6 ฝากให้ช่วยดูแล
ที่ผ่านมาเหมวัตไม่เคยบอกหรืออธิบายกับใครว่าเพราะอะไรเขาภรรยาถึงหย่ากัน เหมวัตคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องในอดีตมาเล่าให้กับใครฟัง
“แล้วถ้าไม่พูด ไม่บอกใครเขาจะรู้มั้ยล่ะว่าที่เป็นพ่อหม้ายอยู่ทุกวันนี้เพราะเห็นงานสำคัญกว่าเมียเขาเลยทิ้งไปน่ะ คนเขาก็คิดว่าเราทำไม่ดีกับผู้หญิงมากผู้หญิงเขาถึงต้องทิ้งไป ไม่มีใครเข้าใจอะไรได้ดีไปทุกอย่างหรอกนะเหม ถ้าเราไม่อธิบาย” คุณยายชมนาดพูดด้วยท่าทางจริงจัง
“ทำไมวันนี้ยายดูจริงจังกับเรื่องนี้จังเลย มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอก มันเป็นเรื่องที่ยายอยากจะคุยกับเหมมานานแล้ว ยายให้เวลาเหมสนุกกับความโสดอีกสักนิด”
“หมายความว่ายังไงครับยาย”
“ก็หมายความว่าถ้าภายในปีสองปีนี้ยังไม่คบหาใครอย่างจริงจังยายนี่แหละจะเป็นคนหาเมียให้เอง”
“ยายครับไม่เอานะครับ” เขาปฏิเสธสีหน้าตื่น
“ทำไมล่ะ”
“ถ้าจะมีเมียผมขอหาเองดีกว่า”
“ก็มัวชักช้าไม่ทันใจยาย ถ้ากลัวว่าผู้หญิงที่ยายหามาให้ไม่ถูกใจก็รีบหาเองสิ เรื่องนี้ยายจริงจังมากนะ ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องนี้แล้วอยากจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งก็แล้วกัน”
“อะไรครับ”
“ยายได้ยินมาว่าแม่ของเราก็กำลังกังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกันเหมลองคิดดูนะว่าจะหาเมียเองหรือจะให้แม่ของเราเป็นคนจัดการ”
“ไม่นะครับยาย ถ้าแม่หาผู้หญิงให้ผมต้องตายแน่ ๆ” เขารีบปฏิเสธทันที
เหมวัตพอจะเดาออกว่าถ้ามารดาหาผู้หญิงให้ก็คงจะเป็นคนในแวดวงสังคมไฮโซซึ่งเขาไม่ได้ต้องการแบบนั้นเลย
มารดาของเหมวัตแต่งงานใหม่กับครอบครัวนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงทางสังคมเขารู้สึกตนเองเป็นส่วนเกินของครอบครัวนั้นจึงเลือกที่จะอยู่กับยายแต่ก็ยังติดต่อกับมารดาอยู่บ้างและเมื่อคุณยายพูดแบบนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกกังวลว่ามารดาจะเข้ามาก้าวก่ายในชีวิตซึ่งเป็นสิ่งที่เขายอมไม่ได้อย่างเด็ดขาด
เหมวัตเริ่มคิดหนักเพราะถ้าจำเป็นต้องเลือกจริง ๆ ระหว่างผู้หญิงที่มารดาให้กับผู้หญิงที่คุณยายชมนาดเป็นคนหาเขาขอเลือกอย่างหลังดีกว่าเพราะอย่างน้อยคุณยายก็ตามใจเขา รู้ใจเขามากกว่าเพราะท่านเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่สามขวบ
เขาสนิทกับคุณยายมากกว่ามารดาเพราะตั้งแต่มารดาแต่งงานไปมีครอบครัวใหม่ความรักความห่วงใยที่เขาได้รับจากท่านก็เหมือนจะน้อยลง ต่างจากความรักของคนคุณยายชมนาดที่มันไม่เคยลดน้อยลงเลยสักนิด แม้เขาจะทำตัวเกเรแค่ไหนคุณยายก็ไม่เคยตีเขาแม้แต่ครั้งเดียวแต่ท่านจะสอนให้เขาคิดว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำ
จากเด็กไม่ยอมเรียนหนังสือเขาก็กลับขยันเรียนและมีอาชีพการงานที่มั่นคงอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะคำสั่งสอนของคุณยาย
แต่ถ้าจะให้แต่งงานกับผู้หญิงที่คุณยายหาให้ก็คงเป็นอีกเรื่องและถ้าถึงเวลานั้นจริง ๆ เขาต้องทำให้คุณยามยอมรับว่ามันหมดยุคคลุมถุงชนแล้ว
เพราะไม่อยากจะคุยเรื่องการแต่งงาน การสร้างครอบครัวต่อเหมวัตเลยเปลี่ยนเรื่องคุย
“ยายครับ ยายอยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า”
“ทำไมจู่ ๆ มาถามยายแบบนี้ล่ะ ไหนว่างานยุ่ง”
“ช่วงเดือนหน้างานผมไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ เลยอยากพายายไปเที่ยว อยากไปที่ไหนบอกมาเลยครับ ไปต่างประเทศกันดีไหม”
“ให้ยายเดินทางไกล ๆ แบบนั้นไม่ไหวหรอกลูก”
“ถ้างั้นไปเที่ยวทะเลกันดีไหม ไปกันทุกคนเลยป้าศรีนวล มะลิและลุงเกริกด้วยนะครับ”
“ดีมากเลยค่ะคุณเหม” คนที่ตอบคือมะลิเพราะเด็กสาวไปเที่ยวแถวทะเลครั้งสุดท้ายก็สองปีมาแล้ว
“ได้วันที่แน่นอนค่อยมาชวนยายนะลูก ส่วนยายว่างตลอดนั่นแหละนัดล่วงหน้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาคนแถวนี้จะเสียใจ” คุณยายพูดแล้วหันไปมองหน้ามะลิที่ยิ้มอย่างอาย ๆ
“อยากไปเที่ยวทะเลที่ไหนล่ะมะลิ”
“ไปหัวหินก็ได้ค่ะ ใกล้ดีคุณยายจะได้ไม่ต้องนั่งรถนาน”
“ป้าศรีนวลล่ะครับอยากไปที่ไหน”
“คุณเหมพาไปที่ไหนป้าเขาไปที่นั่นแหละ ลำพังป้าไม่ค่อยอยากเที่ยวเท่าไหร่อยากตามไปดูแลคุณยายมากกว่า”
“ถ้างั้นตกลงพวกเราไปเที่ยวหัวหินกันนะ เดี๋ยวผมจะจัดการจองบ้านพักให้ ส่วนจะไปวันไหนเดี๋ยวผมจะบอกอีกทีนะครับ”
“ยายขอเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ได้ไหม”
“ได้ครับยาย” ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูปฏิทินแล้วยิ้มเมื่อเห็นวันหยุดยาวติดกันหลายวันในช่วงปลายเดือนหน้า
“ยิ้มแบบนี้กำหนดวันได้แล้วเหรอ”
“ครับ ปลายเดือนหน้า มีวันหยุดยาวหลายวันแล้วก็ไม่ตรงวันพระด้วยนะครับ”
“หลานชายคนนี้รู้ใจยายจริงนะ” คุณยายดีใจที่หลายชายจำได้ว่าทุกวันพระตนเองจะไปทำบุญที่วัดเพราะนอกจากจะไปทำบุญแล้วยังได้ไปพบปะกับเพื่อนวัยเดียวกันที่นั่นอีกด้วย
“เมื่อกี้คุณเหมบอกว่าช่วงนี้งานไม่ค่อยยุ่งใช่ไหมคะ” ป้าศรีนวลที่นั่งฟังอยู่ถามขึ้น
“ใช่ครับป้าศรีนวลมีอะไรหรือเปล่า”
“ถ้างานไม่ยุ่งคุณเหมก็กลับมาหาคุณยายไปบ่อย ๆ นะคะช่วงนี้ยายแกค่อนข้างเหงามากกว่าปกติ”
“ทำไมล่ะครับยายมีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอกเพียงแต่หนูกานต์เธอไปทำงานที่กรุงเทพน่ะยายก็เลยไม่ค่อยมีเพื่อนคุยเท่าไหร่”
“กานต์ไหนครับยาย”
“ก็หลานสาวของยายอำไพที่ยายเคยเล่าให้เหมฟังไงล่ะลูก เธอไปทำงานกรุงเทพยายก็เลยไม่มีเพื่อนคุย”
“นี่เธอเรียบจบแล้วเหรอครับ”
“อยู่คอนโดเดียวกันยังไม่ได้เจอกันเหรอ”
“อะไรนะครับยาย อยู่คอนโดเดียวกันหมายความว่ายังไง” เหมวัตไม่เคยสนใจสิ่งรอบข้างเท่าไหร่ เขาแทบไม่รู้จักใครในคอนโดเลยด้วยซ้ำ
“ก็ยายให้หนูกานต์เขาไปพักห้องตรงข้ามของเหม นี่ยายก็นึกว่าได้เจอกันแล้วเสียอีก”
“ผมออกไปทำงานแต่เช้ากว่าจะกลับก็ดึกทุกวันไม่ค่อยได้เจอใครหรอกครับ”
“ยายฝากเหมดูแลน้องด้วยนะ หนูกานต์เป็นเด็กขี้เกรงใจ จะเปิดปากขอร้องให้ใครช่วยอะไรก็ยากเสียเหลือเกินเธอไปอยู่คนเดียวตามลำพังยายก็เป็นห่วง”
“ยายครับถ้าเธอเรียนจบและมีงานทำก็แสดงว่าเธอโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว ยายไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะครับ”
“จะไม่ให้ยายเป็นห่วงได้ยังไง หนูกานต์เป็นหลานสาวเพื่อนรักของยายนะเหม ยายต้องดูแลเธอให้ดีที่สุด เธอเข้าไปอยู่ในเมืองกรุงแบบนั้นยายก็ไม่รู้จะเอาตัวรอดได้หรือเปล่า”
“ผมว่ายายกังวลเกินไปนะครับ เด็กสมัยนี้เขาเก่งครับ”
“ยายรู้แต่ก็อดห่วงไม่ได้ ยายขอร้องก็แล้วกันนะเหมช่วยดูแลเธอด้วย”