11 ไม่คิดว่ามันจะเป็นจริง
ภายในหอพักของมุกตาภากลับมาเงียบอีกครั้งเมื่อหญิงสาวออกไปดูหนังกับเพื่อน เขามองอุปกรณ์โกนหนวดที่เธอซื้อมาให้แล้วลังเลว่าจะไปโกนหนวดเคราให้เรียบร้อยดีหรือเปล่าแล้วเสียงเตือนว่ามีข้อความใหม่จากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“สะดวกคุยไหมครับ”
อลันอ่านข้อความแล้วก็รีบโทรกลับทันที
“มีอะไรเหรอสิงหา”
“คนของเราตามจับคนร้ายได้แล้วครับ ผมไม่อยากคุยทางโทรศัพท์ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน”
“เดี๋ยวฉันส่งพิกัดให้นะ นายดูด้วยก็แล้วกันว่ามีใครตามมาไหม”
เมื่อสิงหาวางสายไปแล้วเขาก็เตรียมตัวออกจากห้องโดยที่ไม่ลืมจะหยิบกุญแจห้องสำรองของมุกตาภาไปด้วยเพราะคิดว่าคุยธุระเสร็จก็จะกลับมานอนที่นี่เหมือนเดิม
“คุณอลันนี่คุณจริงเหรอเนี่ย” สิงหาทักทายเจ้านายที่สวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นไว้หนวดเครารกรุงรังที่เดินลงมาจากหอพักอย่างไม่เชื่อสายตา
“อย่ามาสนใจการแต่งตัวของฉันเลยน่า เราจะไปคุยกันที่ไหน”
“คอนโดใหม่ของคุณภูวิศครับ”
“ปลอดภัยแน่นะ” เขาถามก่อนจะขึ้นมานั่งด้านหลัง
“แน่ครับ”
สิงหาขับรถมายังคอนโดของภูวิศซึ่งตอนนี้เจ้าของห้องรออยู่แล้ว
“เฮ้ย!....ทำไมนายอยู่ในสภาพนี้ล่ะ” ภูวิศหัวเราะเมื่อเห็นสภาพของรองประธานหนุ่มที่เคยแต่งตัวเนี้ยบมาตลอด
“อย่าสนใจภาพลักษณ์ผมเลยน่า เข้าเรื่องกันดีกว่าผมมีเวลาน้อย”
“คุณอลันพูดเหมือนจะกลับไปที่นั่นอีก” สิงหามองหน้าเจ้านายที่ตอนนี้เขาเดาไม่ออกเลยว่ากำลังคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่
“อือ นายได้เรื่องว่าไงบ้าง”
“คนของเราได้ตัวคนร้ายแล้วครับ มันสารภาพแล้วว่ามีคนจ้างให้มันมายิงคุณ กะเอาถึงตายเลยล่ะ” สิงหาพูดตามที่ได้ข้อมูลมา
“คนที่จ้างล่ะเป็นใคร ใช่คนที่เราคิดไว้ไหม”
“ไม่ใช่แต่ก็มีความเกี่ยวข้องกันอยู่” ภูวิศตอบ
“เกี่ยวกันยังไงครับพี่ภู”
“ก็คนที่ชื่อดาหวันเป็นแม่ของคุณดุจดาว”
คำตอบของภูวิศทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ อลันเคยคิดว่าอาจจะเป็นฝีมือของเธอแต่พอรู้ความจริงแล้วก็เป็นกังวลมากขึ้นเพราะ
“ผมเคยสงสัยเธอนะ แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นจริง”
“คุณอลันจะเอายังไงต่อดีล่ะครับ ให้ตำรวจจัดการดีไหม” สิงหาเสนอความคิด
“ถ้าเรื่องถึงตำรวจเราก็ไม่รู้ว่าแผนของคุณดุจดาวต่อจากนี้คืออะไร คนร้ายยังอยู่กับพวกเราใช่ไหม”
“ครับ ผมให้คนของเราพาไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยและอยู่ในสายตาตลอด คุณอลันจะให้ผมทำยังไงต่อก็บอกมาได้เลย” ดนัยที่นั่งฟังอยู่นานพูดขึ้นบ้าง
แล้วทั้งสามคนที่อยู่ในห้องก็วางแผนกันว่าจะให้คนร้ายโทรไปแจ้งดาหวันว่าตามเก็บงานได้แล้ว โดยจัดฉากเป็นรูปถ่ายของอลันที่ถูกยิงในห้องพักแห่งหนึ่งไปให้เพื่อจะดูว่าดาหวันมีแผนจะทำอะไรต่อ
“เราจะบอกเรื่องนี้กับคุณท่านยังไงดีล่ะครับ คุณท่านต้องสงสัยผมสองคนแน่ๆ ว่าทำไมถึงปล่อยให้คุณถูกทำร้าย”
“นั่นสิครับ ถ้าคนร้ายบอกคุณดาหวันว่าคุณอลันเสียชีวิตแล้ว ผมสองคนก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย”
“ฉันคิดว่าจะบอกให้พ่อแกล้งไล่นายสองคนออกก่อนเพราะไม่พอใจที่ฉันถูกยิงแล้วยังหายไปจากโรงพยาบาล” อลันเสนอความคิด
“มันจะได้ผลเหรอ พี่ว่าเหตุผลมันไม่เม็คเซนต์เลย” ภูวิศแย้งขึ้นมาบ้าง
“ผมว่าเราคงต้องรอดูก่อนครับพี่ภู เพราะเราไม่รู้ว่าคุณดุจดาวกับแม่ของเธอมีแผนจะทำอะไรต่อ”
เมื่อตกลงกันแล้วพวกเขาก็จัดการถ่ายรูปอลันที่โดนยิงจนเลือดชุ่มแล้วส่งให้กับพวกของเขาเพื่อเอาให้คนร้ายส่งให้กับคุณดาหวันอีกที
“คุณจะกลับไปอีกทำไมล่ะ ผมดูแล้วว่าที่นั่นคงไม่สะดวกสบายเท่าไหร่ หรือมีอะไรที่ผมไม่รู้” สิงหาจ้องหน้าเจ้านายอย่างจับผิด
“ก็คนที่ฉันอยู่ด้วยเธอทำแผลให้ฉันได้ไงล่ะสิงหา”
“แค่เรื่องทำแผลเองเหรอ พี่พานายไปทำที่คลินิกเพื่อนพี่ก็ได้ไม่ต้องลำบากคนอื่นหรอก” ภูวิศเสนอ
“แต่ผมไม่อยากให้คนรู้เรื่องนี้เพิ่ม”
“เพื่อนพี่ไว้ใจได้ นายไปให้หมอตรวจแผลหน่อยไหม”
“ก็ได้ครับ” เขาไม่อยากขัดใจภูวิศเพราะรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นห่วงจริงๆ
“ถ้าคุณจะไปอยู่ที่หอพักนั่นอีกก็เอาโทรศัพท์ไปด้วยนะครับผมซื้อเครื่องใหม่มาให้แล้ว” สิงหาส่งโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้กับเจ้านาย
“ไม่เป็นไรฉันมีใช้แล้ว นี่ไงล่ะ” อลันหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าให้ทุกคนดู
“เก่ามากเลยนะนั่น มันยังใช้ได้อยู่เหรอ” ภูวิศหัวเราะเมื่อเห็นโทรศัพท์ในมือของอลัน
“ใช้ได้สิ ก็เครื่องนี้แหละที่ผมใช้ติดต่อทุกคน” เขายิ้มอย่างภูมิใจและเผลอนึกไปถึงเจ้าของโทรศัพท์
“แต่ผมว่าเครื่องใหม่น่าจะดีกว่ากันเยอะนะครับ” สิงหาเองก็มองว่าโทรศัพท์มันเก่ามาก
“ไม่ล่ะฉันชอบเครื่องนี้ เราไปกันเถอะพี่ภู ผมไม่อยากกลับช้า ส่วนนายสองคนถ้าใครโทรมาถามก็บอกไปว่าตั้งแต่ที่ฉันหายไปจากโรงพยาบาลก็ไม่ได้เจออีกเลย” เขาย้ำอีกครั้งเพราะเชื่อว่าการตายของเขาน่าจะทำให้คุณดุจดาวและมารดาเคลื่อนไหวอะไรสักอย่าง
ภูวิศพาชายหนุ่มมาที่คลินิกแห่งหนึ่งซึ่งเขาโทรบอกคุณหมอเจ้าของคลินิกให้มาตรวจเป็นการเฉพาะกิจเพราะปกติแล้วที่นี่จะเปิดในเวลาเย็น
“แผลเริ่มแห้งดีแล้วครับ ช่วงนี้ก็อย่าขยับตัวเยอะหรือถ้าจำเป็นก็เอามือประคองแผลไว้ด้วยก็น่าจะดี ทำแผลทุกวันไหม”
“ครับ ก่อนหน้านี้เลือดซึมก็เลยต้องเปลี่ยนผ้าพันแผล”
“เปลี่ยนเองเหรอครับ ใช้ได้เลยทีเดียว” คุณหมอเห็นว่าแผลของชายหนุ่มถูกทำอย่างเรียบร้อยดี
“เพื่อนเปลี่ยนให้ครับ”
“อ๋อ....แล้วยาแก้อักเสบละครับยังทานอยู่ไหม”
“ครับ ยังทานอยู่ครับ แต่เพื่อนผมบอกว่าถ้าครบห้าวันก็ไม่ต้องทานแล้ว”
“ถ้างั้นก็ไม่มีอะไรต้องกังวล แผลของคุณคงไม่ลึกมาก”
“ครับ แผลไม่ได้ลึกและไม่โดยอวัยวะสำคัญ”
“ไม่เป็นอะไรแน่นะหมอ” ภูวิศยังคงเป็นห่วง
“อือ แผลก็ถูกดูแลอย่างดีไม่มีอะไรน่าห่วงเลย แต่ถ้าครบเจ็ดวันก็ต้องมาตัดไหมนะครับ”
“เอาไว้ครบเจ็ดวันพี่จะพานายมาตัดใหม่ที่นี่แล้วกันนะ”
“ครับพี่”
เมื่อออกจากคลินิกภูวิศก็ขับรถมาส่งชายหนุ่มที่หน้าหอพัก
“อยู่ได้แน่นะ”
“ครับพี่”
“มีอะไรต้องรีบโทรบอกพี่นะ ส่วนเรื่องที่บริษัทเดี๋ยวพี่จะช่วยดูให้ นายอย่าลืมโทรบอกคุณลุงด้วยว่านายปลอดภัยดี อย่าลืมนะว่าต้องโทรบอกท่านก่อนหนึ่งทุ่ม”
“ครับพี่ ขึ้นไปบนห้องผมก็จะรีบโทรบอกพ่อ”
อลันขึ้นมาบนห้องแล้วรีบต่อสายหาบิดาเพราะกลัวว่าท่านจะตกใจถ้าหากรู้ข่าวการเสียชีวิตของเขา