6 ความจริงที่รับรู้
คุณอิทธินั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องทำงานหลังจากทราบข่าวว่าลูกชายถูกลอบยิงที่พิษณุโลกจากนั้นก็ขึ้นไปรักษาต่อที่เชียงใหม่แต่เขาเช็กกับทางโรงพยาบาลแล้วกลับไม่มีชื่อของลูกชายเข้ารักษาตัวเลย
“ดาวว่าที่โรงพยาบาลไม่บอกคงเพราะมันเป็นความลับของคนไข้ค่ะ ถ้าคุณอลันเป็นอะไรร้ายแรงสิงหาน่าจะติดต่อมาแล้ว” ดุจดาวพูดไปด้วยขณะที่มือก็นวดไปบนไหล่ของผู้เป็นสามีเพื่อให้เขาผ่อนคลาย
“แต่คนของผมก็กว้างขวางอยู่นะ” คุณอิทธิถอนหายใจเพราะตลอดทั้งวันเขาพยายามติดต่อทั้งลูกชายและคนของลูกชายแต่ก็ติดต่อใครไม่เลยสักคน
“หรือว่าคุณอลันจะไปรักษาที่อื่น”
“ผมเช็กกับโรงพยาบาลที่พิษณุโลกแล้วหมอบอกว่าเขาจะไปที่เชียงใหม่ เช็กตั๋วเครื่องบินแล้วก็เห็นว่าบินไปกันทั้งสามคน ถ้าอีกสองวันยังติดต่อเขาไม่ได้ผมคงต้องไปตามเอง”
“ถ้าคุณไปแล้วใครจะดูแลบริษัทล่ะคะ ดาวว่าคุณรออยู่ที่นี่แหละ เดี๋ยวดาวจะตามเรื่องนี้ต่อเองค่ะ”
“ผมฝากด้วยนะดุจดาว อลันเป็นลูกชายคนเดียวของผม ถ้าเขาเป็นอะไรไปผมคงแย่”
“ดาวรู้ค่ะ คืนนี้เราเข้านอนกันดีกว่านะคะพรุ่งนี้เช้าเผื่อคุณอลันจะติดต่อกลับมา”
“พรุ่งนี้เช้าลองติดต่อไปทางครอบครัวของสิงหาด้วยนะ เผื่อพวกเขามีช่องทางติดต่อกับสิงหามากกว่าพวกเรา”
“ได้ค่ะ ดาวจะรีบจัดการให้ตั้งแต่เช้า”
หลังจากคุณอิทธิหลับไปแล้วดุจดาวก็เดินออกมาจากห้องนอน เธอตรงไปยังห้องทำงานปิดล็อกประตูก่อนจะกดโทรศัพท์ไปหามารดา
“โทรดึกเลยนะ มัวทำอะไรอยู่ล่ะ”
“ดาวรอให้คุณอิทธิหลับก่อนค่ะ แม่คะคุณอลันเป็นยังไงบ้างคะ คุณอิทธิให้คนตามหาทุกโรงพยาบาลที่เชียงใหม่แล้วนะคะ นี่ก็จะไปตามหาเองด้วย”
“แกต้องถ่วงเวลาเขาไว้นะ ระหว่างนี้แม่จะจัดการอลันเอง”
“แม่พูดเหมือนว่าตอนนี้ยังจัดการไม่ได้ ที่เขาหายไปตัวไปดาวก็นึกว่าเป็นฝีมือของแม่”
“ถ้าทำให้มันหายไปง่ายๆ แม่ก็คงไม่รอจนถึงตอนนี้หรอก” ดาหวันโพล่งออกมา
“แม่คะ ทำไมเราต้องทำแบบนี้ด้วยคะ ดาวว่ามันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะคะ” ดุจดาวไม่เห็นด้วยกับการกระทำของมารดาเลยสักนิดแต่เธอก็ไม่กล้าขัดใจท่านเพราะกลัวท่านจะทำร้ายตัวเอง
“ถ้าดาวไม่อยากช่วยแม่ก็ไม่เป็นไรนะ” น้ำเสียงเบาเพราะความน้อยใจ
“ดาวอยากจะช่วยแม่นะคะ แต่คุณอิทธิเขาเป็นคนจิตใจดี ดาวว่าเราบอกความจริงกับเขาไปเลยดีไหมคะ ถ้าเขารู้ว่าลูกของเขายังมีชีวิตอยู่เขาน่าจะดีใจนะคะ”
“ถ้าเขาเป็นคนจิตใจดีจริงเขาคงไม่ทิ้งอารัญไว้ที่โรงพยาบาล ตอนนั้นอารัญแค่ไม่แข็งแรงเท่าอลัน แทนที่เขาจะสนใจและพาเข้าไปรักษาที่กรุงเทพ เขากลับทิ้งลูกอีกคนไว้ที่โรงพยาบาล พอแม่ไปพูดเรื่องนี้กับเขาแทนที่เขาจะสำนึกว่าตัวเองยังมีลูกอีกหนึ่งคน แต่เขากลับไล่แม่ออก”
คำพูดแบบนี้ดุจดาวฟังมาตั้งแต่เด็ก เธอเคยคิดว่าพอเวลาผ่านไปมารดาจะลืมเรื่องในอดีตแต่มันตรงกันข้ามเพราะท่านกลับคิดอยากจะแก้แค้นและทวงทุกอย่างคืนให้กับอารัญคนที่เป็นเหมือนน้องชายของเธอ
“แม่คะ ตอนนี้น้องก็ไม่ได้ลำบากอะไรนี่คะ”
“แม่คิดแล้วว่าพอได้อยู่ใกล้คุณอิทธิแกจะหลงคารมเขาแล้วใจอ่อน แม่ส่งแกไปแก้แค้นนะอย่ารักเขาเด็ดขาด” ดาหวันสั่งห้ามลูกสาวทั้งที่ในอดีตเธอเองก็หลงรักเขาจนมีปัญหากับสามี
“ดาวไม่ได้รักเขาหรอกค่ะ” ดุจดาวปฏิเสธ
หญิงสาวเข้ามาทำงานที่นี่พยายามเข้าหาคุณอิทธิจนเขาเลื่อนตำแหน่งให้เป็นเลขาสุดท้ายคุณอิทธิก็พาเธอไปอยู่ที่บ้าน มารดาของเธอคาดหวังจะให้ลูกสาวได้แต่งงานกับอิทธิและเขายอมจดทะเบียนสมรสด้วย
แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนเพราะนอกจากไม่มีงานแต่งงาน ไม่มีการจดทะเบียนสมรสแล้วคุณอิทธิยังวางแผนจะมอบทุกอย่างให้กับอลันลูกชายคนเดียวที่สังคมรับรู้ ดาหวันยอมไม่ได้ที่อารัญซึ่งเป็นลูกอีกคนจะไม่ได้อะไรเลย แม้ว่าอารัญจะเป็นลูกชายของคนที่เธอเกลียด แต่เพราะเธอเลี้ยงอารัญและรักชายหนุ่มเหมือนกับลูกชายแท้ๆ จึงอยากให้อารัญได้ในสิ่งที่ควรจะได้และต้องได้ทุกอย่างของเขาทั้งหมด
“ไม่รักก็ดีแล้วคนอย่างคุณอิทธิน่ะ เขารักแค่เมียที่ตายไปแล้วของเขาเท่านั้นแหละ”
“ค่ะแม่ ดาววางสายก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณอิทธิตื่นมาไม่เจอแล้วเขาจะสงสัยเอา ส่วนเรื่องคุณอลันดาวอยากให้แม่คิดดูอีกทีค่ะ สมบัติของคุณอิทธิมีตั้งเยอะ ถึงต้องแบ่งครึ่งก็ยังเหลือกินเหลือใช้ไปทั้งชาตินะคะ” ดุจดาวเตือนมารดาก่อนจะวางสาย
“แต่ทุกอย่างต้องเป็นของอารัญลูกชายของฉัน” ดาหวันพูดด้วยความแค้น
ความรักที่เธอเคยมีให้กับอิทธิอดีตเจ้านายถูกย้ายมาที่อารัญลูกชายที่เธอรักและทุ่มเททุกอย่างให้และรักมากกว่าลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองด้วยซ้ำ
ความทรงจำในอดีตยังคงแจ่มชัดและมันเป็นหนังคนละม้วนกับที่เธอเล่าให้ดุจดาวและอารัญฟังมาตลอดเกือบสามสิบปี
เมื่อ 30 ปีก่อนดาหวันเข้ามาทำงานเป็นเลขานุการของคุณอิทธิ ในขณะที่ตัวเธอเองแต่งงานมีครอบครัวและมีลูกน้อยวัยสามขวบ
การได้ทำงานใกล้ชิดกับชายหนุ่มหน้าตาดี ใจดีอีกทั้งยังทำงานเก่งทำให้เธอหลงรักเจ้านายตัวเองอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ดาหวันพยายามใกล้ชิดกับเขาและหวังว่าเขาจะกันมาสนใจเธอบ้าง แต่เขาก็ยังคงเป็นเจ้านายที่ดีไม่เคยทำอะไรเกินเลยกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้อง แม้จะมีโอกาสอยู่กันตามลำพังในห้องนอนเล็กๆ แค่สองคนก็ตาม
ความเป็นสุภาพบุรุษของเขาทำให้ดาหวันคิดว่าที่เป็นแบบนี้เพราะเขารู้ว่าเธอแต่งงานแล้ว เธอจึงคิดว่าถ้าหากเธอเลิกกับสามีแล้วเขาอาจจะหันมาสนใจเป็นได้