ท่านอ๋องสังเวยรัก

46.0K · ยังไม่จบ
ลันดา
48
บท
1.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

"หากบัลลังก์มังกรต้องหล่อเลี้ยงด้วยโลหิต... ข้าก็จะใช้เลือดของเจ้าเป็นเครื่องสังเวย" ในสายตาของคนทั้งแผ่นดิน 'หลี่เซวียน' รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ คือบุรุษที่อ่อนโยนที่สุดในใต้หล้า เขายอมขัดพระทัยฮ่องเต้ ยอมเป็นศัตรูกับขุนนางทั้งราชสำนัก เพียงเพื่อโอบกอด 'ไป๋รั่วเวย' สนมร่างบางผู้ไร้หัวนอนปลายเท้าและมีร่างกายอ่อนแอประหนึ่งแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย

นิยายศิลปะการต่อสู้นิยายรักโรแมนติกนิยายกำลังภายในนิยายประวัติศาสตร์นิยายสยองขวัญนิยายผจญภัยเกิดใหม่ในนิยายนิยายเทพเซียนนิยายแอคชั่นนิยายวิทยาศาสตร์

บุปผาในกรงหิมะ

หิมะแรกของปีโปรยปรายลงมาปกคลุมหลังคาสีทองอร่ามของพระราชวังต้องห้ามจนกลายเป็นสีขาวโพลน ลมเหมันต์พัดโบกพาสัมผัสเย็นเยียบลอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลัก เข้ามาภายในตำหนักบูรพาที่อุ่นระอุด้วยเตาถ่านชั้นดี

"ไอ... แค่ก..."

เสียงไอแผ่วเบาดั่งกิ่งหลิวต้องลมดังขึ้นจากหลังม่านมุก 'ไป๋รั่วเวย' สตรีร่างบางในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนขยับกายอย่างยากลำบาก ใบหน้าของนางซีดเซียวราวกับกระดาษข่อย ทว่าเครื่องหน้ากลับงดงามหมดจด ดวงตากลมโตที่คลอด้วยหยาดน้ำตาจากอาการป่วยนั้นดูน่าสงสารจนผู้ที่พบเห็นยากจะหักใจเมิน

"พระสนม... เสวยยาเถิดเพคะ" นางกำนัลคนสนิทประคองถ้วยยาร้อนจัดส่งให้ด้วยมือที่สั่นเทา

"วางไว้ก่อนเถิด ข้า... ข้ายังไม่อยากกินตอนนี้" รั่วเวยตอบเสียงพร่า นางมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่มีความหวัง "วันนี้รัชทายาทจะเสด็จมาหรือไม่?"

ยังไม่ทันที่นางกำนัลจะขานตอบ เสียงทุ้มกังวานที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจทว่านุ่มนวลก็ดังขึ้นที่หน้าประตู

"หากเปิ่นไท่จื่อไม่มา แล้วจะวางใจให้เจ้าดูแลตัวเองได้อย่างไร?"

เงาร่างสูงโปร่งในฉลองพระองค์สีเหลืองทองปักลายมังกรทะยานเมฆาก้าวเข้ามาในห้อง 'หลี่เซวียน' องค์รัชทายาทผู้เป็นที่รักของปวงประชา ใบหน้าของเขาคมสันราวกับเทพบุตรจุติ ดวงตาเรียวยาวที่มักจะฉายแววเย็นชากับขุนนางในราชสำนัก กลับแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนทันทีที่ทอดมองมายังสตรีบนตั่ง

เขาก้าวเข้าไปประคองนางไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม มือหนาที่กร้านจากการจับดาบและพู่กันลูบไล้พวงแก้มซีดเซียวของนางเบาๆ

"เลอะเลือนนัก ร่างกายอ่อนแอเช่นนี้ยังจะมานั่งตากลมอยู่อีก" เขาตำหนิด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูคล้ายการอ้อนวอนมากกว่าดุดัน "รั่วเวย... เจ้าคือยอดดวงใจของข้า หากเจ้าเป็นอะไรไป ข้าจะครองแผ่นดินนี้ไปเพื่อใคร?"

รั่วเวยซบหน้าลงกับอกกว้าง กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาจากตัวเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัย "หม่อมฉันวาสนาน้อยนักที่ได้ความรักจากพระองค์... บางครั้งหม่อมฉันก็กลัว กลัวว่าสิ่งนี้จะเป็นเพียงความฝัน"

หลี่เซวียนยิ้มประดับใบหน้า เขาหยิบถ้วยยาขึ้นมาเป่าอย่างใจเย็นก่อนจะป้อนนางด้วยมือตัวเองทีละช้อน "ไม่ใช่ความฝัน... ตราบใดที่ข้ายังอยู่ ใครก็แตะต้องเจ้าไม่ได้ แม้แต่เสด็จพ่อหรือเหล่าขุนนางหน้าโง่พวกนั้น"

ในยามที่รั่วเวยก้มหน้าดื่มยาด้วยความตื้นตันใจ นางจึงมิอาจเห็นแววตาของบุรุษที่นางรัก... ดวงตาคู่ที่เคยอ่อนหวานกลับแปรเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า เย็นเยียบ และไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ

ความนิ่งสงบก่อนพายุคลั่ง

หลังจากส่งรั่วเวยเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยฤทธิ์ยา หลี่เซวียนก้าวออกมาจากห้องบรรทม ทันทีที่พ้นสายตาของนาง บรรยากาศรอบตัวเขาก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน แผ่นหลังที่เคยดูโอนอ่อนกลับตั้งตรงน่าเกรงขาม รังสีอำมหิตจางๆ แผ่ออกมาจากร่างจนขันทีที่เดินตามต้องก้มหัวจนติดอก

เขามุ่งหน้าไปยังห้องทรงอักษรส่วนตัว ที่นั่นมี 'โม่เหยียน' องครักษ์เงาคนสนิทยืนรออยู่ท่ามกลางความมืด

"ทูลรัชทายาท แผนการขั้นแรกสำเร็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ" โม่เหยียนรายงานพลางคุกเข่า "ข่าวที่พระองค์ทรงลุ่มหลงสนมไป๋จนละเลยราชกิจ กระจายไปถึงหูขององค์ชายสี่และอัครเสนาบดีฝั่งนั้นแล้ว พวกเขาเริ่มวางแผนจะใช้สตรีผู้นี้เป็นจุดอ่อนเพื่อเล่นงานพระองค์"

หลี่เซวียนทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้มังกร หยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มหมึกดำสนิท "หึ... ยิ่งพวกมันคิดว่าข้าโง่เพราะความรักเท่าไหร่ ชัยชนะของข้าก็จะยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น"

"แต่พระองค์... ยาที่ประทานให้สนมไป๋ทุกวันนั้น คือ 'หญ้ากลืนวิญญาณ' ใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ?" โม่เหยียนถามด้วยความสงสัย "หากนางตายเร็วเกินไป แผนการล่อเหยื่ออาจจะ..."

"นางจะไม่ตายเร็วขนาดนั้น" หลี่เซวียนขัดขึ้น เสียงของเขาเย็นเหยียบประดุจน้ำแข็ง "ร่างกายที่อ่อนแอของนางคือภาชนะชั้นดี หญ้าชนิดนั้นจะค่อยๆ ชำระล้างเลือดในกายนางให้บริสุทธิ์พอที่จะใช้เป็นเครื่องสังเวยในพิธีสถาปนาจักรพรรดิเทพ... เลือดของผู้บริสุทธิ์ที่รักข้าจนหมดใจเท่านั้น จึงจะทำให้บัลลังก์ของข้ามั่นคงไปชั่วกาลนาน"

เขาวาดพู่กันลงบนกระดาษเป็นรูปหงส์ที่ถูกลูกศรปักอก

"รั่วเวยน่าสงสารนัก... นางเกิดมาเพื่อเป็นบันไดให้ข้าเหยียบขึ้นไปสู่จุดสูงสุด นางควรจะภูมิใจที่ความตายของนางมีค่าต่อแผ่นดินและตัวข้าถึงเพียงนี้"

หลี่เซวียนหัวเราะในลำคอแผ่วเบา เป็นเสียงหัวเราะที่ชวนให้สันหลังวาบ เขาไม่ได้รักนาง... เขาไม่เคยรักใคร นอกจากอำนาจที่อยู่เหนือคนทั้งใต้หล้า ความอ่อนโยนที่มอบให้เป็นเพียงกรงทองที่เขาสร้างขึ้นเพื่อขังนกน้อยไว้รอวันเชือดคอเอาเลือดเท่านั้น

หิมะข้างนอกยังคงตกหนัก แต่หัวใจของรัชทายาทหลี่เซวียนนั้น... หนาวเหน็บและมืดมิดยิ่งกว่าราตรีนี้หลายเท่าตัว