13 อย่าใจอ่อนเด็ดขาด
บ้านคุณอิทธิ
โทรศัพท์ของดุจดาวที่วางอยู่บนโต๊ะทานข้าวสั่นขึ้นหญิงสาวเห็นแล้วว่าคนที่โทรเข้ามาคือมารดาแต่ยังไม่กดรับเพราะคิดว่าคุยตอนนี้คงไม่สะดวกเท่าไหร่
“ใครโทรมาเหรอดาวทำไมไม่รับโทรศัพท์ล่ะ” คุณอิทธิที่นั่งทานข้าวอยู่ด้วยถามขึ้น
“แม่โทรมาค่ะ”
“อ้าว แม่โทรมาทำไมไม่รีบรับล่ะ เผื่อท่านมีธุระสำคัญ”
“ไม่มีธุระสำคัญอะไรหรอกค่ะ ดาวว่าเราทานข้าวเสร็จค่อยโทรกลับค่ะเพราะคุยกับแม่แต่ละครั้งนาน”
“ไม่มีเรื่องสำคัญอะไรแน่นะ”
“ไม่หรอกค่ะ แล้วนั่นคุณอิทธิทานอิ่มแล้วเหรอคะ”
“ผม ทานไม่ค่อยลงและเป็นห่วงอลันไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง ญาติที่ของคุณที่ให้ช่วยตามหาได้เรื่องอะไรไหม”
“ใกล้จะได้เรื่องแล้วค่ะ ถ้ายังไงดาวจะเร่งให้นะคะรับรองว่าคุณอิทธิจะได้ข่าวของคุณอลันเร็วๆ นี้ค่ะ”
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี เอาล่ะเดี๋ยวผมขอเข้าไปในห้องทำงานน่ะ คุยธุระกับแม่เสร็จแล้วไปตามผมก็แล้วกัน”
“ได้ค่ะคุณอิทธิ”
เมื่อคุณอิทธิเดินเข้าห้องทำงานไปแล้วดุจดาวก็รีบวิ่งขึ้นไปยังห้องนอนเธอจัดการล็อกห้องเรียบร้อยก่อนจะกดโทรออกหามารดาทันที
“แม่มีอะไรหรือเปล่าทำไมโทรมาเวลานี้ แม่ก็รู้นี่ว่ามันยังหัวค่ำและหนูยังอยู่กับคุณอิทธิ” เธอต่อว่ามารดาเพราะทุกครั้งเวลาคุยกับมารดาจะเป็นเวลาที่คุณอิทธิเข้านอนไปแล้ว
“ก็แม่ใจร้อนอยากจะแจ้งข่าวแก่น่ะสิยัยดาว”
“แจ้งข่าวอะไรหรือแม่ได้เรื่องคุณอลันแล้วคะ”
“แกเดาถูกแล้วล่ะดาว คนของแม่บอกว่าตามไปจัดการอลันเรียบร้อยแล้วนะ”
“เรียบร้อยหมายถึงเขาตายน่ะเหรอคะแม่” ดุจดาวรู้สึกใจหายที่ได้ฟังเรื่องนี้จากมารดา เพราะเธอก็ไม่เห็นด้วยที่จะเอากันถึงตาย เธอเสนอแค่จับตัวเขาไว้ที่ไหนซักที่ให้อารัญเข้ามาครอบครองบริษัทจากนั้นก็ค่อยปล่อยเขาแต่มารดาก็ไม่เคยฟังข้อเสนอของเธอเลย
“ก็ใช่น่ะสิตอนนี้อารัญกำลังเก็บของนะ อีกสองวันน้องจะขึ้นไปหาเตรียมที่อยู่ให้น้องด้วย” ดาหวันออกคำสั่งเด็ดขาด
“ได้ค่ะเดี๋ยวดาวเตรียมให้แต่ แม่แน่ใจแล้วเหรอคะว่าคุณอลันเสียแล้วจริงๆ แล้วศพของเขาอยู่ที่ไหน”
“คนของแม่จัดการแล้วแหละ”
“แม่คะดาวอยากให้เก็บศพเขาไว้แล้วพอวันหนึ่งอารัญได้เป็นเจ้าของบริษัทแล้วเราก็ควรจะบอกคุณอิทธินะคะ เขาจะได้นำศพทำพิธีให้เรียบร้อย”
“นี่แกก็จะใจอ่อนอีกคนแล้วเหรอยัยดาว เรื่องนี้ไม่ต้องยุ่งแค่จัดการให้น้องได้เข้าไปในบริษัทในฐานะอลันก็พอ”
“แล้วแม่จะให้ดาวบอกคุณอิทธิว่ายังไงคะ ไหนจะดนัยและสิงหาอีก สองคนนั้นต้องสงสัยแน่ๆ”
“บอกเขาไปว่าญาติของเราเจออลันในขณะที่เขาหนีออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว ก่อนที่น้องจะลงไปแม่อยากให้ดาวกล่อมคุณอิทธิให้ไล่สองคนนั้นออก”
“แม่คะ สองคนนั้นทำงานกับคุณอิทธิมานานนะคะ คุณอิทธิคงไม่กล้าไล่ออก”
“ลองนึกดูนะถ้าคนของลูกชายสองคนดูแลลูกชายของเขาไม่ดีทำให้ลูกชายถูกยิงแล้วยังจะหนีออกจากโรงพยาบาลตามตัวไม่เจออีกเป็นแกก็ยังจะจ้างสองคนนี้ทำงานไหมล่ะ”
“มันก็จริงนะคะแม่”
“บอกคุณอิทธิไปว่าอลันเป็นคนสั่งมาแบบนั้นเพราะเขาก็ไม่ไว้ใจสองคนนี้แล้วเหมือนกัน”
