บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 เมียขี้เมา

จ้าวเฟยหลงลอบด่าทอหลี่เหม่ยหลินอย่างไม่พอใจเท่าใดนัก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้คิดจะปลุกนางขึ้นมาแต่อย่างใด ชายหนุ่มถอดชุดแต่งงานที่แสนจะน่ารำคาญนี้ออกและโยนมันไปบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะร้องเรียกให้เหล่านางกำนัลสาวใช้เข้ามาเตรียมน้ำร้อนให้เขาอาบ เหล่าสาวใช้ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากสอบถามสิ่งใด เมื่อทำงานของตนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบล่าถอยจากไปทันที

เมื่อได้แช่ตัวในน้ำอุ่นแล้ว ก็ทำให้จ้าวเฟยหลงรู้สึกอารมณ์ดีและผ่อนคลายขึ้นมาไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อได้อยู่ในความเงียบเพียงลำพัง เขาก็ครุ่นคิดถึงเรื่องที่ตนเองต้องพบเจอมาตลอดเวลาหลายเดือนนี้ขึ้นมา

เดิมทีเขาคิดว่าการที่ดวงชะตาของเขาไม่ค่อยดีเช่นนี้ เป็นเพราะเรื่องบังเอิญ แต่นานวันเข้า เขากลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่เช่นนั้น บางคราวเขารู้สึกเหมือนมีเสียงคนกระซิบข้างหู บ้างหัวเราะ บ้างร้องไห้ ชวนให้ขนลุกยิ่งนัก ทุกคราที่อยู่เพียงลำพังเขาก็มักจะรู้สึกได้ว่ามีพลังงานบางอย่างวิ่งวนอยู่รอบกายของเขา และตัวเขาเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่ามันคือพลังงานอันใดกันแน่ เพราะแม้แต่ไต้ซือยังบอกว่ามองไม่เห็นต้นตอของพลังงานนั้น ไม่แน่ใจว่ามันคือไอวิญญาณชั่วร้ายที่ตามติดเขามาจากชาติก่อน หรือว่าเป็นเพราะคุณไสยมนต์ดำกันแน่

จ้าวเฟยหลงถอนหายใจออกมาเบาๆ หนหนึ่ง เดิมทีเขาไม่เคยเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติพวกนี้เลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อได้มาสัมผัสกับตนเองมันทำให้เขาเชื่ออย่างสนิทใจ ดูเหมือนว่าคนบงการต้องการให้เขาตายอย่างทรมานเพราะความกลัวที่กดทับจิตใจของตนเอง

ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก เป็นฝีมือของใครกันนะ หรือว่าจะเป็นองค์ชายใหญ่!

แคว้นต้าโจวแห่งนี้ มีราชวงศ์จ้าวปกครองมาหลายชั่วอายุคน เสด็จพ่อของเขาและเสด็จลุงเป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน ทำให้เสด็จลุงเอ็นดูเขาเป็นอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นเสด็จลุงยังมีบุตรชายสองคน ผู้หนึ่งเกิดจากเซียวฮองเฮา นามว่าจ้าวมู่ฉี จ้าวมู่ฉีนั้นไม่ค่อยจะลงรอยกับเขาสักเท่าใดนัก อาจเพราะว่าเสด็จลุงโปรดปรานเขามาก อีกทั้งเสด็จลุงยังไม่ยอมแต่งตั้งจ้าวมู่ฉีเป็นองค์รัชทายาทเสียที จ้าวมู่ฉีคงนึกหวาดระแวงเขาอยู่ไม่น้อย ยามพบเจอหน้ากันหนใดหากไม่เอ่ยวาจาเหน็บแนม ก็ต้องปรายตามองเขาอย่างไม่เป็นมิตรอยู่ร่ำไป

ส่วนองค์ชายรองเกิดจากกุ้ยเฟย นามว่าจ้าวหลาน จ้าวหลานนั้นสนิทสนมกับเขามาก อีกทั้งยังนับถือรักใคร่เขาเป็นอย่างยิ่ง เขาเองก็ชอบจ้าวหลานมากเช่นเดียวกัน

เดิมทีเขาไม่ได้หวังตำแหน่งนั้นเลยแม้แต่น้อย เขาอยากเที่ยวท่องไปในโลกกว้าง ปกป้องแว่นแคว้นและราษฎรให้พ้นจากภัยสงคราม หากเสด็จพ่อยังไม่ตกตายในสนามรบไปเสียก่อน ป่านนี้เสด็จพ่อของเขาก็ยังคงเป็นชินอ๋องผู้สง่างามเป็นแบบอย่างของชายชาติทหารทุกคน น่าเสียดายที่บิดาของเขาอายุสั้นยิ่งนัก

เมื่อคิดถึงบิดา จ้าวเฟยหลงก็อดรู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาไม่ได้ เสด็จแม่ของเขานั้นหลังจากท่านพ่อจากไปก็ยังคงร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง เขาเองก็สงสารมารดาไม่น้อย

แต่ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป เขายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ และจะต้องหาตัวคนร้ายที่ทำร้ายเขาให้จงได้

ชายหนุ่มอาบน้ำเสร็จแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์และเดินมาหยุดอยู่ที่เตียงนอน ก่อนจะพบว่าตอนนี้หลี่เหม่ยหลินกำลังนอนกางแขนกางขาเต็มเตียงนอนไปหมด เขาส่งเสียงเหอะออกมา ก่อนจะเดินออกไปจากห้องหอและมุ่งหน้าไปที่ห้องตำราทันที อย่างไรเขาก็ยังไม่พร้อมที่จะเข้าหอกับนางในตอนนี้ เช่นนั้นก็ปล่อยให้นางนอนหลับให้สบายใจไปเถอะ

เมื่อมาถึงห้องตำราเขาก็ให้บ่าวไพร่นำหมอนและผ้าห่มเข้ามาให้ แต่ทว่าเขากลับไม่อาจนอนหลับสนิทได้เลย ยามจะหลับตาลงกลับได้ยินเสียงหัวเราะแหลมเล็กชวนขนลุกรบกวนปั่นป่วนจนนอนหลับไม่ได้ จวบจนรุ่งสางเขาจึงหลับไปได้เพียงประเดี๋ยว เมื่อตื่นขึ้นมาขอบตาจึงค่อนข้างดำคล้ำยิ่งนัก

ด้านหลี่เหม่ยหลินนั้น เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้านางก็รู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก หญิงสาวบิดกายเล็กน้อยก่อนจะหันมามองข้างกายของตน ก็พบว่ามันว่างเปล่า ไม่ปรากฏคนนอนร่วมเตียง แต่นางสนใจเสียที่ไหน เขาไม่นอนกับนางก็ดีสิ ไม่นอนก็ไม่ต้องนอน นางจะต้องสนใจด้วยหรือ แม้ว่าอนาคตข้างหน้าอาจจะกลับไปโลกปัจจุบันไม่ได้ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาหรือกะเกณฑ์ได้นี่นา เช่นนั้นก็ปล่อยเลยตามเลยไปเถอะ

เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้ว อารมณ์ของนางก็พลันดีขึ้นมาก ฉีซวงที่เห็นอย่างนั้นก็รีบเอ่ยทักว่าท่านอ๋องหนีไปนอนห้องตำราเช่นนี้มันไม่ใช่นิมิตหมายที่ดีเลย แต่งงานวันแรกเจ้าบ่าวก็ไม่ยอมเข้าหอกับภรรยาเสียด้วย แต่หลี่เหม่ยหลินกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย นางรีบลุกขึ้นแต่งตัวเปลี่ยนอาภรณ์ล้างหน้าล้างตาและมากินมื้อเช้า ไม่แม้แต่จะถามไถ่ว่าจ้าวเฟยหลงจะมากินมื้อเช้าด้วยกันหรือไม่ จากนั้นนางก็ถามสาวใช้ว่าต้องทำสิ่งใดต่อ สาวใช้จึงบอกว่าต้องไปถวายพระพรมารดาของจ้าวเฟยหลง หลี่เหม่ยหลินพยักหน้าเล็กน้อย และรีบเตรียมของขวัญไปมอบให้กับแม่สามีของตนในทันที

เพราะยามนี้พระชายาของอดีตชินอ๋องผู้ล่วงลับยังมีชีวิตอยู่ สาวใช้ในจวนจึงเรียกนางว่าพระชายาน้อย เพื่อให้เกียรติแม่สามีของนาง ซึ่งหลี่เหม่ยหลินก็ไม่ได้ติดใจอันใด

เมื่อนางเดินมาถึงหน้าเรือนก็พบเข้ากับจ้าวเฟยหลงที่กำลังเดินออกมาจากห้องตำราพอดี เมื่อได้เห็นสภาพของชายหนุ่มตรงหน้า หลี่เหม่ยหลินก็ถึงกับร้องว่า ฉิบหายแล้ว ในใจเบาๆ

ตอนนี้ขอบตาของเขาดำคล้ำราวกับไม่ได้นอนมาหลายวัน หากนางไม่รู้มาก่อนว่าดวงชะตาของเขาไม่ปกติ นางคงคิดว่าเขาเล่นอบายมุขเสียจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนไปนานแล้ว

จ้าวเฟยหลงเมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาของหญิงสาวตรงหน้าก็รู้สึกไม่พอใจ จึงเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“มองอันใดนักหนา ไม่เคยเห็นหรืออย่างไร แล้วนั่นเจ้าจะไปที่ใด?”

หลี่เหม่ยหลินกรอกตาไปมารอบหนึ่ง พลางเอ่ยตอบเขา

“หม่อมฉันจะไปถวายพระพรเสด็จแม่ อย่างไรก็แต่งเข้ามาถูกต้องตามกฎเกณฑ์ ท่านอ๋องจะทรงไปร่วมด้วยหรือไม่เพคะ หรือว่าจะทรงไปเปลี่ยนชุดก่อน”

เขาไม่เอ่ยตอบนาง แต่กลับเดินนำทางนางไปยังเรือนใหญ่ของมารดาทันที หลี่เหม่ยหลินเบ้ปากคราหนึ่ง คนผู้นี้ประหลาดพิลึก นางไม่เข้าใจเขาเลย แต่เอาเถอะ รีบทำพิธีที่แสนจะจุกจิกเหล่านี้ให้เสร็จเรียบร้อย จะได้กลับไปนอนพักผ่อนเสียที

แรกเริ่มหลี่เหม่ยหลินคิดว่าแม่สามีผู้นี้จะต้องเรื่องมากเป็นแน่ แต่กลับผิดคาด แม่สามีใจดีมาก อีกทั้งยังมอบสุราดีให้นางลองชิมอีกด้วย หลี่เหม่ยหลินยิ่งกินยิ่งหยุดไม่ได้ บอกว่ารสชาติดีมาก ส่วนแม่สามีก็กระซิบข้างหูนางเบาๆ ว่า

“ดีใจจัง ในที่สุดก็แต่งสะใภ้ที่ถูกใจมาได้คนหนึ่ง ต่อไปนี้ข้าจะมีสหายร่ำสุราแล้ว”

หลี่เหม่ยหลินเองก็ดีใจมากที่ได้แม่สามีเป็นสตรีขี้เมาเหมือนกัน นางชอบดื่มสุราอยู่แล้ว หากดื่มแทนน้ำได้นางคงทำไปนานแล้ว

จ้าวเฟยหลงปรายตามองหลี่เหม่ยหลินอย่างไม่พอใจเท่าใดนัก เริ่มแรกเขาคิดว่านางจะทำตัวเรียบร้อยสักหน่อย ที่ไหนได้กลับดื่มสุราจนเมามายและกลายมาเป็นสหายร่ำสุราของเสด็จแม่ไปเสียได้!

เสด็จแม่เมาคนเดียวก็แย่พอแล้ว นี่สะใภ้ยังมาร่วมเมาด้วยอีก เวรกรรมของเขาจริงๆ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel