บท
ตั้งค่า

บทที่ 5

“มีอะไรหรือเพคะเหตุใดถึงมองพวกบ่าวเช่นนั้น”

เมื่อทั้งคู่เห็นว่าถูกหลิวหรงผิงจ้องมองไม่วางตาก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาแปลกๆ เหมือนกลัวว่านางจะเกิดคลุ้มคลั่งเข้ามาตบตีพวกนางเหมือนเมื่อก่อนตอนที่ไม่ได้สติอย่างไรอย่างนั้น

พวกนางเริ่มถอยหลังไปทีละนิดจนหลิวหรงผิงถึงกลับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

“พวกเจ้าเป็นอะไรไป”

“มะ ไม่ได้เป็นอะไรเพคะ”

“พวกเจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามของข้าเลยนะ ว่าคนที่คอยกลั่นแกล้งข้าคือน้องสาวของจวิ้นอ๋องใช่หรือไม่”

“คือว่า”

ทั้งคู่มองหน้ากันและเอาแต่สะกิดกันไปมา

“พูดมาเถอะน่าข้าไม่เล่าใครฟังหรอก ข้าก็มีเพียงพวกเจ้าสองคนนี่นา”

พวกนางชั่งใจไปชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจออกมาพร้อมๆ กันแล้วเริ่มต้นเล่าเรื่องราวให้นางฟัง

“องค์หญิงเพ่ยเพ่ยเป็นน้องสาวร่วมสายเลือดเดียวกับท่านอ๋อง อ้อยังมีองค์ชายเล็กอีกคนด้วยนะเพคะ”

“องค์ชายเล็กงั้นหรือ”

“องค์ชายเก้าน้องชายแท้ๆ ของจวิ้นอ๋องเพียงแต่เขาหายไปตั้งแต่ยังเด็กแล้ว ความจริงเรื่องราวในราชวงศ์พวกข้าเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องมากเท่าใด ความจริงแล้วไม่มีใครใคร่อยากรู้นักหรอกเพคะ"

"เพราะเหตุใด"

"เรื่องใหญ่เช่นนั้นพูดได้หรือเพคะ หากยังอยากมีเงาหัวก็ต้องปิดปากให้เงียบเอาไว้"

"หากพระชายาอยากรู้มากกว่านี้คงต้องไปถามท่านอ๋องเองแล้วกระมัง”

“ถามท่านอ๋อง”

ทั้งคู่พยักหน้าให้อย่างไร้เดียงสา

“คนอย่างจวิ้นอ๋องจะมาสนทนาเรื่องภายในครอบครัวให้ข้าฟังได้อย่างไร เขาเกลียดข้ามากไม่ใช่หรือ”

“ก็….”

“แล้วองค์หญิงเพ่ยเพ่ยอะไรนั่นเกลียดข้าเพราะเหตุใด”

“นางไม่อยากให้ท่านอ๋องแต่งกับท่านเพราะความจริงแล้วท่านอ๋องมีคนรักอยู่แล้วเพคะ”

“แล้วอย่างไร”

นางกัดกินผลอิงเถาต่อก่อนจะครุ่นคิดตามที่เสี่ยวเถาเอ่ยออกมาเมื่อครู่

‘อย่าบอกนะว่าเจ้าของร่างนี้แย่งคนรักเขามา ให้ตายสิแล้วแบบนี้ข้าควรต้องทำอย่างไรต่อไปกันเล่า’

“เรื่องมันยาวน่ะเพคะ ท่านอ๋องชื่นชอบในตัวของคุณหนูเว่ยมานานแล้วและเขาเองก็น่าจะวางแผนแต่งงานกับเขาแต่เพราะ…”

หลิวหรงผิงยกถ้วยน้ำชาขึ้นซดรวดเดียวจนหมดดับความร้อนรนที่ได้ยินเมื่อครู่แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลเท่าใดนัก

“เป็นเพราะข้าสินะ ถึงว่าสิจากที่พวกเจ้าเล่ามาเขาถึงได้ทำเหมือนข้าเป็นหมูเป็นหมาเช่นนั้น แท้จริงแล้วก็เพียงแค่อยากกำจัดข้าไปให้พ้นทางแล้วไปแต่งกับแม่นางผู้นั้นนี่เอง”

“พระชายา…”

“อย่าทำเหมือนสงสารข้า เพราะว่าเวลานี้ข้าหาได้สนใจเขาอีกไม่”

“อะไรนะเพคะ”

“ตั้งแต่ที่ข้าฟื้นขึ้นมาเมื่อทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดถึงได้รู้ว่ามีคนที่หวังดีกับข้าเพียงแค่ไม่กี่คนหนึ่งในนั้นก็คือพวกเจ้า”

ทั้งสองหันมองหน้ากันเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมาเลยแม้เพียงนิด

“แล้วคนที่เอาแต่ทำร้ายข้าเช่นเขาใยข้าต้องสนใจอีกล่ะ”

“แล้วพระชายาจะทำอย่างไรต่อไปเพคะ”

“ไม่ทำอะไรทั้งนั้นคอยดูสิว่าเขาจะมีเล่ห์เหลี่ยมอันใดกับข้าอีก แต่พวกเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปคนอย่างข้าไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียวหรอก”

“เอ่อความจริงแล้วเรื่องที่พระชายาถูกขังในคอกหมูไม่ได้เป็นเพียงความคิดของท่านอ๋องคนเดียวหรอกนะเพคะ”

“หมายความว่าอย่างไร”

“เป็นองค์หญิงเพ่ยเพ่ยที่เสนอความคิดนั้น”

เสี่ยวเถาเอ่ยออกมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพระชายาของตนที่เวลานี้ใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาแล้ว

“แล้วท่านอ๋องก็เห็นด้วยเพคะ”

ซิ่วอิงพูดเสริมขึ้นจนหลิวหรงผิงหมดความอดทนไปแล้วจริงๆ

“เฮอะ! ทำร้ายคนไม่มีทางสู้ช่างเก่งกาจกันเสียจริงดูสิว่าข้าจะจัดการกับพวกเจ้าอย่างไร”

หลิวหรงผิงเหยียดยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจ นางจะสั่งสอนให้คนพวกนั้นรู้เองว่าคำว่าร้ายกาจจริงๆ นั้นเป็นอย่างไร

‘แต่ว่าข้ามมิติมาทั้งทีให้เป็นคนดีๆ ไม่ได้หรืออย่างไรกัน ดันต้องกลายเป็นคนบ้าเสียอย่างนั้น เฮ้อ…’

“พระชายาองค์หญิงเพ่ยเพ่ยต้องการพบเพคะ”

เสียงหนึ่งเล็ดลอดเข้ามาในห้องดูเหมือนว่าเมื่อคนผู้นั้นพูดจบจะรีบวิ่งออกไปจากเรือนของนางเสียแล้ว

'กลัวอะไรกัน'

“นางคงรู้แล้วว่าแกล้งพระชายาไม่สำเร็จ”

“ไม่ต้องไปหรอกเพคะพระชายา หากออกไปพบนางครั้งนี้ก็คงไม่ต่างไปจากครั้งก่อนๆ นางคงหาเรื่องมาแกล้งท่านอีกเช่นเคย”

“กลัวอะไรล่ะ คนอย่างข้ามีหรือต้องกลัวใครไปกันเถอะ”

“แต่ว่าพระชายา”

“เชื่อข้า”

หลิวหรงผิงเอ่ยออกมาก่อนจะอมยิ้มพลางคิดแผนขึ้นมาอย่างนึกสนุก

“หาอะไรทำแก้เครียดหน่อยก็แล้วกัน”

หลิวหรงผิงตั้งท่าจะก้าวเดินออกไปจากห้องนอนทว่าร่างบางกลับหมุนตัวกลับมาก่อนจะหยิบเอาอุปกรณ์ติดมือไปด้วย

'เกือบลืมไปเลยว่าต้องทำภารกิจเพื่อกุญแจบ้าๆ นั่น'

นางเดินตรงไปทางข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นภายใต้แววตาเป็นกังวลของสาวใช้ทั้งสอง

“ครั้งนี้คงได้แผลอีกเช่นเคย เฮ้อ…พระชายานะพระชายาจะออกไปทำไมก็ไม่รู้”

“เจ้าจะบ่นทำไมนักหนารีบตามไปเถอะน่า”

“รู้แล้วๆ ข้าก็รีบอยู่นี่อย่างไรเล่า” ซิ่วอิงพูดขึ้นก่อนจะออกแรงวิ่งตามเสี่ยวเถาไปติดๆ หญิงสาวทั้งสองต่างก็รีบสับเท้าวิ่งตามพระชายาของตนไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังวิ่งไม่ทันเช่นเคย

‘พระชายาหายป่วยแล้วก็ไม่เห็นต้องทำเป็นวิ่งซุกซนเหมือนที่เคยเลยนี่นา พวกนางจะวิ่งตามไม่ทันแล้วนะเนี่ย’

“พระชายารอพวกบ่าวด้วยเพคะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel