หมากที่ถูกวางไว้
บรรยากาศในวังหลังเริ่มตึงเครียดขึ้นทุกขณะ เมื่อข่าวลือเรื่องการ "ลุ่มหลงจนเสียสติ" ของรัชทายาทแพร่สะพัดไปไกล แต่สำหรับ ไป๋รั่วเวย โลกทั้งใบของนางยังคงหยุดหมุนอยู่ที่บุรุษเพียงผู้เดียว นางนั่งปักถุงหอมอยู่ข้างหน้าต่าง แม้ปลายนิ้วจะสั่นเทาและไอออกมาเป็นเลือดจางๆ แต่นางก็ยังฝืนยิ้มเมื่อคิดถึงใบหน้าของหลี่เซวียน
"พระสนมเพคะ มีจดหมายลับส่งมาถึงพระองค์เพคะ" นางกำนัลคนหนึ่งท่าทางลุกลี้ลุกลนยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้นาง
รั่วเวยขมวดคิ้ว ลายมือในจดหมายนั้นดูรีบร้อน ใจความระบุว่า: 'หากอยากรู้ความจริงเรื่องยาบำรุงที่ท่านเสวยอยู่ทุกวัน จงมาพบข้าที่ศาลากลางสระบัวยามชวี (19.00-21.00 น.) เพียงลำพัง... จากผู้หวังดี'
นางใจหายวาบ "ยาบำรุงงั้นหรือ?" นางมองถ้วยยาที่ว่างเปล่าบนโต๊ะ ยาที่หลี่เซวียนกำชับให้นางดื่มทุกวันไม่เคยขาด
ศาลากลางสระบัว
ลมหนาวพัดกรรโชกจนตะเกียงในศาลาไหววับ รั่วเวยในชุดคลุมหนาเตอะยืนรอด้วยใจที่สั่นระรัว ไม่นานนัก เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้น เขาคือ องค์ชายสี่ หลี่เจี๋ย ผู้มีนัยน์ตาเจ้าเล่ห์
"น้องสะใภ้... เจ้าช่างกล้ามาตามนัดจริงๆ" หลี่เจี๋ยแสยะยิ้ม
"เพคะ... หม่อมฉันมาเพื่อจะถามว่าท่านต้องการใส่ร้ายรัชทายาทเรื่องอะไร" รั่วเวยตอบด้วยเสียงที่พยายามให้มั่นคง
"ใส่ร้ายรึ? เจ้าช่างซื่อบื้อนัก รั่วเวย" หลี่เจี๋ยก้าวเข้าไปใกล้ "เจ้ารู้หรือไม่ว่ายาที่พี่ใหญ่ให้เจ้ากินน่ะ มันคือยาพิษที่ค่อยๆ กัดกินวิญญาณ เขาไม่ได้รักเจ้า เขาแค่ต้องการใช้เลือดของเจ้าในพิธีขึ้นครองราชย์ตามคำทำนายโบราณ! เขาเห็นเจ้าเป็นแค่เครื่องสังเวย!"
รั่วเวยเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ "ไม่จริง... พระองค์รักหม่อมฉัน พระองค์ยอมผิดใจกับคนทั้งโลกเพื่อหม่อมฉัน!"
"นั่นมันละครทั้งนั้น!" หลี่เจี๋ยหัวเราะลั่น "มากับข้าสิ ข้าจะช่วยเจ้า... แค่เจ้าขโมยตราประทับลับของเขามาให้ข้า แล้วข้าจะพานางหนีออกไปจากนรกแห่งนี้"
ในขณะที่รั่วเวยกำลังสับสนจนทำอะไรไม่ถูก เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับทหารองครักษ์นับสิบที่ล้อมศาลาไว้
"น้องสี่... เจ้าบังอาจล่อลวงสนมของข้า และยังบังอาจใส่ร้ายข้าด้วยเรื่องเหลวไหลเช่นนี้เชียวหรือ?"
หลี่เซวียนก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาดูโกรธจัดจนน่ากลัว เขารีบเข้าไปคว้าตัวรั่วเวยมาไว้ในอ้อมแขน "รั่วเวย! เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่? เหตุใดจึงหลงเชื่อคำลวงของคนชั่วผู้นี้!"
"หม่อมฉัน... หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ" รั่วเวยร้องไห้โฮ ซบหน้าลงกับอกของเขาด้วยความรู้สึกผิดที่บังอาจสงสัยในตัวเขาเพียงชั่วครู่
แผนซ้อนแผน
หลี่เซวียนตวัดสายตามองน้องชายตนเอง "ทหาร! จับองค์ชายสี่ไว้ ข้อหาพยายามก่อกบฏและล่อลวงสนมเอก!"
หลี่เจี๋ยหน้าถอดสี "พี่ใหญ่! ท่านวางแผนไว้แล้ว! ท่านจงใจให้ข้ามาที่นี่!"
"เจ้ามันโง่เองที่หลงเชื่อว่าข้าจะเปิดช่องโหว่ให้เจ้า" หลี่เซวียนกระซิบเสียงเย็นข้างหูหลี่เจี๋ยขณะที่ทหารเข้ามารวบตัว "ขอบคุณที่ช่วยเป็น 'พยาน' ให้ข้ากำจัดเสี้ยนหนามอย่างเจ้าไปพร้อมๆ กับสร้างความเชื่อใจให้นาง... อย่างสมบูรณ์แบบ"
หลังจากจัดการความวุ่นวายเสร็จ หลี่เซวียนประคองรั่วเวยกลับตำหนักบูรพา เขาบรรจงเช็ดน้ำตาให้นางอย่างอ่อนโยนที่สุด
"รั่วเวย... จากนี้ไปห้ามไปไหนโดยไม่มีข้าอีกนะ" เขากระซิบพลางจุมพิตที่หน้าผากนาง "ข้าสูญเสียเจ้าไปไม่ได้จริงๆ"
รั่วเวยพยักหน้าทั้งน้ำตา "หม่อมฉันจะไม่สงสัยในตัวพระองค์อีกแล้วเพคะ ต่อให้พระองค์ยื่นความตายให้ หม่อมฉันก็จะรับมันไว้ด้วยความยินดี"
หลี่เซวียนยิ้มมุมปาก... เป็นรอยยิ้มที่รั่วเวยมองว่ามันคือความรัก แต่ในใจของเขากลับกู่ร้องด้วยความสะใจ หมากกระดานนี้เดินได้ไร้ที่ติ องค์ชายสี่ถูกกำจัด และนางเอกก็ยิ่งภักดีต่อเขาจนถึงขั้นยอมตายแทนได้จริงๆ
เขามองดูนางที่หลับไปในอ้อมแขนพลางนึกในใจ... 'หญ้ากลืนวิญญาณเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่แล้วสินะ ร่างกายของเจ้าเริ่มอุ่นขึ้น... เลือดของเจ้ายิ่งบริสุทธิ์เท่าไหร่ บัลลังก์ของข้าก็ยิ่งเข้าใกล้มาเท่านั้น'
