14 มันยังไงกันแน่
“เมื่อกี้แม่โทรมาบอกค่ะว่าตอนนี้เจอตัวคุณอลันแล้วค่ะ”
“จริงเหรอดาว แล้วไปเจอลูกผมที่ไหนล่ะ ผมขอคุยกับเขาหน่อยได้ไหม เขาปลอดภัยหรือเปล่า” แม้จะแปลกใจกับสิ่งที่ดุจดาวพูดแต่เขาก็ยังตามน้ำไปก่อนเพราะอยากรู้ว่าสิ่งที่เธอพูดจะตรงกับที่ลูกชายบอกเขาไหม
“ใจเย็นๆ ค่ะคุณอิทธิดาวให้ญาติที่อยู่พิษณุโลกช่วยออกตามหาแล้วก็เจอเขาไปอยู่ที่บ้านเช่าเล็กๆ แห่งหนึ่งสภาพดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะแผลผ่าตัดก็ยังไม่หายดีแล้วรู้สึกว่าเขาจะล้มจนศีรษะกระแทกตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ” เธอแต่งเติมสิ่งที่ฟังจากมารดาเพื่อให้ฟังสมเหตุสมผลมากขึ้น
“โรงพยาบาลไหนล่ะ ผมอยากจะไปเยี่ยมลูก”
“คุณอิทธิคะตอนนี้เราไม่รู้ว่าใครที่กำลังตามทำร้ายคุณอลันอยู่ ถ้าคุณไปเยี่ยมขึ้นมาเกิดคนร้ายทำอะไรคุณอลันอีกล่ะคะ”
“แต่ผมห่วงลูกนะ”
“คุณไม่ต้องห่วงนะคะดาวให้ญาติช่วยดูแลความปลอดภัยอย่างดี” หญิงสาวลูบแขนเขาเบาๆ อย่างอ่อนโยน
“ผมช่วยอะไรลูกได้บ้างล่ะ ผมไม่อยากอยู่เฉยๆ นะ”
“แต่คุณอลันฝากมาบอกคุณอิทธิค่ะ”
“ฝากมาบอกว่าอะไร” อิทธิขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าทำไมถึงต้องฝากคนอื่นมาบอก
“ตอนนี้เขาไม่ไว้ใจใครเลยค่ะ เขาอยากให้คุณช่วยไล่สิงหากับดนัยออก”
“ทำไมล่ะสองคนนั้นก็ทำงานดีมาตลอดนะ”
“เพราะตอนที่เขาเกิดเรื่องสองคนนั้นดูเหมือนไม่ได้อยากช่วยเหลืออะไรเลย เขาถึงหนีออกมาจากโรงพยาบาล”
“จะเป็นไปได้ยังไงสองคนนั้นทำงานกับผมมานานมากๆนะ”
“มันก็จริงค่ะ ที่สองคนนั้นทำงานมานานมากๆ แต่บางทีมันอาจจะมากจนเรามองไม่เห็นข้อบกพร่องอะไรเลยสักนิด คุณอลันไม่สบายใจถึงขนาดหนีออกจากโรงพยาบาลเพราะไม่อยากอยู่ในสายตาของสองคนนั้น ดาวว่าเราทำตามที่คุณอลันบอกเถอะค่ะ ยังไงคุณอลันที่ทำงานใกล้ชิดกับสองคนนั้นมากกว่าเราก็น่าจะรู้อะไรมาบ้าง” หญิงสาวพยายามจะหว่านล้อม
“โอเค เรื่องนี้ผมจะรีบจัดการแต่ก็น่าจะเป็นพรุ่งนี้นะ แล้วทำยังไงผมถึงจะได้คุยกับลูกชาย”
“ดูเหมือนคุณไม่เชื่อที่ดาวพูดเลยนะคะว่าคุณอลันสบายดี”
“ไม่ใช่ไม่เชื่อผมแค่เป็นห่วง”
“ถ้าอย่างนั้น ดูรูปนี้ค่ะญาติของดาวถ่ายแล้วส่งมาให้ เอาไว้พรุ่งนี้ถ้าคุณอยากคุยกับคุณอลันจริงๆ ดาวให้เขาโทรหาคุณดีไหมคะ”
“อือ ผมคงไม่รบกวนญาติคุณเกินไปหรือเปล่านะ ถ้ายังไงคุณจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วก็ให้ค่าเสียเวลากับเขาด้วย”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องค่าใช้จ่ายคุณอลันจัดการเองแล้วส่วนค่าเสียเวลาไม่จำเป็นเลยเพราะดาวก็มองว่าคุณอลันเป็นญาติคนหนึ่งของดาวเหมือนกัน”
“ผมได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย ถ้างั้นดาวขึ้นไปรอผมบนห้องนะผมขอทำงานต่ออีกนิดแล้วจะรีบขึ้นไป”
“อย่าทำงานเพลินนะคะ”
“ไม่หรอกน่าอีกนิดเดียวจริงๆ”
เมื่อดุจดาวเดินออกจากห้องไปแล้วคุณอิทธิก็เริ่มสับสนกับสิ่งที่ตัวเองรับรู้เพราะวันก่อนอลันไม่ได้พูดถึงเรื่องสิงหาและดนัยเลยอีกทั้งเขาก็บอกว่าตนเองอยู่ที่กรุงเทพ
อิทธิอยากโทรศัพท์ไปหาลูกชายตามเบอร์โทรที่คุยกันครั้งสุดท้ายและเมื่อแน่ใจว่าตอนนี้ดุจดาวขึ้นไปชั้นสองแล้วเขาก็รีบกดโทรศัพท์หาลูกชายทันที
“ฮัลโหลพ่อมีอะไรหรือเปล่าผมกำลังจะโทรหาพ่ออยู่พอดีเลย”
“อลันตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน”
“ผมอยู่กรุงเทพครับพ่อ พ่อมีอะไรหรือเปล่า”
แล้วคุณอิทธิก็เล่าเรื่องราวที่เพิ่งคุยกับดุจดาวให้กับอลันฟังอย่างละเอียด
“ผมว่ามันมีอะไรแปลๆ แล้วนะครับ”
“พ่อก็ว่ามันแปลกนะ”
“ผมว่าคุณดุจดาวเธอน่าจะมีแผนการอะไรบางอย่าง ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงพูดกับพ่อแบบนั้น”
แล้วอลันก็เล่าเรื่องในฝั่งของตัวเองให้กับบิดาฟังยิ่งทำให้คุณอิทธิเครียดหนักมากขึ้นเพราะไม่รู้เลยว่าเธอจะทำแบบนี้ทำไม
“ผมกะว่าจะโทรหาพ่อบอกพ่อไว้ล่วงหน้าเผื่อคุณดุจดาวจะแจ้งข่าวว่าผมตายแล้วแต่ทำไมกลับแจ้งว่าเจอตัวผมแล้วล่ะ แล้วรูปที่เขาส่งให้พ่อใช้รูปผมจริงๆ เหรอ”
“ใช่พ่อดูแล้วยังไงก็เป็นอลันแน่ๆ”
“แต่เรื่องรูปชั่งเถอะพ่อเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันก้าวหน้าไปมากใครจะตกแต่งรูปยังไงมันก็ได้ทั้งหมดนั่นแหละ”
“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วอลันรีบกลับมาเถอะ”
“พ่อครับแผลผมยังไม่หายดีเลย”
“แผลไม่หายดีแต่ไม่ยอมไปโรงพยาบาลแล้วเมื่อไหร่มันจะหายล่ะ”
“ถึงผมไม่อยู่โรงพยาบาลผมก็ได้รับการดูแลอย่างดี วันนี้พี่ภูก็พาผมไปหาหมอที่คลินิกมาแล้ว หมอบอกว่าอีกสองสามวันแผลก็น่าจะหายแต่ช่วงนี้ผมอยากรู้ว่าคุณดุจดาวเธอจะทำยังไง พรุ่งนี้พ่อก็แจ้งฝ่ายบุคคลให้ไล่สองคนนั้นออกตามที่คุณดุจดาวพูดไปก่อนก็ได้นะครับ ช่วงที่ผมยังไม่กลับไป พ่อให้ภูเข้าไปทำงานในส่วนของผมก็ได้ถ้าติดขัดยังไงพี่ภูจะได้โทรถามผม”
“ลูกต้องดูแลตัวเองดีๆ นะเรื่องนี้มันแปลกจนพ่อมองไม่ออกเลยว่าเรื่องมันจะเป็นยังไงต่อ”
“แล้วคนในบริษัทล่ะครับมีปฏิกิริยายังไงบ้าง”
“พวกเขาก็สงสัยนั่นแหละว่าลูกหายไปไหนอยู่ที่ไหน พ่อก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่ถ้าพรุ่งนี้พวกเขาถามพ่อก็คงต้องตอบไปตามที่ดุจดาวพูดก่อนใช่ไหม”
“ใช่ครับพ่อ เราคงต้องตามน้ำของคุณดุจดาวไปก่อน พวกผมทางนี้จะพยายามสืบดูว่าคุณดุจดาวทำเรื่องนี้ทำไม จริงสิผมลืมเรื่องสำคัญที่จะถามพ่อไปเลย”
“เรื่องอะไร”
“ก็เรื่องคนที่จ้างคนมายิงผมนะครับเธอชื่อดาหวันแล้วคุณดาหวันคนนี้ก็เป็นแม่ของดุจดาว”
“อะไรนะ ดาหวันเหรอ” คุณอิทธิตกใจกับชื่อที่ไม่ได้ยินมานานเกือบจะ 30 ปีแล้ว
“พ่อรู้จักผู้หญิงคนนี้เหรอครับ”
“ดาหวันเคยทำงานเป็นเลขาของพ่อเมื่อ 30 ปีก่อน”
“แล้วทำไมเธอถึงจ้างให้คนมายิงผมล่ะ”
“เรื่องนี้พ่อก็ไม่รู้ แต่ตอนนั้นเธอถูกพ่อไล่ออกด้วยเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง หรือว่าเธอส่งดุจดาวมาแก้แค้น”
“พ่อครับถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมว่าคนที่น่าจะเป็นอันตรายที่สุดน่าจะเป็นพ่อ ผมว่าพ่อให้เธอไปอยู่ที่อื่นหรือไม่พ่อก็ออกจากบ้านก่อนดีไหม ผมจะให้สิงหากับดนัยหาที่ปลอดภัยให้พ่อเองครับ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกบ้านนี้อยู่กันหลายคน อีกอย่างดุจดาวเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ เท่านั้น”
“ถึงเธอจะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็จริงแต่เธอเข้ามาที่นี่ก็คงเพราะจุดประสงค์อะไรบางอย่างซึ่งเราไม่รู้เลยถ้า แม่ของเธออยากจะแก้แค้นพ่อจริงๆ ผมเชื่อว่าเดี๋ยวเธอก็ต้องลงมือ ช่วงนี้พ่อต้องระวังตัวหน่อยนะครับ ทั้งเรื่องอาหารเรื่องการเดินทาง ให้พี่ภูไปอยู่ที่บ้านกับพ่อดีไหมครับ”
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกถ้าเราทำแบบนั้นดุจดาวจะต้องสงสัยแน่ อลันไม่ต้องห่วงพ่อนะเรื่องนี้พ่อคิดว่าพ่อรับมือได้”
“พ่อครับไม่มีอะไรพ่อรีบโทรหาผมหรือไม่ก็พี่ภูเลยนะครับ”
“พ่อรู้แล้ว แกเองก็ดูแลตัวเองด้วยนะ”
“ครับพ่อถ้ามีความคืบหน้ายังไงผมจะโทรหาพ่อนะ”
“แต่อย่าเงียบหายไปนานนะ”
“ครับพ่อ พ่อตามข่าวผมได้จากพี่ภูนะครับ ผมคงโทรหาพ่อบ่อยๆ ไม่ได้ แต่ผมจะรีบสืบว่าคุณดุจดาวกับแม่ของเธอมีแผนจะทำอะไร”