12 ทำเพื่อแม่นะ
ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ด้านในมีจอคอมพิวเตอร์วางเรียงกันอยู่สามตัว ด้านหน้าวางแท็บเล็ตเครื่องและโทรศัพท์มือถืออีกสองเครื่อง
ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งจ้องกราฟบนจอคอมพิวเตอร์ขณะที่สมองก็กำลังใช้ความคิดที่จะเปิดออเดอร์ เขาคืออารัญชายหนุ่มวัยเกือบ 30 ปีที่เรียนทางด้านเศรษฐศาสตร์และมีความชื่นชอบในการเทรดหุ้น การนั่งดูกราฟซึ่งเสมือนเขากำลังหลุดไปอีกโลกหนึ่งที่มีแค่เขากับกราฟตรงหน้า
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มถอยออกจากหน้าจอหมุนเก้าอี้แล้วเดินไปเปิดประตู
“มีอะไรครับแม่”
“ยุ่งอยู่หรือเปล่า” เธอรู้ว่าหัวค่ำแบบนี้ลูกชายจะจริงจังกับการหารายได้แต่เรื่องที่จะพูดมันก็สำคัญจนไม่อาจรอได้อีกต่อไป
“ไม่ครับแม่ วันนี้ผมไม่ได้เทรดอะไรกราฟไม่น่าเล่นเท่าไหร่ แม่มีอะไรหรือเปล่า” เขาขยับเก้าอี้อีกตัวมาให้มารดานั่ง
“ถึงเวลาแล้วล่ะอารัญ”
“ถึงเวลาอะไรครับแม่” ชายหนุ่มถามมารดาเพราะไม่แน่ใจว่าท่านกำลังพูดถึงเรื่องอะไร
“ถึงเวลาที่ลูกจะต้องไปทวงทุกอย่างของลูกคืน”
“แม่ครับเราจะทำแบบนั้นจริงๆ เหรอครับ”
“จริงสิลูก”
“ผมไม่อยากทำเลย”
“อารัญตลอด 30 ปีที่ผ่านมาน้องชายของลูกเสวยสุขในสมบัติมากมายอยู่คนเดียวแล้ว ลูกชายของแม่ล่ะได้อะไรบ้าง”
“แต่ผมก็ไม่ได้ลำบากอะไรนะครับแม่”
“ไม่ลำบากก็จริง แต่ก็ไม่ได้สบายเท่าเขา เรียนก็เรียนโรงเรียนรัฐบาลในประเทศไม่เคยได้ไปเรียนต่างประเทศเหมือนกับน้องชายของลูก”
“ผมก็มีความสุขดีครับแม่ แม่ไม่จำเป็นเลยที่เราจะต้องไปยุ่งวุ่นวายกับพวกเขา”
“แม่รู้ว่าอารัญของแม่เก่ง ลำพังทำงานเงินเดือนพนักงานก็เยอะแล้วไหนยังหารายได้เสริมอีก แต่อะไรที่มันเป็นของเรามันก็ควรเป็นของเรานะ
“แม่ครับ ผมไม่ทำได้ไหม”
“ลูกเปลี่ยนใจไม่ได้แล้วล่ะ”
“แม่หมายความว่ายังไง”
“คนของแม่ทำงานสำเร็จแล้ว”
“แม่....” ชายหนุ่มตกใจเพราะก่อนหน้านี้มารดาเคยเล่าให้ฟังถึงแผนการที่จะให้เขาเข้าไปในบริษัทของผู้เป็นบิดาซึ่งเขาคัดค้านไปหลายครั้งและก็คิดว่าท่านน่าจะเลิกล้มความคิดนี้ไปแล้ว
“ไม่ต้องตกใจเรื่องนี้แม่เป็นคนทำลูกไม่เกี่ยวอะไร”
“แม่ครับนั่นน้องชายผมนะ”
“แล้วเขาเคยคิดไหมล่ะว่าเขามีพี่ชาย อารัญอย่าใจอ่อนเชียวนะ”
“ผม....”
“ฟังแม่นะอารัญ คนพวกนั้นไม่เคยเห็นลูกมีตัวตนอยู่แล้ว แค่ลูกป่วยไม่แข็งแรงเขาก็ทิ้งลูกไว้ที่โรงพยาบาลและไม่เคยบอกใครเลยว่ายังมีลูกอยู่อีกคนหนึ่งบนโลกใบนี้ ถ้าวันนั้นแม่ไม่รับอารัญมาเลี้ยง ลูกก็คงจะเป็นเด็กกำพร้าอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้” ดาหวันพยายามย้ำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเขาถูกครอบครัวทิ้งไป
“ผมขอบคุณมากครับแม่ ถ้าไม่มีแม่ผมก็คงไม่มีวันนี้แต่ผมไม่อยากไปยุ่งกับคนใจดำพวกนั้นเลยนะครับ เราต่างคนต่างอยู่ไม่ได้เหรอครับแม่”
“อารัญพูดเหมือนไม่รักแม่เลยนะ ไหนเราสัญญากันแล้วไงว่าลูกจะต้องกลับไปแก้แค้นที่คนพวกนั้นทิ้งลูกให้ต้องเป็นต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าแล้วยังจะไล่แม่ออกจากงานทั้งที่แม่ไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย”
“แม่ครับเรื่องมันผ่านมานานแล้ว”
“แม่รู้แต่ทุกครั้งที่แม่คิดถึงเรื่องในอดีตแม่ก็เครียดจนนอนไม่หลับ แม่ถูกคนพวกนั้นเอาเปรียบเพียงแค่แม่รู้เรื่องที่เขาทิ้งลูกไว้ที่โรงพยาบาลและวันนั้นแม่แค่จะไปทวงสิทธิ์ให้ลูกพวกเขาก็ไล่แม่ออกมาพร้อมกับเงินก้อนหนึ่งแล้วยังกำชับอีกว่าถ้าแม่เข้าไปที่บริษัทนั้นอีกพวกเขาจะแจ้งความข้อหายักยอกทรัพย์ซึ่งแม่ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลยสักนิด” ดาหวันพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“แม่ครับผมรู้ว่าแม่เก็บความแค้นนี้มานานเท่าอายุผม”
“ถ้าอารัญรู้ก็ไม่ต้องถามอะไรแม่อีก ทำตามที่แม่บอกเตรียมของใช้ที่จำเป็นขึ้นไปกรุงเทพเดี๋ยวนี้พี่สาวของลูกจะรอลูกอยู่ที่นั่น”
“แม่ครับถ้าเรื่องนี้ถึงหูตำรวจพวกเราคงได้ซวยกันหมด”
“ไม่มีทางเกิดเรื่องนั้นอย่างแน่นอนคนที่แม่จ้างตอนนี้มันข้ามไปฝั่งลาวแล้วล่ะ”
“แล้วถ้าเกิดพวกเขาจับได้ล่ะว่าผมไม่ใช่ลูกชายของเขา”
“ลูกก็เห็นแล้วนี่ว่าลูกกับอลันก็หน้าตาเหมือนกันมากแค่ไหน อีกอยากไปถึงที่นั่นก็ใช่ว่าจะให้ลูกเข้าไปแสดงตัวเลยนี่ พี่ดุจดาวจะบอกเราเองว่าต้องทำตัวยังไง”
“แต่ผมไม่รู้จักใครที่นั่นเลยนะ”
“พี่ดุจดาวจะช่วยลูกเรื่องนี้แล้วพี่จะบอกเลยว่าตอนที่ลูกหนีออกจากโรงพยาบาลลูกล้มหัวฟาดพื้นทำให้ความทรงจำบางอย่างมันหายไป”
“แม่คิดว่าพวกเขาจะเชื่อเหรอ”
“เชื่อสิอารัญ ขนาดแม่เห็นรูปถ่ายแม่ยังแทบแยกไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร แล้วคนที่เป็นฝาแฝดกันก็มีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายกันต่อให้เขาจะตรวจดีเอ็นเอก็ไม่มีทางจับผิดเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว” ดาหวันให้ความมั่นใจกับลูกชาย
“ครับ”
“ทำเพื่อแม่สักครั้งนะอารัญถ้าลูกได้เป็นเจ้าของบริษัทนั้นแล้วทุกอย่างจบ”
“ผมไม่ได้อยากได้บริษัทนั้น”
“ลูกก็ยกให้พี่เขาบริหารก็ได้ ถ้าเวลานั้นมาถึงแล้วแม่จะเป็นคนเดินไปบอกเขาเองว่าลูกชายที่เขาเห็นยืนอยู่ตรงหน้าน่ะ มันคนละคนกับที่เขาเลี้ยงมา” ดาหวันพูดด้วยความเคียดแค้น
ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยลืมเรื่องในอดีตได้เลย ไม่เคยลืมว่าตัวเองรักคุณอิทธิมากแค่ไหน รักจนกลายเป็นความแค้นถึงขั้นต้องขโมยลูกคนโตของเขามาและแจ้งกับเขาไปว่าเด็กทารกคนนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว
“แม่จะให้ลูกเตรียมตัวสักสองวันนะ พรุ่งนี้ไปจัดการลาออกที่บริษัทให้เรียบร้อยแล้วมาเก็บของใช้ เดี๋ยวแม่จะโทรบอกพี่ดุจดาวให้เตรียมคอนโดไว้รอที่กรุงเทพ แม่ไปล่ะ เริ่มเก็บของไปพลางๆ นะลูก” พูดจบดาหวันก็เดินออกมากห้องไป
“ครับแม่” ชายหนุ่มรู้สึกใจหายมากที่รู้ว่าฝาแฝดอีกคนของตนเองได้จากโลกนี้ไปแล้ว จากไปทั้งที่เขายังไม่เคยได้เจอตัวจริงเลยสักครั้ง
“พี่ขอโทษนะอลัน” เขาขอโทษน้องชายที่เคยเห็นเพียงแค่รูปถ่าย
ความรู้สึกผิดเกาะกินใจแต่อารัญก็ไม่อาจจะขัดใจผู้เป็นมารดาได้เพราะเรื่องนี้เขาเคยพูดกับมารดาอยู่หลายครั้งและบางครั้งท่านก็เครียดถึงขั้นจะคิดสั้น เขาจึงไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนั้นมันเกิดขึ้น
จากนี้ไปเขาจะต้องเลิกใจอ่อนเพราะถ้าต้องเลือกระหว่างครอบครัวที่ไม่เคยเห็นความสำคัญของเขากับมารดาที่เลี้ยงเขามาด้วยความรักเขาก็จำเป็นจะต้องเลือกมารดาไม่ใช่สายเลือดแต่กลับทำให้เขาเติบโตได้มาจนถึงทุกวันนี้