
บทย่อ
อยู่ดีดีก็ต้องมาแต่งงานกับอ๋องเฮงซวยที่ดวงชะตาขาดกระจุยกระจาย ซ้ำร้ายเขายังหลอกใช้นางมาเป็นยันต์ต่อชีวิตอีก ช่างน่าโมโหนัก! แรกเริ่มเขาและนางก็เข้าหอล้างไออัปมงคลกันทุกๆสิบห้าวัน แต่ดูเหมือนอ๋องบัดซบจะเริ่มติดใจนางขึ้นมา จึงชวนนางเข้าหอไม่หยุด นางเองก็เริ่มทนคำยั่วเย้าของเขาไม่ไหว จึงชวนเขาสะเดาะเคราะห์ทุกวันให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเสีย!
ตอนที่ 1 แต่งงานสะเดาะเคราะห์ - 1
เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องถนนในเมืองหลวง ขบวนเจ้าสาวที่ยาวเหยียดดูหรูหราสมเกียรติ แต่ทว่าภายในเกี้ยวสีแดงมงคลนั้น หลี่เหม่ยหลิน กำลังนั่งขยับมงกุฎหงส์ที่แสนจะหนักอึ้งด้วยความหงุดหงิดอย่างยิ่ง นางเป็นถึงคุณหนูใหญ่จากจวนคหบดี แต่กลับต้องมาแต่งงานกับ จ้าวเฟยหลง ชินอ๋องหนุ่มดวงกุดเพื่อแก้เคล็ดให้กับเขา
“ให้ตายเถอะ ดวงชะตาขาดกระจุยกระจายขนาดนั้น ยังหน้าด้านอยากจะแต่งงานอีกนะท่านอ๋อง ซ้ำร้ายยังใช้สัญญาหมั้นหมายเดิมมาเร่งรัดให้ข้าต้องเข้าพิธีวิวาห์กับเขาอีก!”
นางเอ่ยพึมพำพลางกรอกตาไปมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ
เดิมทีนางเป็นดวงวิญญาณที่มาจากยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังมีความสามารถพิเศษด้านการดูดวงและทำนายโชคชะตาของผู้คน ไม่เพียงเท่านั้นนางยังสามารถมองออกด้วยว่าดวงชะตาของใครถึงฆาตหรือใกล้ลาโลกแล้วบ้าง เดิมทีความสามารถพิเศษนี้หลี่เหม่ยหลินไม่อยากจะมีเท่าใดนัก เพราะนางต้องมองเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นอยู่ตลอดเวลา มันน่ารำคาญจะตายชัก!
แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลก นางเกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนหมดสติและทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหลี่เหม่ยหลินสตรีผู้หัวอ่อนนางนี้ที่เพิ่งลาโลกจากไปเพราะล้มป่วยหนักจนไร้หนทางเยียวยา ซ้ำร้ายตัวของนางเองยังมีชื่อแซ่และหน้าตาเหมือนกับเจ้าของร่างเดิมทุกประการ
มารดาของเจ้าของร่างเดิมเป็นสหายกับมารดาของจ้าวเฟยหลง และได้หมั้นหมายหลี่เหม่ยหลินให้กับจ้าวเฟยหลงตั้งแต่อยู่ในครรภ์
เมื่อหลี่เหม่ยหลินคนใหม่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ นางก็เกิดเคลือบแคลงสงสัยในตัวชินอ๋องผู้นี้ขึ้นมา จึงลอบไปสืบเสาะเรื่องของเขา จนเมื่อได้เห็นหน้าตาหล่อเหลาของชายหนุ่มนางก็ถึงกับตกตะลึงตาค้าง ได้ยินว่าเขาเป็นถึงหลานชายแท้ๆของฝ่าบาท หลังจากบิดาของเขาตายจากไป ชายหนุ่มก็ขึ้นมารับตำแหน่งชินอ๋องต่อจากบิดาของตนทันที
แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือรอบกายของเขามีกลิ่นอายของความตายเข้มข้นยิ่งนัก ไม่เพียงเท่านั้นนางยังไปได้ยินเองกับหูว่าที่เขาเร่งเร้าแต่งงานกับนางในครานี้ ก็เพราะว่าดวงชะตาของนางต้องกันกับเขา อีกทั้งยังสามารถเป็นยันต์รับเคราะห์แทนเขาได้อีกด้วย หลี่เหม่ยหลินได้ทราบก็โมโหมาก แต่กลับไม่อาจหลีกหนีงานสมรสในครานี้ไปได้
เมื่อกลับมาถึงจวนนางก็แสร้งทำเป็นไปขอดูวันเวลาตกฟากของจ้าวเฟยหลงจากบิดา เพราะก่อนจะแต่งงานกันเจ้าบ่าวเจ้าสาวย่อมต้องแลกวันตกฟากเพื่อตรวจดูดวงชะตาเสียก่อน เมื่อได้ทราบวันเกิดและเวลาตกฟากของเขามาแล้ว นางก็รีบตรวจดูดวงชะตาของชายหนุ่มทันที ก่อนจะพบว่า จ้าวเฟยหลงชินอ๋องหนุ่มผู้นี้ แม้จะมีอำนาจล้นฟ้าและใบหน้าที่สตรีทั่วเมืองฝันถึง แต่ดวงชะตาของเขากลับมืดมิดราวกับท้องฟ้ายามไร้แสงจันทร์ ซ้ำร้ายอีกสามเดือนข้างหน้าจะมีเส้นชะตาตัดขาด นั่นหมายถึงความตายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง!
จะตายอยู่รอมร่อแล้วยังไม่ยอมจากไปแต่โดยดี กลับแต่งภรรยาเข้ามารับเคราะห์แทนตนช่างบัดซบดีแท้!
หลี่เหม่ยหลินด่าทอจ้าวเฟยหลงอยู่ในใจเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ทว่าไม่นานก็มีเสียงของใครบางคนเอ่ยตะโกนขึ้นมา
“เชิญพระชายาลงจากเกี้ยว!”
หลี่เหม่ยหลินพลันละจากความคิดก่อนจะค่อยๆจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินลงมาจากเกี้ยวเจ้าสาว เมื่อนางลงมาจากเกี้ยวเจ้าสาวก็พบว่าเสียงแหลมบาดหูนี้คือเสียงของขันทีผู้หนึ่งนั่นเอง ทำเอาหลี่เหม่ยหลินถึงกับต้องยกมือขึ้นมาแคะหูของตน ให้ตายเถอะ! เสียงแหลมขนาดนี้นางสงสารหูฮ่องเต้ยิ่งนัก ได้ฟังเสียงขันทีเช่นนี้ทุกวัน ขี้หูฝ่าบาทคงเต้นระบำวันละหลายครั้งเลยทีเดียว!
เมื่อลงมาจากเกี้ยวเจ้าสาวแล้ว หลี่เหม่ยหลินก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่อยู่รอบกายของตน เมื่อนางหันไปมองก็พบเข้ากับบุรุษผู้หนึ่ง เขาสวมชุดสีแดงสด ใบหน้าหล่อเหลาแต่กลับเคลือบแฝงไปด้วยความเย็นชาอยู่หลายส่วน ชายหนุ่มกำลังยืนมองนางด้วยสายตาเย็นชา หลี่เหม่ยหลินที่ได้เห็นเช่นนั้นก็พลันร้องอ้อเบาๆในใจ
