ท่านอ๋องเย็นชากับชายาแสนซน

16.0K · อัพเดทล่าสุด
จิวหลิน
12
บท
9
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

หลิวหลงผิง แพทย์สาวจากยุคศตวรรษที่ 21 ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของสตรีที่มีชื่อแซ่เดียวกันและจำเป็นต้องแกล้งบ้าเพื่อความอยู่รอดของตน กับ จวิ้นอ๋อง องค์ชายสี่แคว้นต้าหยวน ที่ชีวิตเหมือนถูกสาปต้องสวมหน้ากากครึ่งซีกตั้งแต่ยังเยาว์ ภายใต้หน้ากากที่ไม่ได้แค่ปกปิดความน่ากลัวของบาดแผลเท่านั้นแต่มีบางอย่างที่ลึกลับชวนให้นางต้องค้นพบคำตอบนั้นให้จงได้ หนึ่งคนดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดแต่อีกคนดั่งมัจจุราชที่คอยตามติดเหมือนเงา นางจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของเขาไปได้อย่างไร เมื่อปากของเขาบอกว่าเกลียดชังแต่ไม่ยอมให้นางห่างจากตัวเลยแม้เพียงก้าวเดียว - - - - - - - - - - - "ต่อให้เจ้าหมางเมินข้า ชิงชังข้า เจ้าก็ไปจากข้าไม่ได้"

นิยายจีนโบราณท่านอ๋องนางเอกเก่งข้ามมิติพระชายาแต่งงานก่อนรักพาลูกกหนีเกิดใหม่ในนิยายรักแค้นศัตรูกลายคนรัก

บทที่ 1

แสงสลัวสาดส่องเข้ามาในห้องหอที่ถูกประดับตกแต่งอย่างงดงาม เมื่อยามสายวาโยพัดโชยมานำพาเอากลิ่นดอกหอมหมื่นลี้ลอยละล่องเข้ามาภายในห้องที่เงียบงัน ผ้าม่านสีแดงสลับทองปลิวสยายไปตามแรงลม

แสงเทียนไหวเอนไปมาสะท้อนให้เห็นเงาของคนคู่หนึ่งสาดฉายเต็มทั่วทั้งผนังห้อง เป็นเวลาเนิ่นนานเทียนสีแดงที่ตั้งตระหง่านบนตะเกียงน้ำมันก็เผาไหม้ตัวเองจนดับมอดไปเกือบทุกเล่ม ห้องทั้งห้องจึงตกอยู่ในความมืด

หลิวหรงผิงนั่งอยู่บนเตียงนอนใบหน้าของนางเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาอาบแก้ม นางเงยหน้าขึ้นจ้องมองบุรุษรูปร่างสูงโปร่งที่กำลังสวมใส่เสื้อผ้าด้วยความรวดเร็วไม่มีแม้แต่จะหันหลังกลับมาดูนางเลยแม้เพียงนิด

“หะ…เหตุใดท่านถึงใจร้ายกับข้านักเล่าเพคะ”

“หุบปาก! ข้าหาใช่คนที่เจ้าบังอาจมาตั้งคำถามด้วยไม่"

เขาชายตามามองนางเพียงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า

"ใครอยู่ข้างนอกเข้ามาให้หมด!”

สิ้นคำบอกกล่าวก็มีเสียงเปิดประตูจากด้านนอก เสียงฝีเท้าของคนจำนวนหนึ่งที่ลนลานเข้ามาก่อนจะรีบคุกเข่าลงอย่างร้อนรน

“เอายานั่นให้นางกิน หากว่านางตั้งครรภ์ขึ้นมาพวกเจ้าทั้งหมดได้หัวหลุดจากบ่าอย่างแน่นอน”

เสียงเย็นชาเยือกเย็นนั้นทำให้หลิวหรงผิงตัวสั่นสะท้านด้วยความเสียใจระคนอับอายกับสิ่งที่ได้รับ

จวิ้นอ๋อง องค์ชายสี่แคว้นต้าหยวน บุรุษที่นางเพิ่งแต่งงานด้วยยังไม่ทันถึงข้ามคืนเมื่อได้เข้าหอสมใจปรารถนาของนางแล้ว เขาก็จัดการสั่งให้นางกินยาระงับการตั้งครรภ์ทันที

หมอหลวงที่อยู่คอยรับคำสั่งนั้นรีบยกถ้วยกระเบื้องเคลือบที่มียาระงับการตั้งครรภ์นองเต็มถ้วยในนั้น

มือที่สั่นเทากำลังจะเอื้อมหยิบจอกยาให้หลิวหรงผิงชายาเอกของจวิ้นอ๋อง แต่เพราะความหวาดกลัวและความรู้สึกผิดทำให้มืออวบอ้วนนั้นชะงักค้างไป

จนองค์รักษ์คนสนิทของจวิ้นอ๋องที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเดินเข้ามาแล้วหยิบเอาถ้วยยานั้นส่งไปให้หลิวหรงผิงแทน

นางนั่งอยู่บนเตียงนอนน้ำตาที่ไหลอาบแก้มไม่ได้ทำให้จวิ้นอ๋องสงสารเลยแม้เพียงนิดกลับกันนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกเกลียดชังความเสแสร้งของนางมากขึ้น

“พระชายา”

องค์รักษ์ผู้นั้นเอ่ยเรียกนางอย่างจนใจเขารู้สึกเวทนาในชะตากรรมของนางไม่ต่างกับคนอื่นๆ แต่มิอาจเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาได้เพราะผู้เป็นนายอย่างจวิ้นอ๋องนั้นเกลียดชังนางเป็นอย่างมากนั่นเอง

หลิวหรงผิงเงยหน้าขึ้นมองไปยังร่างสูงที่ยืนหันข้างให้นาง แม้ใบหน้าครึ่งซีกจะถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีทองน่าเกรงขามนั้นแต่กลับไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของเขาน้อยลงเลยสักเพียงนิด

เขามองไปเบื้องหน้าไม่มีแม้แต่จะหันกลับมามองนางเลยแม้เพียงเสี้ยวนาทีเดียว น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงโรยลงมาดูน่าสงสารจับใจ

“แม้เจ้าจะแต่งงานกับข้าสมใจแล้วแต่จะให้มีสายเลือดของข้าปะปนกับคนตระกูลหลิวเช่นเจ้าไม่ได้! กินให้หมดมิเช่นนั้นข้าจะเป็นคนกรอกยานั่นใส่ปากของเจ้าเอง!”

“และนับจากคืนนี้เป็นต้นไปก็อย่าหวังว่าข้าจะแตะต้องเจ้าอีกแม้เพียงปลายนิ้วสตรีน่ารังเกียจเช่นเจ้าไม่คู่ควรกับข้า!”

หลิวหรงผิงที่ช้ำใจอย่างหนักกลั้นใจยกถ้วยยาขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแม้ความขมของยาก็ไม่อาจทำให้นางรู้สึกขมขื่นได้เท่าหัวใจของนางในเวลานี้

เมื่อทุกอย่างสงบลงแล้วเรือนเฟิ่งอวี้ที่ไร้เงาของผู้คนก็กลับมาเงียบสงบและดูเหมือนจะค่อนข้างวังเวงในเวลากลางดึกเช่นนี้ยิ่งนัก

เสียงฝนตกกระทบหลังคาที่ดังสนั่นก็ไม่อาจทำให้ความเงียบเหงานั้นคลายลงไปได้

หลิวหรงผิงนั่งกอดเข่าหยาดน้ำตาร่วงรินลงมาเป็นทาง สตรีที่เคยเพียบพร้อมเป็นที่ต้องการของเหล่าบุรุษทั้งเมืองแต่เวลานี้กลับถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างเดียวดายในเรือนท้ายจวนแห่งนี้

นางลุกขึ้นจากเตียงนอนที่มีแต่ร่องรอยความบอบช้ำนั้นก่อนจะก้าวเท้าออกไปที่สวนดอกไม้หน้าเรือนรับเอาความเย็นชุ่มช่ำจากสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาไม่มีหยุดหย่อน ก่อนร่างบอบบางจะเริ่มร่ายรำพลางส่งเสียงหัวเราะปะปนกับเสียงร้องไห้ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งเรือน

เสียงๆ นั้นดังแว่วออกไปจนถึงเรือนใหญ่คล้ายเสียงคร่ำครวญของภูตผีจนบ่าวในจวนไม่มีใครกล้าออกมาดูเลยสักคน

สาวใช้คนสนิทของนางที่ได้ยินเสียงนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปพยายามดึงร่างของผู้เป็นนายสาวให้กลับเข้าไปในเรือน

“เจ้ามาเล่นกับข้าแล้วหรือ มาสิๆ ข้าเหงามาเล่นกันนะ”

น้ำเสียงที่ไร้เดียงสาเอื้อนเอ่ยออกมาท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาหนักขึ้นเรื่อยๆ สาวใช้ทั้งสองได้แต่มองหน้ากันอย่างจนใจ

‘พระชายาผู้สง่างามของพวกนางกลายเป็นคนเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน เพราะความรักทำลายนางได้เพียงนี้เลยกระนั้นหรือ’