4 อยู่กับคุณผมรู้สึกอุ่นใจ
ปัจจุบัน
มุกตาภาเลิกงานก็รีบขับรถกลับยังหอพักของตนเองเพราะกลัวผู้ชายคนที่เธอช่วยไว้อาการจะแย่หลงหรือถ้ามองในแง่ร้ายเขาอาจจะขโมยของในห้องเธอไปแล้วก็ได้
แต่เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็โล่งใจเมื่อเห็นว่าเขายังนอนอยู่ที่เดิม
“คุณคะ คุณ” เธอเรียกเบาๆ แล้วจับไปที่แขนซึ่งตอนนี้ไม่ได้ร้อนเหมือนเมื่อวานแล้ว
“เลิกงานแล้วเหรอครับ”
“ค่ะ วันนี้ได้กินข้าว กินยาไหมคะ”
“ครับ”
“หน้าตาดูดีขึ้นกว่าเมื่อวานนะ ที่บอกว่าจะติดต่อเพื่อนล่ะคะ ติดต่อหรือยังคะ”
“ยังเลยครับ ผมขออยู่นี่อีกสักสองสามวันได้ไหม ผมจ่ายค่าเช่าให้คุณก็ได้นะ”
“ฉันไม่ใช่คนเห็นแก่เงินหรอก แต่ห้องฉันมันเล็ก ฉันพาคุณไปหาห้องพักรายวันอยู่ดีกว่าไหมคะ”
“ผมไม่อยากอยู่คนเดียว อยู่กับคุณอุ่นใจกว่าเยอะ อย่างน้อยคุณก็ยังทำแผลให้ผมได้ ผมจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนคุณหรอกนะ คุณช่วยผมแล้วก็ช่วยให้ถึงที่สุดสิครับ”
“วันนี้คุณพูดเก่งขึ้นเยอะเลยนะคะ คงไม่เจ็บแผลเท่าไหร่”
“ครับ ผมดีขึ้นมาก”
“เอาล่ะ ฉันก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรหรอกนะ จะอยู่ต้องก็คงต้องอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อน”
“ผมไม่มีชุดเลย”
“เดี๋ยวฉันเอาผ้าเช็ดตัวให้นะ คุณไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวจะไปซื้อชุดมาให้”
“ผมอาบน้ำได้ใช่ไหม”
“ได้ค่ะ พลาสเตอร์มันกันน้ำ แต่ก็อย่าอาบนานนะเดี๋ยวจะเป็นไข้อีก แล้วเย็นนี้จะกินอะไรล่ะฉันจะได้ซื้อมาทีเดียว”
“ผมกินอะไรก็ได้ไม่เรื่องมากหรอก”
“แล้วกลางวันคุณกินอะไรไปเหรอ”
“กินข้าวต้มที่เหลือ”
“ข้าวแค่นั้นกินสองมื้อ ตอนนี้คงหิวแย่แล้วล่ะสิ”
“ก็พอทนครับ”
มุกตาภาส่ายหัวก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาส่งให้
“ขอบคุณครับ”
“ฉันน่าจะไปนานหน่อยนะ ระหว่างนี้ก็เตรียมตอบคำถามฉันด้วยนะว่าเป็นใครมาจากไหน” หญิงสาวพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เธอขับรถมายังตลาดใกล้ๆ กลับหอพักที่บางร้านกำลังจะปิด เธอรีบเลือกเสื้อยืดสีน้ำตาลกับสีขาวอย่างละตัว กางเกงขาสั้นสองตัวและชุดนอนอีกหนึ่งชุดเพราะคิดว่าเขาคงนอนอีกไม่เกินสองคืน
“มีอย่างอื่นอีกไหม พี่จะได้คิดเงินทีเดียว” เจ้าของร้านวัยกลางคนร่างท้วมถามขึ้น
“ร้านพี่มีกางเกงในผู้ชายไหมคะ”
“มีค่ะ น้องจะรับกี่แพ็กดีค่ะ แพ็กหนึ่งมีสามตัวค่ะ”
“แพ็กเดียวค่ะพี่”
“ไซส์ไหนคะ”
“ถ้าเอวประมาณ 30 นิ้วต้องไซส์ไหนคะ” เธอเดาขนาดรอบเอวเพราะตอนทำแผลก็รู้สึกว่าเขาไม่ได้อ้วนหรือตัวหนาเท่าไหร่
“งั้นต้องไซส์นี้ค่ะ เอาสีนี้เลยไหมคะ”
“ได้ค่ะ”
หลังจากได้ของจากร้านเสื้อครบแล้วหญิงสาวก็โทรศัพท์ไปสั่งข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งก่อนจะแวะที่ร้านสะดวกซื้อเลือกแปรงสีฟันและอาหารแช่แข็งเผื่อว่าเขาจะเอาเวปทานตอนกลางวัน ก่อนจะเอาชุดที่ซื้อมาไปซักและอบที่ร้าน
ระหว่างรอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเข้าไปอ่านไลน์กลุ่มเพื่อนๆ พยาบาลที่ไม่ได้เปิดเข้าไปอ่านตั้งแต่ช่วงที่เธอกลับบ้าน
ข้อความนับร้อยข้อความที่เพื่อนๆ มักจะคุยกันนั้นเป็นเรื่องปกติสำหรับกลุ่มนี้อยู่แล้วเพราะแต่ละคนก็แยกย้ายกันไปทำงานตามโรงพยาบาลต่างๆ แต่ด้วยความเป็นเพื่อนก็มักจะมีเรื่องมาพูดคุยกันอยู่ตลอด
แต่ข้อความครั้งนี้ไม่ใช่การพูดคุยทั่วไปเพราะเพื่อนคนหนึ่งที่อยู่จังหวัดพิษณุโลกเล่าให้ฟังว่าคนไข้ของเธอหาย มุกตาภาอ่านข้อความทั้งหมดแล้วพอจับใจความได้ว่า ชายคนนั้นถูกยิงและเข้ามารับการผ่าตัดเอากระสุนออกจากบริเวณสีข้าง แล้วจะหนีออกจากโรงพยาบาลก่อนที่หมอจะอนุญาตโดยก่อนหน้านั้นเขาบอกว่าจะไปรักษาต่อที่เชียงใหม่ โดยรวมแล้วที่เพื่อนเธอตามก็เพราะเป็นห่วง ส่วนค่ารักษาพยาบาลชายคนนั้นได้จ่ายจนครบหมดแล้ว
เธอข้อความทั้งหมดที่ได้อ่านมันตรงกับผู้ชายที่เธอเจอบนรถไฟจะต่างกันก็ตรงที่จุดหมายปลายทางที่ชายคนนั้นบอกมันต่างจากคนที่เธอเจอ
“ถ้าอยากรู้ก็คงต้องถามชื่อสินะ” มุกตาภาพึมพำก่อนจะเอาชุดที่ซักและอบไว้ออกจากเครื่อง
หญิงสาวไปเอาข้าวที่สั่งที่ร้านก่อนจะกลับมายังหอพัก
“นี่คุณ!....” เธอรีบหันหน้าหนีเมื่อเปิดประตูห้องแล้วเห็นว่าตอนนี้เขานุ่งแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวนั่งอยู่กลางห้อง
“ผมขอโทษ”
“ฉันซื้อชุดมาให้แล้วก็ซักให้แล้วนะ เอาไปใส่ก่อนเลยฉันให้ยืมห้องนอนแต่งตัวก็ได้ ส่วนชุดที่ใส่แล้วก็เอาใส่ตะกร้าสีน้ำเงินไว้นะ อ้อ....นี่แปรงสีฟัน”
“คุณเป็นคนที่ทั้งสวยและใจดีมากจริงๆ”
ชายหนุ่มรับถุงมาจากมือของหญิงสาวจากนั้นก็รีบเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องนอนของเธอ
เมื่อเปลี่ยนชุดแล้วก็มองไปทั้งห้องนอนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ของในห้องมีไม่มาก บนเตียงนอนขนาดหกฟุตมีตุ๊กตาหลายตัววางกินพื้นที่อยู่เกือบจะครึ่งเตียง
“แต่งตัวเสร็จหรือยังคะ” เสียงของหญิงสาวตะโกนออกมา
“ครับ เสร็จแล้วครับ” ชายหนุ่มออกมาจากห้องก็เห็นว่าบนโต๊ะทานข้าวเล็กๆ ที่มุมห้องมีอาหารใส่จานรอไว้แล้ว
“พอกินได้ไหม”
“ได้ครับน่ากินมาก ผมขอแปรงฟันก่อนนะ” เขาบอกอย่างอายๆ เพราะตั้งแต่เช้ามายังไม่ได้แปรงฟันเลยสักครั้งถึงแม้จะใช้น้ำยาบ้วนปากไปแล้วก็ตาม
“ทำไมไม่เหมือนกันล่ะ” เขามองจากข้าวผัดสีจืดๆ ของตัวเองกับจานยำมาม่าของหญิงสาวที่ดูรสชาติจัดจ้านน่าทานมากกว่าของตนเอง
“คุณไม่สบายนะ ตอนนี้ห้ามกินรสจัดค่ะ”
“อ๋อ....” เขาพยักหน้ายอมรับเพราะไม่อยากจะเรื่องมากและการที่ตลอดทั้งวันเอาทานข้าวต้มไปแค่ชามเดียวข้าวผัดรสชาติจืดๆ ก็หมดลงภายในพริบตา
“อย่าลืมกินยาด้วยนะคะ”
“ครับ ให้ผมช่วยล้างจานไหม”
“จานแค่นี้ไม่ได้ลำบากอะไรคุณไปนั่งรอที่โซฟาเลยค่ะ เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะ”
“ครับ เขายอมรับคำอย่างว่าง่ายก่อนจะทานยาและมานั่งรอเธอตามที่บอก