“แม่คะแม่ว่าคุณอิทธิจะเชื่อไหม”
“แล้วตอนที่แกเห็นอลันครั้งแรกแกรู้สึกยังไงล่ะ”
“ตอนแรกที่ดาวเห็นคุณอลันดาวก็ตกใจค่ะ เขาเหมือนอารัญมากจริงๆ ลักษณะท่าทางการเดินเหมือนกันทุกอย่างจนแทบแยกไม่ออก”
“แกบอกพวกเขาไปก็ได้ว่าตอนอรัญถูกยิงแล้วหนีออกจากโรงพยาบาลเขาประสบอุบัติเหตุเพิ่มทำให้ศีรษะกระทบกระเทือนนิดหน่อยความทรงจำบางอย่างอาจจะหายไป ระหว่างนั้นแกก็ช่วยให้น้องเรียนรู้คนรอบข้าง และเรื่องงานไปทีละนิด คงไม่มีใครกล้าสงสัยคนที่ได้รับอุบัติเหตุมาหรอกนะ”
“แล้วถ้าเขาถามว่าตอนนี้คุณอลันอยู่ไหน แม่จะให้ดาวตอบว่ายังไง”
“ตอบไปว่าอลันพักอยู่ที่โรงพยาบาลแต่ยังไม่สะดวกคุยแกเอารูปน้องที่นอนโรงพยาบาลครั้งก่อนให้เขาดูก็ได้นี่ เดี๋ยวแม่ส่งรูปให้”
“มันจะง่ายขนาดนั้นเหรอคะแม่ คนเป็นพ่อลูกกันก็ต้องอยากจะคุยกัน”
“บอกเขาไปสิว่าไม่ว่ามันดึกแล้วและอลันก็ต้องการพักผ่อน”
“แม่คะถ้าวันหนึ่งความจริงถูกเปิดเผยขึ้นมาจริงๆ เราสามคนจะไม่ติดคุกใช่ไหมคะ”
“แกคิดว่าความจริงมันจะเปิดขึ้นมาคุณอิทธิเขาจะทำอะไรได้ล่ะ เรื่องที่เขามีลูกชายอีกคนไม่เคยมีใครรู้ ถึงตอนนั้นถ้าเขารู้ว่าอลันคนที่อยู่กับเขาไม่ใช่ลูกชายที่เลี้ยงมา เขาก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากยอมรับ เผลอๆ เขาอาจจะรักอารัญมากกว่าลูกชายคนเดิมของเขาด้วยซ้ำ เอาล่ะแกรีบไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ถ้าถึงวันที่อารัญเดินทางแล้วแม่จะบอกอีกที”
“ค่ะแม่”
“อย่าลืมนะเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการเป็นอันดับแรกคือไล่ดนัยกับสิงหาออกก่อนเพราะสองคนนั้นเป็นตัวอันตราย”
“ได้ค่ะ แม่เดี๋ยวดาวจะรีบไปบอกคุณอิทธิเลยว่าเราเจอคุณอลันแล้ว แต่คุณอลันบอกว่าให้เก็บทุกอย่างเป็นความลับ และให้ไล่สองคนนั้นออกก่อนเขาถึงจะกลับมา”
“ฉันขอเตือนแกอย่างหนึ่งนะดาว แกอย่าใจอ่อนอย่าแสดงพิรุธออกมาอย่างเด็ดขาดเพราะถ้าเป็นแบบนั้นทุกอย่างที่เราวางแผนกันมันจะพังหมดแกต้องแก้แค้นให้แม่แก้แค้นให้น้องนะเข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะแม่”
ดุจดาววางสายจากมารดาแล้วก็ถอนหายใจสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้มันถลำลึกมากเกินไปกว่าจะกลับตัวแล้วเพราะฉะนั้นเธอจะต้องเดินหน้าทำแผนนี้ให้สำเร็จเพื่อมารดาและน้องชายที่เธอรักเหมือนน้องชายแท้ๆ
เมื่อพูดถึงน้องชายขึ้นมาดุจดาวก็รู้สึกสงสาร เพราะเขาถูกทิ้งเพียงแค่เกิดมาไม่ค่อยแข็งแรงในขณะที่ผู้ชายอีกกลับเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองอย่างสบายใจ เธอปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะเดินลงมาจากห้องนอนและตรงไปยังห้องทำงาน
หญิงสาวเคาะประตูสามครั้งก่อนจะเดินยิ้มเข้าไปหาคุณอิทธิที่นั่งหน้าเครียดอยู่บนโต๊ะทำงาน
“มีเรื่องดีๆ อะไรหรือเปล่าดาวผมเห็นคุณเดินยิ้มมาแต่ไกลเลยนะ” เขายิ้มให้กับภรรยาวัยเด็กที่เพิ่งรับเข้ามาอยู่ในบ้านได้ไม่นาน
“เรื่องดีมากๆ เลยค่ะคุณอิทธิ มานั่งตรงนี้ก่อนนะคะ”หญิงสาวเดินมาจับมือเขาให้ลุกขึ้นแล้วไปนั่งบนโซฟาที่อยู่มุมห้องทำงาน
“เรื่องอะไรกันล่ะ”