บท
ตั้งค่า

7.1

หลูซีเดินหันซ้ายหันขวาด้วยความตื่นตาตื่นใจ แม้มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะไปที่ไหน แต่ความรื่นเริงทั้งสองข้างถนนก็หลอกล่อความสนใจของนางได้ดี

งานชุมนุมบัณฑิตของสำนักฮุ่ยหมิ่นนั้นยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะครื้นเครงถึงเพียงนี้ สำนักศึกษาในเมืองหลวงมีมากมายแต่มีสำนักศึกษาใดบ้างเล่าที่มีงานชุมนุมที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาเหล่านี้ เดิมทีงานชุมนุมบัณฑิตนั้นเต็มไปด้วยความน่าเบื่อหน่าย เหล่าบัณฑิตจับกลุ่มกันอยู่ในสำนักศึกษา ผู้สูงศักดิ์จับกลุ่มสนทนา ชาวบ้านแตะต้องไม่ถึง สัมผัสไม่ได้ เพราะของพวกนี้สงวนเอาไว้ให้แก่บัณฑิตและครอบครัวขุนนางเท่านั้น

แต่สำนักฮุ่ยหมิ่นกลับต่างออกไป อาจเพราะอันอ๋องที่เห็นแย้งและคิดว่าการชุมนุมของผู้มีความรู้ไหนเลยจะต้องตัดขาดจากชีวิตของชาวบ้าน บัณฑิตมารวมกันย่อมต้องเผยความสามารถให้ชาวบ้านได้เห็น จึงมีทั้งงานประชันกลอน ประลองยุทธ์ และงานรื่นเริงอื่นๆ อีกคราคล่ำ ด้วยอันอ๋องเห็นว่าโอกาสของผู้คนนั้นแตกต่าง แต่ท้ายที่สุดย่อมเสพสุขจากความรื่นเริงไปพร้อมกันได้ ได้ยลได้ยินความสามารถของบัณฑิตแห่งสำนักศึกษาฮุ่ยหมิ่นไปพร้อมๆ กันได้ งานรื่นเริงในการชุมนุมบัณฑิตของสำนักศึกษาฮุ่ยหมิ่นจึงบังเกิดขึ้น

บ้างก็ว่าอันอ๋องมิได้อยากใกล้ชิดกับชาวบ้านอะไรหรอก ก็แค่พูดเอาดีเข้าตัวแล้วหาช่องทางค้าขายทำมาหากินของตนก็เท่านั้น แต่กระนั้นของรางวัลของบัณฑิตที่เขียนกลอนได้ดีที่สุด และคนที่ชนะการประลองยุทธ์ก็ล้วนได้การสนับสนุนจากอันอ๋องในทุกๆ ปี ซึ่งในแต่ละปีของรางวัลที่ว่าก็มูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ชาวบ้านต่างรื่นเริงไปกับงานนี้อยู่ดีไม่ว่าคนจะพูดกันไปแบบไหน

บัณฑิตใคร่จะจับกลุ่มสนทนากันอย่างปัญญาชนก็ทำกันไป จะจับกลุ่มกันหารือสังสรรค์คุยในเรื่องจิปาถะก็ตามแต่ใจ ส่วนชาวบ้านก็ยังได้รื่นเริงกับงาน และอาจารย์หม่าก็เห็นด้วยกับความคิดของอันอ๋องศิษย์คนโปรดของตน

มีคนเคยกล่าวว่าในสำนักศึกษาฮุ่ยหมิ่นนั้นรองจากหม่าหงจื้อแล้วก็มีอันอ๋องที่ตัดสินทุกอย่างในสำนักศึกษานั้นได้...

สำนักศึกษาที่เป็นดั่งเสาหลักอีกหนึ่งแห่งของบ้านเมือง แต่กลับมีอันอ๋องนั่งควบคุมดูแลร่วมกับอาจารย์หม่า ในวันนี้ผู้คนมิได้สนใจอ๋องที่ได้เข้าเมืองหลวงแค่ปีละหน แต่ในวันข้างหน้าหลูซีรู้ดีว่านี่ย่อมส่งผลสั่นคลอนต่อราชสำนัก

ขุนนางบุ๋นรุ่นต่อๆ ไป ล้วนเป็นบัณฑิตจากสำนักฮุ่ยหมิ่น ถูกสั่งสอนมาจากตำราเล่มเดียวกัน อาจารย์กลุ่มเดียวกันกับอันอ๋อง และล้วนคุ้นเคยกับอันอ๋องในฐานะศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนัก ขุนนางบู๊กว่าครึ่งก็คือคนที่คว้าชัยในการประลองยุทธ์ในงานนี้และได้รับการชี้แนะจากอันอ๋องให้เข้าร่วมทัพ เส้นสายของขุนนางที่ค่อยๆ แทรกซึมนี้ต่างหากที่กำลังเกาะกินราชสำนักที่บัดนี้ยังไม่ตื่นตัวกับอ๋องผู้นี้ เพราะเท่าที่หลูซีจำได้ ในปีนี้อันอ๋องได้รับอนุญาตให้เข้าออกเมืองหลวงได้ และหลังจากนั้นคนทั้งเมืองหลวง ขุนนางทั้งราชสำนักจะได้รู้ถึงความผยองอย่างไร้ที่สิ้นสุดของอันอ๋อง และต้าซีจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...

หลูซีใคร่ครวญถึงความเป็นมาของอันอ๋อง และปล่อยตัวเองไปกับคลื่นของฝูงชนที่เดินทอดน่องในงานรื่นเริง แม้ท้องฟ้าจะมืดมิดแต่ตามถนนยังเต็มไปด้วยโคมไฟส่องสว่าง ผู้คนขวักไขว่ เมืองได้กลับมามีชีวิตจนนางที่แทบไม่เคยได้ออกมาเตร็ดเตร่เช่นนี้ก็พลอยนึกสนุกไปด้วย แต่สุดท้ายหลูซีก็ไม่ลืมความตั้งใจเดิมของตน หลังจากเสียเวลาไปกับร้านค้า ผู้คน และความรื่นเริงรอบๆ ตัว หลูซีก็มาถึงร้านค้าลี่ฉุนของอันอ๋อง...

ร้านค้าที่เปิดอย่างเฉพาะกิจเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่ไม่เคยเห็นของขายละลานตาเช่นนี้มาก่อนในเมืองหลวง แต่ร้านค้าที่เปิดเฉพาะช่วงชุมนุมบัณฑิตกลับมีของแปลกตามาขายจนน่าตื่นตะลึง

ของมีค่าราคาสูงก็มีไม่ใช่น้อย ของชิ้นเล็กๆ ราคาย่อมลงมาก็มีให้เลือกสรรจนหลูซีกล้าพูดว่าต่อให้เป็นคนมั่งมีหรือคนธรรมดาที่แวะเวียนเข้ามามากกว่าครึ่งย่อมได้ของติดมือกลับไป เพราะทันทีที่ก้าวเข้ามาก็มีคนปรี่เข้ามาดูแลเอาใจใส่ เชื้อชวนให้ดูสินค้าที่ขนกันมาจากทั่วหล้ามารวมเอาไว้ในร้านค้าลี่ฉุนแห่งนี้ ไม่เว้นแม้แต่หลูซีเองก็ตาม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel