บท
ตั้งค่า

บทที่ 4

‘ที่นี่คือที่ไหนกันแน่? เธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรแล้วคนแปลกหน้าในชุดโบราณเหล่านี้ล่ะเป็นใครกัน!’

ภาพตรงหน้าที่แปลกตาและไม่คุ้นเคยค่อยๆ ฉุดดึงสติสัมปชัญญะที่เคยพร่าเลือนของเธอให้กลับคืนมาทีละนิด

ยามที่ดวงตาคู่หงส์เริ่มปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ คิ้วเรียวงามก็ขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความงุนงงระคนตกใจอย่างยิ่ง

เพราะตอนนี้ร่างของเธอไม่ได้เอนกายอยู่บนเตียงนอนนุ่มหนา หากแต่กำลังนอนทอดร่างอยู่บนกองโคลนตมอันโสมมซึ่งเปรอะเปื้อนไปด้วยสิ่งปฏิกูลของสุกร!

กลิ่นเหม็นสาบและคาวคละคลุ้งโชยขึ้นมาเตะจมูก ส่งผลให้หลิวหรงผิงเกิดความรู้สึกพะอืดพะอม สะอิดสะเอียนขึ้นมาในอก จนแทบจะสำรอกอาหารเก่าออกมาเสียตอนนี้ให้ได้

ทว่าท่ามกลางความสับสนในหัว เสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นที่ปะปนไปกับเสียงร้องตะโกนด้วยความดีใจของหญิงสาวแปลกหน้าทั้งสองคน ก็ยังคงแผดดังก้องกังวานเข้ามาในโสตประสาทของเธอไม่ขาดสาย

“ฮือๆ บ่าวนึกว่าท่านจะไม่ฟื้นขึ้นมาเสียแล้ว”

“เจ้าว่าอะไรนะ”

“พวกบ่าวบอกว่ากลัวท่านจะไม่ยอมตื่นมาอีกแล้วน่ะสิเพคะ”

“ไม่ใช่ คือว่า”

‘มะ เมื่อครู่ฉันพูดอะไรออกไปกันเนี่ย ทำไมถึงพูดไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้กันล่ะ’

หลิวหรงผิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตกใจเมื่อรู้สึกได้ว่าคำพูดที่เธอพูดออกมาเมื่อครู่นั้นเหมือนไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวตนของเธอเลยสักเพียงนิด

“ก็พวกบ่าวดีใจที่พระชายาฟื้นเสียทีนี่เพคะ”

สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งกำลังนั่งเกาะแขนของเธอไม่ยอมปล่อย เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยโคลนตมไม่ต่างจากกัน

กลิ่นเหม็นสาบทำเอาหลิวหรงผิงที่เก็บอาการพะอืดพะอมเอาไว้ก่อนหน้านี้อาเจียนออกมาทั้งหมด

เธอพยายามตั้งสติอีกครั้งคิดเสียว่าที่เห็นและเป็นอยู่ในเวลานี้น่าจะเป็นความฝัน

“ฝันอยู่แน่ๆ ฉันต้องฝันอยู่แน่ๆ ตื่นสิหรงผิง ตื่นเดี๋ยวนี้!”

หญิงสาวพยายามตบหน้าตนเองเพื่อเรียกสติ หวังให้สิ่งที่เผชิญอยู่เป็นเพียงความฝัน

ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทุกอย่างกลับยังคงเดิม หญิงสาวสองคนนั้นยังคงนั่งจ้องมองเธออยู่ไม่ไปไหน

‘ให้ตายสิไม่ได้ฝันไปหรอกหรือ... นี่มันเรื่องจริงงั้นเหรอ!’

“พระชายาเป็นอะไรไปเพคะรู้สึกไม่สบายตัวใช่หรือไม่ เช่นนั้นรีบกลับเรือนกันดีกว่าวันนี้บ่าวได้ยินมาว่าฮองเฮาจะเสด็จมาที่จวนหากนางมาพบท่านในสภาพเช่นนี้คงไม่เป็นการดีแน่”

“อะไรนะ”

“บ่าวบอกว่าฮองเฮาจะเสด็จมาที่นี่เพคะ”

“ฮองเฮา?”

สีหน้างุนงงของนางทำให้เสี่ยวเถารีบพูดขยายความทันที

“ก็ฮองเฮาพระมารดาของจวิ้นอ๋องอย่างไรเล่าเพคะ นางเป็นคนโหดร้ายและเจ้าระเบียบยิ่งนักหากรู้ว่าท่านอยู่ในสภาพนี้ล่ะก็ ไม่แน่อาจได้ส่งแม่นมหูมาอบรมท่านอีกเป็นแน่ รีบกลับไปอาบน้ำเร็วเข้าเถิดเพคะ”

‘จวิ้นอ๋อง? จวิ้นอ๋องไหน ให้ตายสินี่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันนะ’

“เจ้าพูดเบาๆ หน่อยสิเสี่ยวเถาหรือว่าเจ้าอยากถูกโบยอีกงั้นหรือ”

“ก็พระชายาดูเหมือนจะไม่เข้าใจที่ข้าพูดนี่”

“เจ้าก็รู้ว่าพระชายาเป็นเช่นไรยังจะพูดมากอีก”

ซิ่วอิงต่อว่าสหายของนางก่อนที่ทั้งคู่จะหันมาสบตาของผู้เป็นนายที่กำลังจ้องมองมาด้วยความฉงน

“เอ่อ พระชายาไปกันเถอะเพคะ”

หญิงสาวสองคนเข้ามาประคองตัวของเธอ แต่หลิวหรงผิงก็เอาแต่จ้องมองใบหน้าของคนทั้งคู่อย่างไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป

"หรือว่าพระชายาจะหิวแล้ว”

"ห้ะ”

'อยู่ในคอกหมูทั้งรูปรสกลิ่นเสียงจัดเต็มเพียงนี้ ใครจะไปมีกระจิตกระใจหิวข้าวได้ลงคอกันเล่า!'

-เรือนเฟิ่งอวี้-

ไอร้อนจากอ่างอาบน้ำลอยระเหยขึ้นมาเป็นกลุ่มควันสีขาวบางๆ หลิวหรงผิงนั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำปล่อยให้บ่าวคนสนิทขัดถูตัวจนตอนนี้เธอเริ่มแสบผิวขึ้นมาบ้างแล้ว

“เจ้าจะขัดอีกนานหรือไม่”

“นานเพคะ”

“อะไรนะ”

“โถ่พระชายากลิ่นตัวของท่านมีแต่กลิ่นขี้หมูนะเพคะหากไม่ขัดให้หมดแล้วกลิ่นเหม็นพวกนี้จะหายไปได้อย่างไร นี่ซิ่วอิงไปเอาถุงสมุนไพรมาเพิ่มเร็วเข้า”

“ได้”

อีกคนสั่งการส่วนอีกคนก็รีบทำตามทันทีไม่มีช่องว่างให้นางได้พูดเลยสักนิด

‘ช่างเถอะ มีคนอาบน้ำให้ก็ดีเหมือนกันสบายอะไรแบบนี้นะ’

เธอหลับตาลงพลางนึกถึงสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ไปด้วย

ฟังจากคำบอกเล่าของสตรีทั้งสองที่น่าจะเป็นบ่าวคนสนิทของเจ้าของร่างนี้แล้ว คือเธอน่าจะทะลุมิติเข้ามาอยู่ในยุคโบราณแต่ยังหาสาเหตุของการทะลุมิติเข้ามาในยุคนี้ไม่ได้

พอคิดๆ ไปแล้วศูนย์วิจัยยาที่ควรจะมีระบบป้องกันภัยในทุกรูปแบบแต่ทำไมถึงได้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้กัน วันที่เกิดเรื่องนั้นทั้งเธอและเพื่อนสนิทไม่ทันได้ก้าวพ้นประตูไปก็ถูกแรงของระเบิดนั้นสะท้อนถูกร่างกายส่งผลให้ทั้งคู่ลอยกระทบกับผนังห้องอย่างแรง

และที่สำคัญหากว่าเธอตายไปจากโลกนั้นแล้วจริงๆ แล้วมู่อิงเถาเพื่อนสนิทของเธอล่ะไปอยู่เสียที่ไหน หรือว่าจะทะลุมิติมาที่นี่เหมือนกัน

‘แล้วเธอไปอยู่ที่ไหนกันนะ มู่อิงเถา’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel