บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 : งานเลี้ยงชมจันทร์... หมาป่าเริ่มหวงก้าง - 2

"บทกวีชมจันทร์และพรรณนาความรักของคุณหนูหลินช่างหวานซึ้งจับใจ" จ้าวชิงเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส "ทว่าสำหรับข้าที่เป็นภรรยาของแม่ทัพผู้ปกป้องแว่นแคว้น... แสงจันทร์ในสายตาข้าย่อมต่างออกไป"

นางสะบัดแขนเสื้ออย่างสง่างาม ก่อนจะเอื้อนเอ่ยบทกวีด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและทรงพลัง

"จันทร์กระจ่างกลางนภา ทอแสงกล้าเหนือสมรภูมิ คมง้าวปะทะเลือดหลั่งชโลม พิทักษ์แคว้นให้ร่มเย็น มิใช่เพียงดอกไม้ร่วงหล่น หรือรักเร้นในเรือนหลัง แต่คือเกียรติยศแห่งชายชาตรี ที่สตรีพึงเทิดทูน"

เมื่อบทกวีจบลง ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบสนิทราวกับนัดกันไว้ บทกวีของนางไม่ได้ประดิษฐ์คำหวานเลี่ยน แต่มันแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ยกย่องความเสียสละของเหล่าทหาร และที่สำคัญที่สุด... มันคือการตบหน้าหลินหว่านเอ๋อร์ฉาดใหญ่ ว่ากวีรักในเรือนหลังของนางนั้นช่าง 'ไร้สาระ' และ 'คับแคบ' เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของการปกป้องแคว้นที่สวามีของนางกระทำอยู่

"ดี! ดีมาก!" ฮ่องเต้เป็นผู้ทำลายความเงียบ ทรงปรบมือเสียงดังลั่น "สมกับเป็นภรรยาของแม่ทัพใหญ่! กวีบทนี้ช่างล้ำลึกและหนักแน่นยิ่งนัก!"

เสียงปรบมือดังสนิทตามมา หลินหว่านเอ๋อร์หน้าซีดเผือด รีบถอยกลับไปนั่งที่ด้วยความอับอาย

เซี่ยหยางเจี้ยนมองสตรีที่เดินกลับมานั่งเคียงข้างตนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หัวใจของเขาพองโตอย่างประหลาดเมื่อได้ยินนางยกย่องเขาต่อหน้าผู้คนมากมาย ทว่าความรู้สึกภาคภูมิใจนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน...

"พระชายาชินอ๋องช่างเปี่ยมไปด้วยปัญญาและไหวพริบ" น้ำเสียงทุ้มลึกและมีเสน่ห์ดังมาจากฝั่งตรงข้าม องค์รัชทายาท ผู้มีรูปโฉมหล่อเหลาราวกับบัณฑิตและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ทรงยกจอกสุราขึ้นหันมาทางจ้าวชิงเยว่ สายตาของพระองค์ที่ทอดมองนางนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมและ 'ความปรารถนา' อย่างไม่ปิดบัง "เสด็จอาช่างมีวาสนานัก ซุกซ่อนอัญมณีล้ำค่าไว้ในจวนเสียตั้งนาน วันหน้าหลานคงต้องไปขอคำชี้แนะบทกวีจากพระชายาที่จวนอ๋องบ้างแล้ว"

คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเซี่ยหยางเจี้ยนแข็งค้าง รังสีอำมหิตอันเย็นเยียบแผ่กระจายออกมาจากร่างของชินอ๋องจนขุนนางที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ถึงกับลอบถูท่อนแขนด้วยความหนาวเหน็บ เขาไม่ได้ตอบรับคำของรัชทายาท เพียงแค่มองกลับไปด้วยสายตาดุดันประหนึ่งหมาป่าจ่าฝูงที่พร้อมจะขย้ำคอใครก็ตามที่กล้ามายุ่งกับของหวง

จ้าวชิงเยว่ลอบยิ้มในใจ นางยกจอกชาขึ้นจิบเบาๆ แสร้งทำเป็นไม่รับรู้ถึงกระแสคลื่นใต้น้ำที่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างบุรุษทั้งสอง

งานเลี้ยงจบลงในช่วงดึก รถม้าของชินอ๋องแล่นฝ่าความมืดของถนนในเมืองหลวง บรรยากาศภายในห้องโดยสารเล็กๆ นั้นอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก เซี่ยหยางเจี้ยนนั่งหลังตรงหลับตาพิงผนังรถ คิ้วของเขาขมวดมุ่นตลอดเวลา สันกรามคมกริบนูนขึ้นจากการขบกรามแน่น

