บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 : คำอวยพรที่ตัดวาสนา 5/1

ตอนที่

[5]

คำอวยพรที่ตัดวาสนา

สามวันที่หานจิ่นเยว่กำหนดผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่าสิ่งที่ควรส่งคืนกลับยังไม่มีแม้แต่เงา ครั้นนางไปทวงถาม ฮูหยินผู้เฒ่ากลับมีเหตุผลเตรียมไว้พร้อมแล้ว

“อีกเจ็ดวันก็ถึงวันเกิดข้า คนทั้งจวนกำลังวุ่นวายกับการจัดงาน เจ้ายังจะเร่งรัดเรื่องบัญชีในเวลานี้อีกหรือ”

หานจิ่นเยว่ฟังแล้วเพียงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“เช่นนั้นท่านย่าหมายความว่า หลังงานวันเกิดเสร็จแล้วจะส่งคืนให้ข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ”

จ้าวฉงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างปัดไม่ได้

“ไว้หลังงานค่อยว่ากัน”

“ได้เจ้าค่ะ”

คำตอบง่ายดายเกินคาดทำให้หญิงชรามองนางอย่างระแวง ทว่าหานจิ่นเยว่ไม่ได้คิดจะบีบคั้นต่อ ยื้อก็ยื้อไปเถิด อย่างไรของของนาง สุดท้ายก็ต้องกลับมาเป็นของนางอยู่ดี

ยิ่งคนพวกนี้ยื้อเวลา นางก็ยิ่งมีเวลาตรวจสอบบัญชีเก่า หาหลักฐาน และดูให้ชัดว่าหลายปีที่ผ่านมา ทรัพย์สินตระกูลหานหายไปอยู่ที่ใดบ้าง

ทว่าหลังจากหานจิ่นเยว่คล้อยหลังไป แววตาของจ้าวฉงกลับเป็นประกายเจ้าเล่ห์ ฮูหยินผู้เฒ่ากลับนั่งนิ่งอยู่เนิ่นนาน

หากหานจิ่นเยว่ยังเป็นคนนอก วันหนึ่งทรัพย์สินเหล่านั้นย่อมถูกนำออกจากจวนไปได้

แต่ถ้านางกลายเป็นคนของจวนอย่างแท้จริงเล่า?

จ้าวฉงพลันคิดถึงหลานชายคนโตของตน

หานจิ่นเยว่มีใจให้เจิ้งเยี่ยนมาเนิ่นนาน เรื่องนี้คนทั้งจวนรู้ดี หากนางได้แต่งเป็นภรรยาเอกของซื่อจื่อ ทรัพย์สินตระกูลหานก็ยังคงอยู่ที่นี่ต่อไป

ส่วนหลินหว่านโหรว...

อำนาจของเสนาบดีหลินก็ไม่ควรมองข้าม

หญิงชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

ภายหลังค่อยแต่งเข้ามาในฐานะภรรยาเสมอก็แล้วกัน

หานจิ่นเยว่เป็นภรรยาเอกในนาม ส่วนหลินหว่านโหรวเป็นผู้กุมหัวใจหลานชายและจัดการเรือนจริง ทั้งได้คน ทั้งได้ทรัพย์สิน ไม่มีอะไรเสียหาย

ยิ่งคิดจ้าวฉงก็ยิ่งรู้สึกว่าแผนนี้ช่างสมบูรณ์แบบ

ส่วนหานจิ่นเยว่จะปฏิเสธหรือไม่?

เป็นไปไม่ได้

นางรักเยี่ยนเออร์ถึงเพียงนั้น หากได้ยินว่าจะได้แต่งงานกับเขา เกรงว่าจะรีบตกลงไม่ทันเสียด้วยซ้ำ

ช่วงหลายวันก่อนถึงงานวันเกิด หานจิ่นเยว่แทบไม่ได้สนใจความวุ่นวายในจวน นางกลับออกไปข้างนอกบ่อยขึ้น

เพราะมีเป้าหมายสำคัญ หนึ่งในนั้นคือสืบเรื่องของรุ่ยอ๋อง

น่าเสียดายที่ข้อมูลซึ่งหาได้ล้วนเป็นเรื่องที่คนทั้งเมืองหลวงรู้กันอยู่แล้ว

รุ่ยอ๋อง หลิ่งจื่อเชียน เป็นโอรสที่ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัยมากคนหนึ่ง เฉลียวฉลาด เด็ดขาด ไม่ชอบสุงสิงกับผู้ใด และยิ่งไม่เคยสนใจเรื่องสตรี ส่วนเรื่องส่วนตัวอื่น ๆ กลับเงียบเสียจนแทบไม่มีสิ่งใดให้สืบ

หานจิ่นเยว่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดศีรษะ

บุรุษที่ไม่สนใจสตรี...

แล้วนางจะเอาอะไรไปทำให้เขาสนใจแต่งงานด้วย?

อีกทั้งทุกครั้งที่ออกจากจวน นางยังรู้สึกได้ว่ามีสายตาของคนจวนกั๋วกงคอยจับจ้องอยู่ตลอด ทำให้ขยับตัวมากนักไม่ได้

สุดท้ายจึงเปลี่ยนไปตรวจดูร้านค้าและกิจการที่เป็นทรัพย์สินของตระกูลหานแทน แต่เพียงเข้าไปไม่กี่แห่ง นางก็เริ่มเข้าใจบางอย่าง คนงานเดิมหลายคนหายไปแล้ว ผู้ดูแลร้านเปลี่ยนหน้า กระทั่งคนที่เข้ามาต้อนรับนางยังมีท่าทีห่างเหิน เห็นได้ชัดว่าไม่รู้จักเจ้าของทรัพย์สินตัวจริงด้วยซ้ำ

เมื่อกลับขึ้นรถม้า หานจิ่นเยว่จึงหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ที่ผ่านมาข้าถูกควบคุมถึงเพียงนี้เชียวหรือ” เสี่ยวชูนั่งอยู่ด้านข้าง เม้มได้ยินเช่นนั้นก็ริมฝีปากแน่น

“บ่าวเคยคิดจะบอกหลายครั้งเจ้าค่ะ แต่ตอนนั้นท่านหญิง...”

“ข้าไม่ฟังใช่หรือไม่”

เสี่ยวชูเงียบไปทันที ทว่าหานจิ่นเยว่ไม่โกรธ นางเพียงทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง

แท้จริงแล้วเรื่องที่คนในจวนปฏิบัติต่อนางไม่ดี เหตุใดจึงไม่เคยไปถึงพระกรรณฮ่องเต้?

คำตอบส่วนหนึ่งก็คือตัวนางเอง

ทุกปีซุนกั๋วกงจะรายงานความเป็นอยู่ของนางอย่างสวยหรู

ยามเข้าวังคนในจวนจะเตรียมอาภรณ์อย่างดี กำชับวาจา และคอยเตือนว่านางได้รับบุญคุณมากเพียงใด

ส่วนหานจิ่นเยว่ในตอนนั้นก็กลัวจะสร้างปัญหาให้ทุกคน จึงตอบฝ่าบาทมาตลอดว่าอยู่ดี มีความสุข และได้รับการดูแลอย่างดี

แม้ของพระราชทานหลายอย่างจะถูกนำไปเก็บหลังกลับถึงจวน นางก็ไม่เคยคิดติดใจ

เพราะในใจยังหลอกตัวเองว่า วันหนึ่งนางย่อมแต่งกับเจิ้งเยี่ยน สามีภรรยาเป็นคนเดียวกัน ของนางกับของจวนจะต่างกันตรงไหน?

คิดถึงตรงนี้ หานจิ่นเยว่ก็ได้แต่ปิดตาลงชั่วครู่ ช่างเป็นความคิดที่โง่เขลาจริง ๆ

“รอข้าได้อำนาจดูแลกลับมาเมื่อใด...”

หญิงสาวลืมตาขึ้น แววตาเย็นเยียบ

“คนพวกนี้ ข้าจะเปลี่ยนออกให้หมด!”

เสี่ยวชูรีบพยักหน้า

“บ่าวเห็นด้วยเจ้าค่ะ!”

เจ็ดวันต่อมางานฉลองวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าก็มาถึง

จวนซุนกั๋วกงคึกคักตั้งแต่เช้า รถม้าของแขกเหรื่อทยอยจอดเรียงรายอยู่หน้าประตู ผู้คนจากตระกูลใหญ่ต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดี ภายในเรือนรับรองเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและคำอวยพร

กั๋วกงฮูหยินกวาดตามองแขกที่มาถึง ก่อนจะหันไปถามสาวใช้ข้างกาย

“หาน...เอ่อ ท่านหญิงยังไม่มาหรือ”

คำว่า ‘ท่านหญิง’ ฟังดูติดขัดเสียจนเจิ้งเหยาแค่นหัวเราะออกเบา ๆ

“ท่านแม่จะถามหาคนเช่นนั้นทำไม มีอะไรน่าสนใจกัน”

เจิ้งเย่พยักหน้าเห็นด้วย

“นั่นสิ การแต่งกายก็จืดชืด แต่งอย่างไรก็งดงามสู้พี่หว่านโหรวของข้าไม่ได้หรอก”

พูดจบก็หันไปเกาะแขนหลินหว่านโหรวอย่างเอาอกเอาใจ หญิงสาวในอาภรณ์งดงามเพียงยิ้มอย่างเขินอาย

“เย่เออร์ อย่าพูดเช่นนั้นเลย”

ทว่าในใจกลับไม่ได้ถ่อมตนแม้แต่น้อย

หานจิ่นเยว่เป็นท่านหญิงแล้วอย่างไร?

นางต่างหากคือสตรีผู้ได้รับการกล่าวขานว่ามีทั้งรูปโฉมและความสามารถ อีกทั้งยังเป็นบุตรสาวเสนาบดีกรมคลัง ต่อให้เปรียบเทียบกันอย่างไร นางก็ไม่มีทางแพ้สตรีจืดชืดผู้นั้น

หวังเซียงอิงเอ่ยปรามบุตรสาวทั้งสองสองสามคำ ทว่าน้ำเสียงไม่ได้จริงจังนัก

ส่วนเจิ้งเยี่ยนที่นั่งอยู่ไม่ไกลกลับไม่มีใจสนทนา

หลายวันแล้ว...ที่หานจิ่นเยว่ไม่เคยมาหาเขาเลย

ไม่ส่งขนม ไม่ถามไถ่ ไม่แม้แต่ให้สาวใช้มาส่งของอย่างเมื่อก่อน แรก ๆ เขาคิดว่านางคงกำลังเล่นตัวอย่างที่หลินหว่านโหรวว่า แต่เล่นตัวนานถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

หรือว่านางกำลังรอวันนี้...

ความคิดนั้นเพิ่งผ่านเข้ามา พร้อมกันนั้นเสียงสนทนาในเรือนก็พลันเบาลง

เจิ้งเยี่ยนเงยหน้ามอง ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย หานจิ่นเยว่กำลังเดินเข้ามาในงานพร้อมเสี่ยวชู

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel