ท่านพี่แม่ทัพมาให้ข้าจับเสียดีๆ

57.0K · อัพเดทล่าสุด
Yuyue Yuan
23
บท
671
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

หลินซู่เฟย หญิงสาวที่กำลังจะแต่งงานแต่ประสบอุบัติเหตุจนกลับมาเกิดใหม่ในยุคโบราณ เดิมทีตั้งใจว่าจะไม่มีรักใหม่ แต่กลับพบชายที่หน้าตาเหมือนคนรักเก่าและชายที่ชื่อเหมือนคนรักเก่า เฮ้อ ต้องเลือกใครดีนะ

เกิดใหม่ในนิยายนิยายรักนิยายจีนโบราณนิยายย้อนยุคแม่ทัพข้ามมิติแฮปปี้เอนดิ้งเกิดใหม่จีนโบราณรักหวานๆ

เปลี่ยนแซ่

‘แฮกๆ’ เสียงเหนื่อยหอบของชายหนุ่มหญิงสาวดังสลับกันไม่หยุดบนเตียงนอนขนาดใหญ่ หากมองจากเงาที่กระทบผนังจะเห็นว่าหญิงสาวนอนหงายอยู่บนเตียง มีเงาของชายหนุ่มทาบทับร่างของเธอไว้ คนทั้งสองเชื่อมประสานเข้าออกเป็นจังหวะต่อเนื่อง

“อืม ดีมากค่ะที่รัก” เสียงของหญิงสาวบอกแฟนหนุ่ม เธออ้าขากว้าง ยกสะโพกสูงขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เขา

ชายหนุ่มเอื้อมมือไปขยำหน้าอกอวบอิ่ม นิ้วมือซุกซนคลึงส่วนอ่อนไหวจนร่างบางเสียวซ่านขยับหนีอย่างลืมตัว

“ซู่เฟย ผมรักคุณจัง เรามีลูกกันเร็วๆ นะ”

ชายหนุ่มป้อนคำหวานกับหญิงสาว มือแกร่งเลื่อนมาจับสะโพกกลมมนพร้อมทั้งเร่งจังหวะปรนเปรอเธอ

“ได้ค่ะ” เธอบอกพร้อมยกแขนเรียวรั้งคอของเขาให้โน้มใบหน้าลงมา ก่อนที่ทั้งสองจะประทับริมฝีปากกันอย่างดูดดื่ม แล้วก็ผละริมฝีปากออกมาเพื่อครางเสียงหลง

หลังจากเสร็จสม หนุ่มสาวก็หลับภายใต้อ้อมแขนของกันและกัน

รุ่งเช้าทั้งสองตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น หวังซู่เฟยกับซ่งหยางฟาง เป็นคู่รักมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนี้ทั้งคู่เรียนจบทำงานได้สองปีแล้ว และกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกันในไม่ช้า

“วันนี้ทานอาหารที่ทำงานนะคะที่รัก เมื่อคืนเหนื่อยไปหน่อย ฉันตื่นมาทำอาหารไม่ไหว”

หวังซู่เฟยยิ้มให้แฟนหนุ่มที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ

“ทราบแล้วครับผม”ซ่งหยางฟางยกมือขึ้นมาตะเบ๊ะเหมือนทหาร สายตามองหญิงสาวด้วยความรักใคร่

เขาเดินเข้ามากอดเธอ ริมฝีปากหนาจุมพิตบนหน้าผากอย่างอ่อนโยน

“ผมไปทำงานก่อนนะ คุณขับรถดีๆ ด้วยล่ะ ตอนเย็นเจอกัน” เขาหยิบกระเป๋าทำงาน โบกมือให้หญิงสาวแล้วเปิดประตูบ้านออกไป

หวังซู่เฟยมองหลังของเขา สายตาเปล่งประกายด้วยความสุข การได้อยู่กับซ่งหยางฟางทุกวันเป็นสิ่งที่เธอเฝ้ารอมานาน ถึงตอนนี้ก็เหมือนว่าอยู่ด้วยกันแล้ว แต่การได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขา และมีลูกตัวเล็กด้วยกันคงทำให้เธอมีความสุขยิ่งขึ้นอีก

เธอเดินดูภายในบ้าน ปิดไฟทุกดวง หยิบถ้วยโยเกิร์ตที่ใส่สตรอว์เบอร์รี่จนเต็มก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถ

หวังซู่เฟยกับซ่งหยางฟางทำงานกันคนละที่ เรียกได้ว่าทำงานกันคนละทิศ ทั้งสองจึงต่างคนต่างเดินทางไปทำงาน

รถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดถูกหญิงสาวขับไปทำงาน ในเส้นทางที่เธอต้องขับผ่านเป็นประจำทุกวัน เมื่อจอดรอสัญญาณไฟ เธอจึงหยิบถ้วยโยเกิร์ตสตรอว์เบอร์รี่ขึ้นมากินไปพลาง

ขณะที่เธอไม่ได้มองถนนตรงหน้า ก็มีรถสิบล้อคันใหญ่เสียหลักขับพุ่งมาทางรถของเธอ

‘โครม’

รถคันน้อยของเธอถูกชนเข้าเต็มๆ หญิงสาวเลือดออกท่วมกายไร้สติสัมปชัญญะทันที

........

บนเตียงไม้ขนาดใหญ่หลังหนึ่ง มีร่างของหญิงสาวนอนสลบไม่ได้สติมาหลายวัน

ผู้คนมากมายเดินเข้าเดินออกห้องที่เธอนอนพักรักษาตัวอยู่ แต่ละคนมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด

แพขนตาของหญิงสาวบนเตียงเริ่มเคลื่อนไหว เมื่อเปลือกตาของเธอเปิดขึ้น สายตาก็กวาดมองคนทั่วทั้งห้องด้วยความงุนงง

“ที่นี่ที่ไหนหรือคะ”

เธอถามชายสูงวัยที่สวมหมวกทรงสูง ไว้หนวดเครายาว มือของเขากำลังจับชีพจรบนข้อมือของเธออยู่

เขาไม่มีท่าทีที่ตกใจเมื่อเห็นเธอตื่นขึ้นมา กลับเป็นคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่รอบห้องส่งเสียงดีใจ บางคนก็กระโดดกอดกันตัวกลม

“เย้ คุณหนูฟื้นแล้ว”

“บุตรสาวข้า รอดแล้วจริงๆ”

ในหมู่คนเหล่านั้น มีสตรีวัยกลางคนที่ไม่เอ่ยคำใด แต่น้ำตาไหลด้วยความดีใจ บุรุษวัยเดียวกับนางโอบกอดนางด้วยความรักใคร่

“ฮูหยิน เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถิด บุตรสาวเรานางไม่เป็นอะไรแล้ว”

เขาพูดจบก็สั่งให้สาวใช้ประคองสตรีที่เป็นฮูหยินของตนออกนอกห้อง ส่วนตัวเองก็เดินมาขอบคุณท่านหมอที่ข้างเตียง

“ขอบคุณท่านหมอมากๆ” สองมือของเขายกขึ้นมาประสานด้วยใจจริง

“ไม่เป็นไรท่านกั๋วกง เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว”

บุรุษวัยกลางคนหนวดเครายาวปล่อยมือจากข้อมือของหญิงสาว หยิบกระดาษมาเขียนใบสั่งยา แล้วก็ยื่นให้สาวรับใช้ที่ยืนรอด้านข้าง

“ยาของคุณหนูหลิน ต้มอย่างเดิมนะ” เขากล่าวกำชับสาวใช้ก่อนที่จะขอตัวกลับ

สตรีบนเตียงยังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าจับต้นชนปลายไม่ถูก เธอกำลังขับรถจะไปทำงาน ช่วงที่จอดรอสัญญาณไฟก็รู้สึกเจ็บหน้าอกและศีรษะ จากนั้นไม่นานก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว

เห็นบุคคลที่ไม่รู้จักรายล้อมรอบตัว คำถามของเธอที่ไม่มีผู้ใดตอบ ทำเอาสับสนจนวางตัวไม่ถูก

หวังซู่เฟยรอจนผู้คนภายในห้องเริ่มสงบสติอารมณ์ได้ เธอจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วตั้งคำถามใหม่อีกครั้ง

“ที่นี่คือที่ไหนหรือคะ”

ชายที่เรียกเธอว่าบุตรสาว รีบมานั่งเก้าอี้แทนท่านหมอที่เพิ่งจากไป เขายกมือมาลูบศีรษะเธออย่างเอ็นดู

“เฟยเอ๋อร์ นี่เรือนนอนของเจ้าอย่างไรล่ะ เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ คราวหลังอย่าดื้อเช่นนี้อีกนะ”

หวังซู่เฟยนิ่งไปเล็กน้อย สมองกำลังประมวลผล นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอเนี่ย หรือว่าเธอตายแล้วกลับมาเกิดใหม่เหมือนใน ซีรีส์น่ะหรือ

“แล้วทำไมท่านหมอถึงเรียกข้าว่าคุณหนูหลินล่ะเจ้าคะ” เธอรีบเปลี่ยนคำพูดให้ผู้ฟังไม่สงสัย สายตาจับจ้องคนที่ถูกถาม

“เจ้าเป็นลูกหลานตระกูลหลิน ก็ต้องแซ่หลินน่ะสิ” บุรุษขำเอ็นดูบุตรสาวของตน

‘นี่ชื่อเดิมแต่คนละแซ่หรือเนี่ย’ หวังซู่เฟยคิดในใจ ต่อไปเธอต้องมีชีวิตใหม่ในนาม ‘หลินซู่เฟย’ สินะ

แล้วเธอมาอยู่ในร่างนี้ได้อย่างไร เจ้าของร่างเดิมนี้ตายไปจริงๆ หรือยัง

“ข้าเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ” เธอถามเพื่อหยั่งเชิงว่า หากเจ้าของร่างมาทวงร่างคืน เธอจะต้องตายอีกรอบหรือไม่

“เจ้าน่ะหรือ เจ้าน่ะพิเรนท์อยากลองบังคับรถม้าด้วยตนเอง สุดท้ายก็ควบคุมไม่อยู่ รถม้าไปฟาดกับต้นไม้ ส่วนเจ้าก็กระเด็นจนตกลงไปในแอ่งน้ำด้านข้าง โชคดีที่ม้าทั้งสองตัวไม่เป็นอะไร แต่เจ้าน่ะหยุดหายใจไปนานอยู่ ปาฏิหาริย์เสียจริงที่รอดมาได้”

‘เอ๊ะ’ หญิงสาวฟังแล้วก็ขมวดคิ้วตาม โชคดีที่ม้าสองตัวไม่เป็นอะไร คงโชคดีจริงๆ นั่นแหละ เว้นแต่เจ้าของร่างนี้ช่างโชคไม่ดีเหมือนม้า

“แล้วคันฉ่องอยู่ไหนคะ เจ้าคะ ขอดูหน่อย” เธอพูด สายตามองไปยังสาวรับใช้คนอื่นๆ

สตรีน้อยที่อยู่ใกล้คันฉ่องที่สุดรีบหยิบแล้วส่งมาให้เธอ

“เจ้าลูกคนนี้กลัวเสียโฉมหรืออย่างไร ฮ่าๆ เจ้ายังงามเหมือนแม่ของเจ้าไม่มีผิด”

หลินซู่เฟยเรียกหากระจกไม่ได้ต้องการดูว่าเธอมีบาดแผลตรงไหนบ้าง เธออยากรู้ว่าหน้าตาของเธอในตอนนี้เป็นอย่างไร

เงาของสตรีน้อยที่สะท้อนในคันฉ่อง มีบางส่วนที่ดูคล้ายคลึงเธออยู่บ้าง หากให้เธอประมาณ คือมีความเหมือนกันประมาณแปดเก้าส่วน แลดูคล้ายญาติกันเสียมากกว่า

“ท่านพ่อ ข้าจำสิ่งใดไม่ได้เลยเจ้าค่ะ”

เธอรีบออกตัวบอกกับบิดาในชาตินี้ของเธอ

เขาเพียงหัวเราะ แล้วยื่นอมยิ้มส่งให้เธอ

“ไม่เป็นไรบุตรสาวข้า ลืมไปแล้วเดี๋ยวค่อยจำใหม่ก็ได้ จริงสิ อีกห้าวันจะมีงานชมบุปผาในวังหลวง เจ้าไปกับข้านะ ไปดูหนุ่มสาวเลือกคู่กัน”

หลินซู่เฟยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ได้ยินคำว่าหาคู่ ใจเธอก็นึกถึงซ่งหยางฟางแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน ตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้างนะ เธอคิดถึงเขาจับหัวใจ

เห็นบุตรสาวซึมเศร้ากะทันหัน หลินกั๋วกงก็ไม่อยู่รบกวนอีก เพิ่งฟื้นขึ้นมาหลังจากสลบไปหลายวัน คงต้องใช้เวลารักษา

“ท่านพ่อคงไม่คิดจะให้ข้าเลือกคู่ด้วยใช่หรือไม่เจ้าคะ” เธอส่งเสียงดังถามก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกจากห้อง

เขาทำหน้าประหลาดใจแวบหนึ่ง ก่อนยิ้มสดใส

“ข้าเคยบังคับเจ้าแต่งงานได้ด้วยหรือ หากบังคับเดี๋ยวเจ้าก็หนีไปบวชชีไม่สึกน่ะสิ อยู่จวนกับข้าไปนานๆ ละกัน บุตรสาวคนเดียวข้าเลี้ยงไหว ส่วนบุตรชายค่อยแต่งสะใภ้เข้ามายังได้”

เขาหัวเราะแล้วเดินจากไป

หลินซู่เฟยถอนหายใจอย่างโล่งอก ก็จริง หากถูกบังคับแต่งงานตอนนี้ เธอคงหนีไปบวชไม่สึกแล้วจริงๆ

เนื้อเรื่องย้อนกลับไปยุคโบราณแล้วนะคะ ตัวละครจะใช้สรรพนามแทนตัวว่า ‘นาง’ แทน ‘เธอ’ ในตอนต่อไปค่ะ