จ้าวชิงเยว่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลอบมองบุรุษน้ำแข็งที่กำลังหงุดหงิดพลางนึกสนุก นางค่อยๆ ขยับกายเข้าไปใกล้เขาทีละนิดๆ จนกระทั่งเข่าของนางแทบจะเกยกับหน้าขาของเขา

"ท่านอ๋อง... วันนี้ข้าทำผลงานได้ดีเยี่ยม ท่านไม่คิดจะเอ่ยปากชมภรรยาผู้นี้สักคำเชียวหรือเพคะ?" น้ำเสียงออดอ้อนดังขึ้นใกล้หู

เซี่ยหยางเจี้ยนลืมตาขึ้นขวับ นัยน์ตาดำขลับตวัดมองนางอย่างดุเดือด "ถอยไปนั่งที่ของเจ้าซะ รถม้ากว้างขวาง เหตุใดต้องมาเบียดเบียนพื้นที่ของข้า!"

"ก็ข้าหนาวนี่เพคะ" นางไม่ถอย ซ้ำยังเอนตัวเข้าไปใกล้กว่าเดิม กลิ่นสุราผลไม้อ่อนๆ จากลมหายใจของนางผสมกับกลิ่นดอกอวี้หลานทำให้สติของเขาเริ่มปั่นป่วน "หรือว่า... ท่านอ๋องกำลังไม่สบอารมณ์เรื่องอื่นกันแน่? อา... คงไม่ใช่ว่าท่านกำลัง 'หึงหวง' ที่องค์รัชทายาททอดพระเนตรข้าหรอกนะเพคะ?"

"ไร้สาระ!" เขาตวาดเสียงแข็ง ทว่าใบหูกลับแดงเถือก "สตรีมารยาเช่นเจ้า มีอันใดให้ข้าต้องหวง! ข้าก็แค่รำคาญสายตาของบุรุษพวกนั้นที่มองมาราวกับสัตว์ป่าหิวโหย เจ้าเป็นคนของจวนอ๋อง การวางตัวให้มิดชิดคือสิ่งที่ควรทำ ไม่ใช่ไปโปรยเสน่ห์เรี่ยราด!"

"โปรยเสน่ห์เรี่ยราดที่ใดกัน ข้าก็แค่มองหน้าท่านผู้เดียว" นางกระซิบเสียงพร่า

ครืดดด... กึก!

จู่ๆ ล้อรถม้าก็ตกหลุมบ่อขนาดใหญ่บนถนน รถม้าโคลงเคลงอย่างรุนแรง ร่างบางของจ้าวชิงเยว่เสียหลักถลาพุ่งไปข้างหน้าตามแรงเหวี่ยง

เซี่ยหยางเจี้ยนเบิกตากว้าง สัญชาตญาณความไวของแม่ทัพทำให้เขาวาดท่อนแขนแกร่งออกไปตวัดรัดเอวคอดกิ่วของนางเอาไว้แน่น เพื่อไม่ให้นางกระเด็นไปชนกับผนังรถ ทว่าแรงเหวี่ยงนั้นกลับดึงร่างของนางให้ล้มลงมาปะทะกับแผงอกกว้างของเขาเต็มเปา!

ความเงียบโรยตัวลงในรถม้า มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังก้อง จ้าวชิงเยว่นั่งคร่อมอยู่บนตักแกร่ง สองมือของนางยันอยู่บนแผงอกของเขา ขณะที่ท่อนแขนทรงพลังของเขายังคงโอบรัดเอวของนางไว้แน่นหนา ราวกับคีมเหล็กที่ไม่ยอมคลายออก

ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจร้อนระอุรินรดกันและกัน นัยน์ตาหงส์ที่สั่นระริกช้อนมองสบกับดวงตาคมกริบที่บัดนี้เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน

"เจ้า... จงใจยั่วข้า" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน เสียงแหบพร่าและสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้

"ข้าเปล่าเสียหน่อย..." จ้าวชิงเยว่จงใจหลุบตาลงมองริมฝีปากของเขา ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองอีกครั้ง รอยยิ้มเย้ายวนผุดขึ้นมุมปาก "เป็นรถม้าต่างหากที่จงใจส่งข้ามา... ให้ท่าน 'กิน' "

เส้นด้ายแห่งความอดทนเส้นสุดท้ายของพญายมหน้าหยกขาดสะบั้นลงในวินาทีนั้น!

มือใหญ่ที่รัดเอวเลื่อนขึ้นมาคว้าท้ายทอยของนาง บังคับให้ดวงหน้างดงามแหงนรับ ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาหาอย่างดุดัน รังสีแห่งความเป็นเจ้าของแผ่ซ่านครอบงำทั่วทั้งพื้นที่แคบๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยให้นางหลุดรอดไปได้อีกต่อไป!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel