เลือดบริสุทธิ์ในจอกหยก
หลังจากเหตุการณ์ที่ศาลากลางสระบัว ชื่อเสียงของหลี่เซวียนในฐานะ "รัชทายาทผู้คลั่งรัก" ก็ยิ่งขจรขจายไปทั่วราชสำนัก องค์ชายสี่ถูกสั่งกักบริเวณในตำหนักเย็นชั่วชีวิต ข้อหากบฏและล่วงเกินสนมในพระองค์ ชัยชนะเบื้องต้นนี้ทำให้หลี่เซวียนขยับเข้าใกล้บัลลังก์เข้าไปอีกก้าว
ทว่าสำหรับ ไป๋รั่วเวย ร่างกายของนางกลับสวนทางกับความสุขทางใจ นางเริ่มมีอาการฝันร้ายบ่อยครั้ง ในฝันนางเห็นตัวเองจมอยู่ในทะเลเลือดที่อบอุ่นทว่าน่าสยดสยอง และทุกครั้งที่ตื่นมา นางจะพบว่าตามผิวหนังของตนมีลวดลายเส้นเลือดสีม่วงจางๆ ปรากฏขึ้นราวกับเถาวัลย์
"พระองค์เพคะ... ระยะนี้หม่อมฉันรู้สึกร้อนรุ่มในอกเหลือเกิน ราวกับมีไฟเผาอยู่ข้างใน" รั่วเวยเอ่ยขณะที่หลี่เซวียนกำลังประคองนางเดินเล่นในสวนเหมย
หลี่เซวียนหยุดชะงัก ดวงตาของเขาฉายแววพึงพอใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกลบเกลื่อนด้วยความกังวล "นั่นเป็นเพราะยาบำรุงกำลังขับพิษเย็นออกจากร่างกายเจ้าอย่างไรเล่า รั่วเวย... อดทนอีกนิด เมื่อเลือดของเจ้าสะอาดบริสุทธิ์ เจ้าจะแข็งแรงกว่าใครในวังหลังแห่งนี้"
เขาพาเข้านางไปในห้องโถงลับหลังตำหนักบูรพา ที่นั่นมีหมอหลวงชราผู้หนึ่งยืนรออยู่ หมอผู้นี้คือคนเดียวที่รู้ความลับของ "พิธีชำระวิญญาณ"
"ถึงเวลาแล้วพ่ะย่ะค่ะ" หมอหลวงกระซิบ
พันธสัญญาเลือด
หลี่เซวียนจูงมือรั่วเวยไปที่โต๊ะหินอ่อน บนนั้นมีจอกหยกขาวสลักลายมังกรวางอยู่ "รั่วเวย... เพื่อให้ร่างกายของเจ้าผสานกับยาได้สมบูรณ์ ข้าจำเป็นต้องใช้ 'โลหิตประสานใจ' ของเราทั้งคู่"
เขากริ้วมีดสั้นเล่มเล็กกรีดลงบนฝ่ามือตนเอง เลือดสีแดงสดหยดลงในจอกหยก รั่วเวยมองภาพนั้นด้วยความซาบซึ้งใจ พระองค์ถึงขั้นยอมเสียเลือดเนื้อเพื่อนาง... นางจึงไม่ลังเลเลยที่จะยื่นมือออกไป
"หม่อมฉันยินดีเพคะ"
มีดคมกริบกรีดลงบนข้อมือขาวซีดของนาง เลือดของรั่วเวยที่หยดลงไปกลับมีสีแดงเจิดจ้าแปลกประหลาดและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่า นี่คือสัญญาณว่า หญ้ากลืนวิญญาณ ได้แทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูกของนางเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเลือดทั้งสองรวมกัน หลี่เซวียนก็ยกจอกขึ้นดื่มเพียงครึ่งหนึ่ง ก่อนจะส่งให้นางดื่มส่วนที่เหลือ
"ตอนนี้... เลือดของข้าอยู่ในตัวเจ้า และเลือดของเจ้าอยู่ในตัวข้า" เขากระซิบชิดใบหู "เราจะเป็นหนึ่งเดียวกันตลอดกาล... ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย"
รั่วเวยดื่มมันเข้าไป นางรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่พลุ่งพล่านจนแทบกระอัก แต่นางกลับยิ้มออกมา "หม่อมฉัน... เป็นของพระองค์แล้วเพคะ"
รอยร้าวเบื้องหลังความหวาน
คืนนั้น เมื่อรั่วเวยหลับใหลอย่างเหนื่อยอ่อน หลี่เซวียนกลับไปที่ห้องทรงอักษร เขาหยิบผ้าไหมขึ้นมาเช็ดคราบเลือดที่มุมปากออกด้วยท่าทางรังเกียจ
"โม่เหยียน... เตรียมการขั้นต่อไป" เสียงของเขาเย็นชาไร้ร่องรอยความอ่อนโยนเมื่อครู่ "ฮ่องเต้เริ่มมีอาการประชวรหนักขึ้นทุกวัน อีกไม่เกินสามเดือน ข้าต้องขึ้นครองราชย์ และในวันพิธี... ข้าต้องใช้เลือดทั้งหมดจากร่างของนางเพื่อบรรลุวิชาจักรพรรดิเทพ"
"แต่พระสนมไป๋... นางรักพระองค์มากนะพ่ะย่ะค่ะ" โม่เหยียนเอ่ยเสียงต่ำ
หลี่เซวียนแค่นหัวเราะ "ความรักของนางคือสิ่งที่ทำให้เลือดของนางมีค่าที่สุด หากนางเกลียดข้า หรือหวาดกลัวข้า เลือดนั้นจะกลายเป็นพิษ... เพราะฉะนั้น โม่เหยียน เจ้าต้องทำให้แน่ใจว่านางจะ 'รักและบูชา' ข้าไปจนถึงวินาทีที่ข้าปาดคอให้นางตาย"
เขามองดูหยดเลือดที่เหลือติดก้นจอกหยก
"ความตายของนางจะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคสมัยข้า นางควรจะขอบคุณข้าที่ทำให้ชีวิตที่แสนอ่อนแอและไร้ค่านั้น กลายเป็นรากฐานของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุด"
ในขณะเดียวกัน รั่วเวยที่นอนอยู่อีกห้องหนึ่งกำลังละเมอเรียกชื่อหลี่เซวียนด้วยความรัก นางฝันว่าได้เดินเคียงคู่กับเขาบนยอดเขาสูง โดยหารู้ไม่ว่าในฝันนั้น... มือของชายที่นางจับอยู่นั้น กำลังถือดาบที่อาบไปด้วยเลือดของนางเอง
