บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 เริ่มดำเนินการ

กลับถึงจวนตนเองหลินซู่เฟยก็ไม่รอช้า เดินมุ่งหน้าไปทางเรือนของหลินเซียวทันที เห็นเขานั่งอยู่ในศาลาก็พุ่งตัวเข้าหาอย่างไว

“ท่านพี่ชายสุดที่รักเจ้าคะ น้องขอประวัติส่วนตัว ความชอบไม่ชอบของซ่งถาวอันด้วยเจ้าค่ะ”

หลินเซียวเงยหน้ามองน้องสาวบ้านตน วันนี้นางสวมชุดสีฟ้าอ่อนสดใส แต่งหน้าอ่อนๆ ขับผิว ริมฝีปากชมพูระเรื่อ ดูโดยรวมแล้วงดงามยิ่งนัก งามจนคนต้องหลงใหล

“ท่านพี่” เสียงร้องเรียกของหลินซู่เฟยดังขึ้น

หลินเซียวสะดุ้งและกลืนน้ำลายเล็กน้อย เก็บความคิดที่มองน้องสาวตนแล้วไม่อยากให้ชายหนุ่มบ้านอื่นเห็น ก่อนร่ายชีวประวัติ และความชอบส่วนบุคคลของซ่งถาวอันให้น้องสาวตนเองฟัง

“รับทราบเจ้าค่ะ” หลินซู่เฟยกล่าว นางยอบกายคารวะเขาอย่างน่าเอ็นดู

ความคิดหวงน้องสาวแวบเข้ามาอีกครั้ง ขนาดตอนที่นางสวมใส่แต่ชุดขาว แต่งหน้าขาวปากแดงเขายังหวง นี่นับประสาอะไร ตอนนี้น้องสาวเปลี่ยนเป็นคนละคน แต่งตัวสวยงาม แต่งหน้ายิ่งชวนเคลิบเคลิ้มเข้าไปอีก เขาชักเริ่มไม่อยากได้ใครเป็นน้องเขยเสียแล้ว

ใครจะมาก็ต้องผ่านด่านเขาไปก่อน

........

หลินซู่เฟย อ่านประวัติของซ่งถาวอันที่หลินเซียวจดใส่กระดาษให้ไว้

“มีน้องสาวเด็กกว่าเราสองปี มีน้องชายที่ยังเล็กด้วยแฮะ ลูกหลงของพ่อแม่หรือลูกลับๆ ของเขาเนี่ย”

นั่งนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนคว้าพู่กันมาวาดรูปลงกระดาษเปล่าอย่างเร่งรีบ เสร็จแล้วก็เรียกเสี่ยวถิงให้พาไปหาช่างไม้ของจวน

นางกางกระดาษที่ตนวาดรูป อธิบายให้ช่างไม้แต่ละคนฟังด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนบอกว่าจะมาใหม่ครั้งหน้าในอีกสามวัน

ในช่วงระยะเวลาสามวันนี้ นางแอบไปสอดส่องหน้าจวนแม่ทัพซ่งทุกวัน เห็นแต่สตรีหอบอาหารและขนมมาฝาก

“เหอะ จีบแบบนี้ใช้กันมากี่ปีแล้วล่ะ” หญิงสาวอมยิ้มแล้วก็ให้รถม้ากลับจวน

เป็นจังหวะที่ซ่งถาวอันออกมาจากจวนพอดี เขาเห็นใบหน้าที่สวยงามของนางก็อึ้งไปเล็กน้อย พอเห็นรอยยิ้มที่ดูมีเล่ห์เหลี่ยมของนางก็ทำให้เขายิ่งสงสัย

“เฟยเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรกันแน่”

........

ช่วงเวลาที่รอให้ช่างไม้เตรียมของที่ต้องการ หลินซู่เฟยก็สั่งให้คนยกถังใส่นมมาเทใส่อ่างอาบน้ำของตน

“ระวังหน่อยนะ อย่าให้หก เสียดาย” หลินซู่เฟยร้องบอก

หลินซวิน หยางเจินอิงและหลินเซียวออกมายืนดูด้วยความสงสัย

“เฟยเอ๋อร์ เจ้าจะทำอะไร”

“แช่น้ำนมให้ผิวพรรณสวยๆ ยังไงล่ะเจ้าคะ”

หลินซู่เฟยตอบก่อนหันไปบอกเสี่ยวถิง “อย่าลืมโรยกลีบดอกกุหลาบเยอะๆ ด้วยนะ”

ระหว่างนั้นมีสาวใช้ยกถาดใส่จานอาหารมา เมื่อสาวใช้คนนั้นเดินผ่านพวกเขาทั้งสาม หลินซวินก็เอื้อมมือจะหยิบมากิน

“อ๊ะ ไม่ได้เจ้าค่ะท่านพ่อ ของลูก” นางตะโกนห้ามรวดเร็ว

“เจ้าหวงกระทั่งบิดาของตัวเองหรือ” หลินซวินทำเสียงน่าสงสาร ใบหน้าน้อยใจจนมองออกแต่ไกล

“นั่นมันแตงกวากับมะเขือเทศฝานบาง ข้าจะเอาไว้แปะหน้าเจ้าค่ะ ไม่ได้เอามากิน ท่านแม่มาทำพร้อมกับข้าไหมเจ้าคะ” หญิงสาวกวักมือเรียกมารดาตนเอง

“ไม่เป็นไรๆ แม่มีผงไข่มุกพอกหน้าอยู่แล้ว” หยางเจินอิงรีบปฏิเสธบุตรสาวอย่างเกรงใจ

“เอาไข่แดง น้ำมันมะกอก น้ำผึ้งมาให้ข้าด้วย” หลินซู่เฟยสั่งสาวใช้อีกคนสีหน้าจริงจัง

เมื่อบรรดาสาวใช้ขนทุกอย่างที่ต้องการเข้าเรือน หลินซู่เฟยก็ร้องบอกบิดา มารดาและพี่ชายบ้านตน

“ข้าไปทำสวยก่อนนะเจ้าคะ อีกสองสามชั่วยามค่อยเจอกัน”

“นางเป็นถึงขนาดนี้เลย” หลินเซียวพูดด้วยความประหลาดใจ

“ลูกสาวข้างามอยู่แล้ว ถ้างามกว่านี้เดี๋ยวก็ได้แต่งงานพอดี” หลินซวินทำน้ำเสียงเศร้าใจ

หยางเจินอิงตีมือสามีของตน “ดูพูดเข้า ลูกสาวเราเล็งซ่งถาวอันอยู่นะเจ้าคะ”

หลินซวินทำตาโต “อันเอ๋อร์น่ะหรือ ดีๆ ข้าก็พอชอบเขาอยู่บ้าง”

“จะทำอะไรทำเลยลูก พ่อสนับสนุนเจ้าเต็มที่” เขาตะโกนเสียงดังหวังให้บุตรสาวได้ยิน

........

วันที่ครบกำหนดนัดกับช่างไม้ หลินซู่เฟยรีบไปดูของที่สั่งทำ ลองๆ เล่นๆ จนพอใจก็สั่งให้คนยกของขึ้นรถม้า

“ไปจวนแม่ทัพซ่ง” นางสั่งให้สาวใช้หลายคนขึ้นรถม้ามาด้วยกัน

รถม้าจอดหน้าจวนแม่ทัพ หลินซู่เฟยที่แต่งตัวด้วยชุดสีม่วงอ่อน พยายามลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าที่สง่างดงามดั่งสตรีสูงศักดิ์ ทั้งหมดนี้เป็นการคิดเออเองของนาง

แต่ถึงเวลาจริงหญิงสาวก็ลงรถม้าด้วยความมาดแมน แล้วเดินนำเข้าไปหน้าจวนเยี่ยงนางแบบบนแคทวอล์ค

รู้สึกตัวก็เพราะทุกสายตาจับจ้องมาทางตน สตรีเชิดหน้าเล็กน้อย ไม่สนใจคนเหล่านั้น

“คนมันสวย ช่วยไม่ได้”

ร่างบางเดินสับขาไปหน้าประตูจวน สั่งให้สาวใช้ และบ่าวรับใช้ผู้ชายยกของตามหลัง

“ข้าหลินซู่เฟย มาขอพบ”

ยังไม่ทันจะพูดจบก็ถูกคนเฝ้าประตูพูดขัด “ท่านแม่ทัพไม่อยู่”

“โนๆ” นางยกนิ้วชี้ขึ้นมาสะบัด “ข้าไม่ได้มาขอพบท่านแม่ทัพ ข้ามาขอพบคุณหนูซ่งกับคุณชายเล็กต่างหาก”

คนเฝ้าประตูทำท่าลังเล สีหน้าราวกับกลัวสตรีมาหลอกลวง

“ข้าจะมาหาท่านแม่ทัพทำไม ในเมื่อท่านแม่ทัพไปจวนกั๋วกงของข้าเป็นประจำ อ่อ วันนี้ท่านพี่ข้าก็มาพบเขาด้วยนี่”

“ทะ ท่านคือคุณหนูหลิน บุตรสาวหลินกั๋วกงจริงๆ น่ะหรือ หน้าตาไม่เหมือนที่ข้าเคยเห็นเลย”

หลินซู่เฟยไม่ตอบ ขยับตัวเล็กน้อยแล้วพยักพเยิดหน้าไปทางรถม้าที่มีสัญลักษณ์สกุลของตน

‘ไม่พูดมาก ให้ภาพมันฟ้อง’

เสี่ยวถิงที่ยืนอยู่ข้างเจ้านายตนนั้นก็ยกกล่องไม้ หันด้านที่มีสัญลักษณ์ของตระกูลหลินให้ดู

“เชิญคุณหนูหลินขอรับ”

คนเฝ้าประตูรีบเปิดทางให้ เพราะสองตระกูลซ่งกับหลินมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทั้งแม่ทัพซ่ง ซ่งถาวอันยังทำงานกับหลินเซียวที่เป็นกุนซือส่วนตัวให้เขา

สตรีคนอื่นมองพวกของหลินซู่เฟยเดินเข้าจวนด้วยสายตาที่อิจฉา

“ไม่ต้องมาทำสายตาเช่นนี้ให้ข้า ข้าไม่ได้มาหาท่านแม่ทัพ” หญิงสาวหันบอกพวกนาง สายตาบ่งบอกถึงความเป็นผู้ชนะ

หลินซู่เฟยเดินตามบ่าวรับใช้ของจวนแม่ทัพ ผ่านหน้าห้องหนังสือของซ่งถาวอันไปทางเรือนของคุณหนูและคุณชายน้อย

ซ่งถาวอันที่นั่งคุยอยู่กับหลินเซียวเห็นเข้าก็มองตาไม่กระพริบ

“นั่นเฟยเอ๋อร์ นางมาทำไมหรือ ไม่ใช่มาหาเจ้า” เขามองไปยังหลินเซียว

หลินเซียวหันหน้าไปทางหญิงสาวชุดสีม่วงที่เดินผ่านไป “มาทำไมไม่รู้ ไม่ได้มาหาข้าหรอก ดูของที่นางนำมาสิ อย่างกับเอามาถวายเป็นเครื่องบรรณาการ”

เขามองคนรับใช้เกือบสิบคนยกของเดินเป็นขบวนตามหลังหลินซู่เฟย

“เจ้าอย่าถือสานางเลย ตั้งแต่นางเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ อะไรๆ ก็ดูใหม่ตาม ความคิดใหม่ ภาษาใหม่ เสื้อผ้าหน้าผม และยังคงมีอีกเยอะที่คาดไม่ถึง” หลินเซียวพูดดักซ่งถาวอัน

“อ่อ” แม่ทัพหนุ่มได้แต่ตอบรับแล้วก็พยักหน้าเออออ

........

“คุณหนูกับคุณชายน้อยอยู่ด้วยกันพอดีเลยขอรับ” บ่าวรับใช้ของจวนบอกกับหลินซู่เฟย

ดวงตาสวยคมจับจ้องไปยังหญิงสาววัยประมาณสิบเจ็ดปีที่กำลังเล่นอยู่กับเด็กชายอายุประมาณหกปี

สาวใช้ของซ่งหม่าเมิ่ง คุณหนูสกุลซ่ง บอกกับนางว่ามีแขกมาหา

สตรีน้อยมองมาทางหลินซู่เฟย พร้อมกับบอกให้น้องชายตัวน้อยคารวะมาทางนาง ก่อนเดินมาหาด้วยความสงสัย “ท่านพี่ซู่เฟย”

หลินซู่เฟยส่งยิ้มหวานทักทายคนทั้งสอง

“ข้าดีใจจังที่พวกเจ้าจำข้าได้ด้วย ตั้งแต่ข้าประสบอุบัติเหตุก็จำสิ่งใดไม่ได้เลย วันนี้เลยถือโอกาสเอาของเล็กๆ น้อยๆ มาฝากพวกเจ้าพร้อมกับทำความรู้จักกันใหม่”

หญิงสาวตบมือ สาวใช้และบ่าวรับใช้ผู้ชายก็นำของวางลงให้คุณหนูกับคุณชายตระกูลซ่ง

“มันคืออะไรหรือเจ้าคะ” ซ่งหม่าเมิ่งมองไม่วางตา ด้านข้างมีซ่งอวิ่นเอินยืนจ้องด้วยความอยากรู้

หลินซู่เฟยยิ้มให้คนทั้งสอง นางหยิบของในกล่องแรกออกมา “อันนี้เรียกว่าโยโย่ เล่นแบบนี้”

นางสอดนิ้วเข้ากับวงเชือกแล้วปล่อยโยโย่ให้ตกลงใกล้พื้นจนสุดสายเชือก จากนั้นก็กระตุกกลับ พร้อมกับเหวี่ยงไปในทิศทางต่างๆ ให้พวกเขาดู

ซ่งหม่าเมิ่งและซ่งอวิ่นเอินเริ่มอยากจะหยิบมาเล่น แต่ก็ถูกหลินซู่เฟยหยุดไว้

“ข้านำมาตั้งหลายอย่าง พวกเจ้าค่อยๆ ดูทีละอย่างก่อน”

“ชิ้นนี้เรียกว่าลูกข่าง เล่นแบบนี้นะ” หลินซู่เฟยเล่นให้ทั้งสองดู ก่อนจะหยิบขึ้นมาอีกชิ้น

“นี่คือตัวต่อ เป็นรูปสัตว์ต่างๆ พวกเจ้าไว้ลองต่อเล่นดู ส่วนที่เหลือ ของชิ้นใหญ่ พวกเจ้าต้องชอบแน่ๆ”

มือเรียวหยิบสกู๊ตเตอร์ไม้วางลงบนพื้น ยกขาขึ้นเหยียบหนึ่งข้าง ส่วนขาอีกข้างไถที่พื้น ก่อนที่จะขึ้นยืนทรงตัวบนสกู๊ตเตอร์ แล้วเคลื่อนที่ตามทิศทางที่ตนเองบังคับ

ซ่งหม่าเมิ่งและซ่งอวิ่นเอินตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็น พวกเขาอยากเล่นเต็มทน แต่ก็ยังรอชิ้นสุดท้าย

“ชิ้นนี้พวกเจ้ายังเล่นไม่ได้ ข้าต้องฝึกพวกเจ้าให้เก่งก่อนถึงจะปล่อยให้พวกเจ้าเล่นกันเองได้ ข้าทำไว้ให้พวกเจ้าคนละอัน แล้วก็เผื่อพี่ชายของพวกเจ้า แม่ทัพซ่งถาวอัน”

หลินซู่เฟยหยิบสเก็ตบอร์ดขึ้นมา แต่ละอันถูกแกะลวดลายเป็นสัญลักษณ์ชื่อย่อของพวกเขา

สเก็ตบอร์ดเป็นสิ่งที่ซ่งหยางฟางชอบเล่นมาก อยู่ที่นี่นางจึงสั่งทำไว้เผื่อซ่งถาวอันจะชอบเหมือนกัน

“ป่ะ พวกเรามาเล่นกันได้แล้ว” หญิงสาวเอ่ยปากชวน ส่วนคนรอรีบลงมือเล่นอย่างว่องไวราวกับรอมานาน

........

ห้องหนังสือ

“อีกสี่เดือนต้องกลับค่ายทหารแล้ว เจ้าเตรียมตัวไปถึงไหน” หลินเซียวถามบุรุษที่นั่งเล่นหมากรุกฝั่งตรงข้าม

“เตรียมตัวอะไร” อีกฝ่ายไม่ได้สนใจคำถาม เขากำลังเล็งตำแหน่งที่จะวางตัวหมากของตน

“ก็ท่านพ่อท่านแม่เจ้าเร่งให้เจ้าแต่งงานไม่ใช่หรือ ถึงมีสตรีมาเป็นแขกมากมายเช่นนี้” สายตาของหลินเซียวชำเลืองมองท่าทีของสหายตน

“ยังไม่สนใจ”

“เจ้านี่ก็แปลก สตรีที่อยู่ในรายชื่อที่ท่านแม่เจ้าคัดเลือก ล้วนหน้าตางดงาม เรียบร้อย อ่อนหวาน เป็นกุลสตรีทุกกระเบียดนิ้ว เหตุใดจึงไม่เลือกสักคน”

“แล้วเจ้าล่ะ ทำไมถึงไม่เลือกสตรีบ้าง” ผู้ถูกถามไม่ตอบแต่เป็นฝ่ายถามกลับเสียเอง

หลินเซียวอึกอักเล็กน้อย “แหม ก็น้องสาวข้ายังไม่ออกเรือน ข้าจะหาสตรีมาเพิ่มทำไม ดูแลน้องสาวก็เหนื่อยแล้ว” เขาหัวเราะแห้งๆ ตอบ

ซ่งถาวอันวางหมากลงกระดานเสียงดัง “อ่อ พอดีน้องสาวของข้าก็ยังไม่ได้ออกเรือนเช่นกัน”

จังหวะนั้น พวกเขาทั้งสองก็ได้ยินเสียงดังมาจากหน้าเรือนของคุณหนูและคุณชายน้อย เสียงร้องของคนหลายคนทำให้พวกเขาสงสัย

“เสียงอะไร เฟยเอ๋อร์ทำอะไรแน่ๆ เลย” หลินเซียวขมวดคิ้วสงสัย ลุกขึ้นและจะไปดูต้นเสียง

ซ่งถาวอันไม่ตอบคำถาม เขาเงียบฟัง ก่อนที่จะลุกและออกจากห้องหนังสือพร้อมกับหลินเซียว

ทางต้นเสียง หลินซู่เฟย ซ่งหม่าเมิ่งและซ่งอวิ่นเอิน กำลังแข่งขันความเร็วกันอยู่ โดยที่พี่น้องตระกูลซ่งใช้สกู๊ตเตอร์ ส่วนหลินซู่เฟยไถสเก็ตบอร์ดขาเป็นระวิง

ซ่งถาวอันกับหลินเซียวเดินมาขวางทางพวกเขาทั้งสามพอดี ที่สำคัญคือขวางตรงหน้าของหลินซู่เฟย

“กรี๊ด หลบไป อย่าขวาง” หลินซู่เฟยยกมือขึ้นมาโบกไล่พร้อมร้องด้วยความตกใจ

ความเร็วของสเก็ตบอร์ดตอนนี้เร็วกว่าที่นางจะควบคุมให้หยุดกะทันหันได้

สเก็ตบอร์ดสะดุดก้อนหิน ส่วนร่างของหญิงสาวถลาออกจากเครื่องเล่น พุ่งเข้าใส่ซ่งถาวอันทันที

หลินซู่เฟยหลับตา ‘เจ็บแน่ๆ คราวนี้ แต่ถ้ามีผู้ชายมารับก็คุ้ม’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel