บทที่ 6
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป[1] ที่สวนดอกไม้ของจวนจวิ้นอ๋องมีแต่เสียงร้องตะโกนของบ่าวรับใช้ดังก้องไปทั่วจวน เพราะพระชายาจวิ้นอ๋องเอาแต่วิ่งวุ่นไปจนทั่ว นางทั้งวิ่งและหัวเราะชอบใจที่ทำให้เหล่าสตรีพวกนั้นหัวเสียได้
“พระชายาอย่าวิ่งสิเพคะ เร็วเข้ารีบมาช่วยกันจับนางไว้ก่อนที่ท่านอ๋องจะพาฮองเฮาเสด็จกลับมา”
“เจ้าค่ะแม่นมหู”
เหล่าคนรับใช้ในจวนต่างก็รีบวิ่งเข้ามาล้อมนางเอาไว้หลิวหรงผิงก็ยิ่งรู้สึกสนุกมากขึ้น นางเอาแต่วิ่งวนไปวนมาจนบ่าวรับใช้ต่างก็สับสนไปหมดสุดท้ายก็ปีนขึ้นไปนั่งบนกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง
องค์หญิงเพ่ยเพ่ยที่ตามเสด็จฮองเฮามาที่จวนของผู้เป็นพี่ด้วยนั้นมองตามนางที่เวลานี้ปีนขึ้นไปนั่งบนกิ่งไม้แล้ว
“ท่านลงมาเดี๋ยวนี้นะข้าเหนื่อยกับท่านเต็มทีแล้ว” แม่นมหูเอ่ยออกมามือทั้งสองท้าวเอวเอาไว้ นางหายใจเหนื่อยหอบเพราะวิ่งตามหลิวหรงผิงไม่ทัน
“ปล่อยนางไว้ตรงนั้นแหล่ะดูสิว่านางจะทำอย่างไร”
องค์หญิงเพ่ยเพ่ยน้องสาวร่วมสายเลือดของจวิ้นอ๋องเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธเมื่อไม่สามารถจัดการกับสตรีบ้าผู้นั้นได้
นางไม่ได้ต้องการให้หลิวหรงผิงผู้นี้แต่งเข้าจวนมาเป็นพี่สะใภ้เลยสักเพียงนิด คนที่นางต้องการให้ผู้เป็นพี่ชายอย่างจวิ้นอ๋องแต่งงานด้วยก็คือ เว่ยอวิ๋นเซียน หลานสาวของพระสนมเว่ยเต๋อเฟยนั่นเอง
ท่าทีที่แสดงออกว่ารังเกียจนางมากนั้นกลับไม่ได้ทำให้หลิวหรงผิงใส่ใจเลยแม้เพียงนิดตรงกันข้ามกับรู้สึกสนุกมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
“แต่ว่าองค์หญิงหากว่าท่านอ๋องกลับมาแล้วพบว่านางอยู่บนต้นไม้พวกบ่าวจะถูกลงโทษได้นะเพคะ”
“ช่างสิ สตรีบ้าเช่นนี้เหตุใดท่านพี่ถึงได้ยอมแต่งนางเข้ามาในจวนกันนะ”
“เจ้าๆ นางปีศาจ!”
องค์หญิงเพ่ยเพ่ยหันขวับไปมองหลิวหรงผิงที่กำลังชี้นิ้วมาที่นาง
“เจ้าว่าใครเป็นปีศาจ นังบ้า!”
หลิวหรงผิงไม่ใส่ใจคำพูดนั้น อยู่ๆ นางก็กระโดดลงมาโดยที่คนด้านล่างไม่ทันได้ตั้งตัวกันเลยสักคน
“กรี๊ด! นังบ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาทับข้าออกไปให้พ้นนะ”
“นังบ้า เจ้าคือนังบ้า ฮ่าๆๆ”
“เจ้าสิบ้าพวกเจ้ายืนเซ่ออะไรอยู่รีบมาลากตัวนางไปขังไว้ที่เรือนบ้านั่นเดี๋ยวนี้!”
“เพคะองค์หญิง”
“พวกเจ้าปล่อยข้านะอย่าทำอะไรพระชายาของข้าไม่เช่นนั้นข้าจะฟ้อง….” เสี่ยวเถาและซิ่วอิงที่ก่อนหน้านี้ถูกนางกำนัลและบ่าวในจวนจับตัวเอาไว้ก็พลันสะบัดแขนจนหลุดพ้นจากการจับกุมนั้น
แต่ไม่ทันที่พวกนางจะพูดจบองค์หญิงเพ่ยเพ่ยก็ตวัดสายตามองมาด้วยแววตาเกรี้ยวกราด
“จะฟ้องใครขี้ข้าอย่างพวกเจ้าใครจะสนใจกัน ลากพวกนางออกไปเดี๋ยวนี้!”
"ไม่นะ! องค์หญิงเพคะหม่อมฉันขอประทานอภัยแทนพระชายาด้วย นางๆ ไม่สามารถรับรู้ได้เช่นคนปกติและกระทำการล่วงเกินองค์หญิงไปได้โปรดทรงปล่อยพระชายาไปด้วยเถิดเพคะ หม่อมฉันจะเป็นคนพานางกลับไปที่เรือนเองและจะไม่ให้นางออกมาจากเรือนอีกเลยแม้เพียงก้าวเดียว"
ซิ่วอิงรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งท่าจะรังแกพระชายาของนางท่าเดียว อีกทั้งคนยังมากมายเพียงนี้พวกนางก็คงหนีไม่พ้นที่จะเจ็บตัวอีกเช่นเคย
เมื่อเห็นว่าองค์หญิงยังคงนิ่งเฉยทั้งซิ่วอิงและเสี่ยวเถาต่างก็รีบโขกหัวของตนไปกับพื้นหินตรงหน้าจนดูเหมือนว่าที่ศีรษะของนางทั้งสองนั้นจะเริ่มมีเลือดไหลออกมาแล้ว
หลิวหรงผิงที่เห็นดังนั้นก็หยุดนิ่งไปทันทีนางจ้องมองสาวใช้ของตนเองก่อนจะหันไปมององค์หญิงเพ่ยเพ่ย แววตาดุดันที่ไม่เคยแสดงออกมาให้ใครเห็นแต่เวลานี้แม่นมหูได้เห็นก่อนใครแล้ว
หลิวหรงผิงย่างเท้าเข้าไปหาสาวใช้ของตนหมายจะประคองให้ลุกขึ้นแต่ยังไม่ทันได้ถึงตัวของทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงของแม่นมหูพูดขึ้นว่า
"องค์หญิงนี่ก็ใกล้เวลาที่ฮองเฮากับท่านอ๋องจะกลับเข้าจวนแล้ว ไม่สู้ปล่อยนางไปก่อนดีหรือไม่เพคะ"
แม่นมหูรีบเดินเข้ามากระซิบกับองค์หญิงเพ่ยเพ่ยก่อนจะหันไปจ้องมองหลิวหรงผิงอีกครั้ง
"ก็ได้" องค์หญิงเพ่ยเพ่ยกอดอกก่อนจะชักสีหน้ามึนตึงไปไม่น้อย
"รีบไสหัวไปทั้งนายทั้งบ่าวเสียสิ!” แม่นมหูเอ่ยขึ้นเสียงดังทั้งยังก้าวเข้ามายืนบังหน้าองค์หญิงด้วยเหตุผลอันใดนั้นนางไม่อาจรู้ได้
เสี่ยวเถากับซิ่วอิงรีบลุกขึ้นไปประคองหลิวหรงผิงด้วยความรวดเร็วประหนึ่งกลัวว่าองค์หญิงจะเปลี่ยนใจไปเสียก่อน
“จะทำอะไรข้า จะพาข้าไปเที่ยวหรือ”
“ใช่เพคะไปเที่ยวนะเพคะพระชายา”
“ไปๆๆ ไปสิเร็วเข้า”
สาวใช้ทั้งสองจับแขนทั้งสองข้างของนางเอาไว้ก่อนจะนำพาร่างบอบบางเดินกลับไปที่เรือนของตนทันที
“คอยดูเถอะ สักวันข้าจะเขี่ยเจ้าออกไปจากจวนนี้ให้ได้และให้พี่หญิงเว่ยมาเป็นพี่สะใภ้ของข้าแทน”
“แต่ว่าองค์หญิง นางคือพระชายาที่ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้กับท่านอ๋องนะเพคะใช่ว่าท่านอ๋องจะหย่ากับนางได้ง่ายๆ เสียที่ไหนกัน”
“เฮอะ! ก็คอยดูเถอะไม่มีอะไรที่คนอย่างข้าทำไม่ได้หรอก”
- - - - - - - - - -
[1] หนึ่งก้านธูป = ครึ่งชั่วโมง - 1 ชั่วโมง
