าวิเศษไว้กับตัวเป็นอย่างดี ก่อนจะพูดคุยกับผีสาวตนนั้นต่อถึงรายละเอียดที่นางอยากทราบ จากนั้นก็ขอตัวกลับที่พักของตน เหล่าสาวใช้ต่างมองหน้ากันไปมา เมื่อเห็นเจ้านายเอาแต่ยืนพูดอยุ่คนเดียว แถมยังยกมือทำท่าทางด่าทอ ช่างน่ากลัวยิ่งนัก หรือว่าพระชายาจะเสียสติไปแล้ว ซ้ำร้ายยังไปนั่งอยู่ข้างบ่อน้ำและพูดคุยกับใครก็ไม่รู้ สาวใช้พวกนี้รู้ดีว่าเมื่อหลายปีก่อน บ่อน้ำแห่งนี้เคยมีนางกำนัลคนหนึ่งตกลงไปตาย จึงพากันตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
ด้านจ้าวเฟยหลงที่ยืนมองดูเหตุการณ์นั้นอยู่ไม่ไกลก็พลันขมวดคิ้วมุ่น เขาถึงกับคิดในใจว่า ได้แต่งเมียขี้เหล้าไม่พอ เมียยังสติไม่ดีอีกด้วย ไม่ได้การ! เขาต้องสั่งให้คนไปเรียนเชิญไต้ซือมาพบโดยเร็วเสียแล้ว!
รักษาตัวเองยังไม่ทันหาย นี่ยังต้องมารักษาเมียที่เพิ่งแต่งเข้าจวนมาอีก นี่มันเวรกรรมซ้ำซ้อนอันใดของเขากันนี่!
