บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 : งานเลี้ยงชมจันทร์... หมาป่าเริ่มหวงก้าง - 1

บทที่ 4 : งานเลี้ยงชมจันทร์... หมาป่าเริ่มหวงก้าง

เจ็ดวันผ่านไปนับตั้งแต่เหตุการณ์ในห้องหนังสือของชินอ๋อง ความสงบสุข (ที่แฝงไปด้วยความตึงเครียด) กลับมาเยือนจวนอีกครั้ง เซี่ยหยางเจี้ยนยังคงรักษาระยะห่าง ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือสายตาของบ่าวไพร่ที่เคารพยำเกรงจ้าวชิงเยว่ประดุจนายหญิงที่แท้จริง และบัญชีเรือนหลังที่ได้รับการสะสางจนไร้รอยรั่ว

เย็นวันนี้คือวันงานเทศกาลชมจันทร์แห่งราชวงศ์ ฮ่องเต้ทรงจัดงานเลี้ยงใหญ่ ณ พระราชวังหลวงเพื่อกระชับมิตรกับเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ แน่นอนว่าชินอ๋องผู้กุมอำนาจทหารอย่างเซี่ยหยางเจี้ยน ย่อมต้องพาดอกไม้งามประจำจวน... ซึ่งก็คือพระชายาเอก ไปร่วมงานด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ณ ห้องแต่งตัวของเรือนหอ ชุนเอ๋อร์กำลังลอบกลืนน้ำลายขณะสางผมให้ผู้เป็นนาย ปกติแล้วคุณหนูจ้าวชิงเยว่คนเดิมมักจะโปรดปรานอาภรณ์สีทองอร่ามและเครื่องประดับชิ้นโตๆ ที่ดูรุ่มร่ามประหนึ่งตู้ทองเคลื่อนที่ ทว่าวันนี้นายหญิงกลับสั่งให้รื้อตู้เสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด

"เอาชุดสีแดงเข้มไล่ระดับไปจนถึงชายกระโปรงสีดำขลับตัวนั้นมา ปักปิ่นหยกขาวลายพระจันทร์เสี้ยวแค่ชิ้นเดียวก็พอ อ้อ... แต้มชาดที่ริมฝีปากให้แดงสดกว่านี้อีกนิด"

เมื่อการผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จสิ้น สาวใช้ในห้องต่างพากันกลั้นหายใจ สตรีที่สะท้อนอยู่ในคันฉ่องทองเหลืองนั้นงดงามจนแทบจะหยุดลมหายใจผู้คน ชุดกระโปรงที่รัดรูปช่วงบนอวดทรวดทรงองค์เอวเย้ายวน ชายกระโปรงสีดำขลับที่ทอดตัวยาวกรอมพื้นยามก้าวเดินดูลึกลับและทรงอำนาจ ปิ่นหยกขาวบนมวยผมเรียบง่ายแต่ขับเน้นลำคอระหงให้ดูโดดเด่น มันคือความงามที่อันตราย... ดั่งบุปผาอาบยาพิษ

รถม้าคันใหญ่ประทับตราจวนชินอ๋องจอดเทียบรออยู่ที่หน้าประตูจวน เซี่ยหยางเจี้ยนในชุดอาภรณ์สีดำขลิบเงินยืนเอามือไพล่หลังรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึงดั่งผืนน้ำแข็ง ทว่าทันทีที่เสียงฝีเท้าของสตรีผู้หนึ่งก้าวพ้นธรณีประตูออกมา นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาก็พลันวูบไหว

ลมยามเย็นพัดชายกระโปรงสีแดงดำของนางให้พริ้วไหว จ้าวชิงเยว่ก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างาม รอยยิ้มบางเบาที่ประดับบนริมฝีปากสีสดนั้นราวกับมีมนต์สะกด เซี่ยหยางเจี้ยนเผลอจ้องมองนางตาไม่กะพริบไปชั่วอึดใจ หัวใจที่เคยเต้นราบเรียบพลันกระตุกวูบอย่างควบคุมไม่ได้ กลิ่นหอมของดอกอวี้หลานลอยมาแตะจมูกก่อนที่ตัวนางจะเดินมาถึงเสียอีก

"ข้าแต่งตัวนานไปหน่อย หวังว่าท่านอ๋องคงไม่กริ้วนะเพคะ" นางเอ่ยทักทายพลางยื่นมือไปตรงหน้าเขา ราวกับรอให้เขาประคองขึ้นรถม้า

เซี่ยหยางเจี้ยนรีบดึงสติกลับมา เขากระแอมในลำคอ ซ่อนความประหม่าไว้ภายใต้ใบหน้าถมึงทึง ไม่ยอมยื่นมือไปรับมือนาง "ขึ้นรถไปเสีย อย่าได้ไปทำเรื่องขายหน้าในวังเล่า ข้าไม่อยากตามเช็ดตามล้าง"

พูดจบเขาก็สะบัดชายเสื้อเดินขึ้นรถม้าไปก่อน จ้าวชิงเยว่ไม่ได้โกรธเคือง นางเพียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มองตามแผ่นหลังตึงเปรี๊ยะของบุรุษปากแข็ง แล้วก้าวขึ้นรถม้าตามไปติดๆ

บรรยากาศในงานเลี้ยงชมจันทร์เต็มไปด้วยความหรูหราอลังการ เสียงดนตรีบรรเลงแว่วหวาน ขุนนางและฮูหยินต่างจับกลุ่มสนทนากัน ทว่าทันทีที่ขันทีประกาศการมาถึงของชินอ๋องและพระชายา สรรพเสียงในท้องพระโรงก็พลันเงียบกริบ สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องที่ประตูทางเข้าเป็นตาเดียว

ทุกคนในเมืองหลวงต่างรู้กิตติศัพท์ความ 'ร้ายกาจ' และ 'ไร้รสนิยม' ของจ้าวชิงเยว่ดี พวกเขากำลังรอคอยที่จะได้เห็นสตรีแต่งตัวประหลาดๆ เดินควงคู่อย่างไม่เจียมตัวมากับบุรุษผู้เย็นชา ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำเอาทุกคนต้องเบิกตาค้าง

สตรีที่เดินเคียงข้างชินอ๋องมานั้น งดงามโดดเด่นจนกลบรัศมีของเหล่าคุณหนูในงานไปจนสิ้น ท่วงท่าการเดินที่ผสานความอ่อนช้อยและเย่อหยิ่งไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้นางดูราวกับนางพญาที่ลงมาเยือนโลกมนุษย์ ยิ่งเดินเคียงคู่กับเซี่ยหยางเจี้ยนที่มีกลิ่นอายดุดันองอาจ ทั้งสองกลับดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

"นั่น... นั่นใช่จ้าวชิงเยว่จริงๆ หรือ? เหตุใดจึงดูเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นทั่วท้องพระโรง

ที่ฝั่งที่นั่งของเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ 'หลินหว่านเอ๋อร์' บุตรสาวเสนาบดีกรมคลัง ผู้ซึ่งแอบหลงรักชินอ๋องมาเนิ่นนาน ถึงกับกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น นางเคยหวังว่าฮ่องเต้จะประทานนางให้เป็นชายารอง แต่นังผู้หญิงโง่เขลาตระกูลจ้าวกลับตัดหน้านางไป วันนี้นางเตรียมแผนมาหักหน้าจ้าวชิงเยว่เต็มที่ เพื่อให้ชินอ๋องเห็นว่าสตรีผู้นั้นไร้ค่าเพียงใด

เมื่อถึงช่วงประชันความสามารถของเหล่าสตรี หลินหว่านเอ๋อร์ก็ก้าวออกมาร่ายรำและแต่งบทกวีชมจันทร์ที่หวานซึ้งเรียกเสียงปรบมือจากทุกคน ก่อนที่นางจะหันมายิ้มอย่างมีเลศนัยให้จ้าวชิงเยว่

"บทกวีของหม่อมฉันช่างต่ำต้อยนัก ได้ยินมาว่าพระชายาชินอ๋องทรงเชี่ยวชาญศิลปะทั้งสี่ วันนี้เป็นวันมงคล พระชายาจะกรุณาชี้แนะ แต่งกวีตอบโต้เพื่อเป็นเกียรติแก่พวกเราได้หรือไม่เพคะ?"

ทั้งงานเงียบกริบ ทุกคนรู้ดีว่าจ้าวชิงเยว่คนเดิมจับพู่กันยังแทบไม่เป็น การถูกท้าทายกลางงานเช่นนี้คือการจงใจฉีกหน้าชัดๆ

เซี่ยหยางเจี้ยนขมวดคิ้ว เขากำลังจะอ้าปากตัดบทเพื่อยุติเรื่องไร้สาระ ทว่ามือบางของคนข้างกายกลับวางแหมะลงบนท่อนแขนของเขาเบาๆ เป็นเชิงห้าม จ้าวชิงเยว่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงประดับไว้อย่างงดงาม นางเดินนวยนาดออกไปกลางโถง ท่ามกลางสายตาเยาะเย้ยของหลินหว่านเอ๋อร์

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel