7 ฝากตัวกับคุณอา
เหมวัตเห็นท่าทางห่วงใยและความกังวลของคุณยายแล้วเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธท่านได้เลย
“ได้ครับยาย” ชายหนุ่มรับปากท่านไว้ก่อนเขาไม่เคยเจอเด็กที่ คุณยายพูดถึงเลยสักครั้งเพราะหลังจากเรียนจบมัธยมเขาก็ไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพ จากนั้นก็ไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกาและทำงานอยู่ที่นั่นจึงมีเวลาอยู่กับคุณยายน้อยมากแต่ก็โทรศัพท์คุยกับท่านอยู่ตลอด
“ขอบใจนะเหม หลานชายของยายคงไม่ทำให้ยายผิดหวังใช่ไหม”
“ครับยาย” เขาตอบรับด้วยรอยยิ้ม
“แล้วคืนนี้จะนอนค้างกับยายที่นี่หรือเปล่าล่ะ”
“คงไม่ครับยาย ผมว่ากินข้าวเย็นกับยายเสร็จก็จะกลับครับ”
“ขับรถกลับดึก ๆ แบบนั้นมันอันตรายนะ ค้างกับยายดีกว่าไหมตอนเช้าค่อยกลับ”
“ยายครับเอาไว้วันหลังผมค่อยมาค้างดีกว่าพรุ่งนี้ผมมีนัดคุยงานสิบโมงขับรถกลับไปดึกหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าต้องตื่นเช้าแล้วขับรถไปจากที่นี่นะครับ”
“แล้วจะกลับมาหายายอีกเมื่อไหร่ล่ะ”
“ยังไม่แน่ใจครับยายอาจจะเป็นเสาร์อาทิตย์หน้า” การกลับมาเจอคุณยายครั้งนี้เหมวัตสังเกตว่าท่านดูแก่ลงไปมากเขาเลยอยากมีเวลาให้ท่านมากขึ้น
“ถ้ากลับเสาร์อาทิตย์ก็ดีเลย”
“ดียังไงครับยาย”
“ยายก็จะได้ให้หนูกานต์กลับมาพร้อมกับเหมด้วย จะให้น้องนั่งรถกลับมาคนเดียวยายก็เป็นห่วง”
“แต่ผมกับเธอไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เธอคงไม่กล้านั่งรถมาด้วยหรอกนะครับ”
“ถึงเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่ทั้งสองคนก็เป็นหลานของยายเหมือนกันนะ กลับไปนี้ก็ไปทำความรู้จักกันไว้เพราะคงหนีกันไม่พ้นหรอกนะลูก”
“ก็ได้ครับยาย เอาไว้ถึงวันที่ผมจะกลับผมจะลองถามเธอนะครับว่าเธอจะกลับบ้านพร้อมผมหรือเปล่า” เหมวัตรับปากเพราะเห็นท่าทางแล้วว่ายายชมนาดห่วงผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน
“ยายขอบใจเหมวัตมากนะหนูกานต์น่ะเธอน่าสงสารพ่อแม่ก็ตายตั้งแต่ยังเด็กอยู่กับยายมาตลอดพอยายเสียก็ไม่เหลือใครแล้ว”
“ยายก็เลยส่งให้เธอเรียนจนจบใจมั้ยครับ”
“ใช่จ้ะ ก่อนที่ยายอำไพของหนูกานต์จะเสียท่านขอขยายช่วยดูแลหลานสาว แต่ถึงอำไพจะไม่บอกยายก็ตั้งใจอยู่แล้วว่ายังไงก็จะดูแลหนูกาน์ให้ถึงที่สุดเพราะที่ผ่านมายายอำไพของเธอก็ดีกับยายมาก ๆ เราเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่ เด็กหลานสาวของยายอำไพก็เหมือนหลานสาวของยาย ถ้าหากในอนาคตยายเป็นอะไรไปเหมก็อย่าทิ้งน้องนะ”
“ยายครับยายพูดแบบนี้อีกแล้วผมไม่ชอบเลย”
“ยายรู้ไม่มีใครชอบการสูญเสียหรอกแต่ยายนึกอะไรออกก็พูดไว้เพราะเราไม่รู้อนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เหมอย่ารำคาญยายเลยนะ ที่ยายพูดอะไรซ้ำซากแบบนี้”
“ผมไม่ได้รำคาญยายเลยนะครับแต่ผมมองว่ายายยังแข็งแรงอยู่ต่างหากล่ะแล้วยายจะเป็นอะไรได้ยังไงล่ะ”
“แต่สังขารมันเป็นสิ่งไม่เที่ยงนะเหม”
“ผมรู้ครับยาย แต่ในเมื่อผมยังไม่แต่งงานมีครอบครัวมีเหลนให้ยายอุ้มเลยนะ ยายก็ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด”
“นั่นสิยายลืมเรื่องนี้ไปเลยเพราะฉะนั้นยายจะต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ไปตรวจตามนัดจะได้อยู่รออุ้มเหลนดีไหม”
“ดีมาก ๆ ครับยาย”
“คุณเหมอย่าทำให้คุณยายรอเก้อนะคะ” ป้าศรีนวลพูดเสริม
“นี่ป้าก็อยากให้ผมแต่งงานมีครอบครัวเหมือนกันเหรอครับ”
“ค่ะคุณเหม ป้าช่วยคุณยายเลี้ยงดูคุณเหมมาตั้งแต่เด็กก็อยากจะเห็นแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาตอนนี้ป้ายังพอมีแรงก็อยากจะช่วยเลี้ยงลูกของคุณเหมด้วยค่ะ”
“ดูท่าทางทุกคนจะคาดหวังกับผมมากเลยนะครับ แล้วมะลิล่ะไม่อยากจะเลี้ยงลูกฉันเหรอ”
“อยากสิคะ มะลิว่าลูกคุณเหมออกมาต้องหน้าตาน่ารักมาก ๆ แน่เลยเพราะคุณเหมหล่อ”
“มะลิ เด็กที่เกิดมาน่ารักมันต้องดูทั้งพ่อทั้งแม่ด้วย”
“ก็คุณเหมหล่อแบบนี้หนูว่าแฟนคุณเหมก็ต้องสวยค่ะ”
“คิดไปไกลเชียวนะมะลิ”
“คุณยายเห็นด้วยกับหนูใหม่ล่ะคะ”
“ก็ต้องเห็นด้วยสิ” คุณยายชมนาดหัวเราะเบา ๆ
เหมวัตอยู่ทานอาหารกับคุณยายชมนาดจนถึงเวลาหนึ่งทุ่มก่อนกรุงเทพขับรถออกมาจากที่นั่น
ในตอนแรกคุณยายจะฝากอาหารมาให้มนตกานต์ด้วยแต่เพราะเห็นว่ากว่าเขาจะถึงกรุงเทพก็คงเลยเวลาทานอาหารไปแล้ว คุณยายเลยได้แต่ฝากลิ้นจี่มาให้เพราะรู้ว่ามนตกานต์ชอบทานมาก
ชายหนุ่มขับรถด้วยความเร็วปานกลางทำให้ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะมาถึงคอนโด เขามองนาฬิกาข้อมือเห็นว่าตอนนี้สามทุ่มครึ่งแล้วว่า เขาลังเลว่าจะเคาะประตูห้องตรงกันข้ามดีหรือเปล่าแต่เสียงโทรศัพท์ของคุณยายก็ดังเข้ามาก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจได้
“ผมถึงแล้วครับยายกำลังจะโทรบอกอยู่พอดีเลย” เหมวัตรีบบอกเพราะรู้ว่าท่านเป็นห่วงและทุกครั้งที่กลับมากรุงเทพท่านจะต้องโทรถามเสมอว่าเขาถึงที่หมายอย่างปลอดภัยไหม
“ปลอดภัยดีใช่ไหมลูก”
“ครับยาย นี่ก็ดึกแล้วยายรีบพักผ่อนนะครับ”
“คุยกับเหมเสร็จยายก็จะนอนแล้ว เมื่อตอนหัวค่ำยายโทรบอกหนูกานต์แล้วนะว่าฝากลิ้นจี่มาให้ ตอนนี้เธอน่าจะยังไม่นอน เหมลองเคาะห้องดูนะ”
“ได้ครับเดี๋ยวผมจะลองเรียกเธอดู ผมวางก่อนนะครับ”
“ได้จ้ะ เหมก็รีบพักผ่อนด้วยนะ”
วางสายจากคุณยายชมนาดแล้วเหมวัตก็เคาะประตูห้องฝั่งตรงข้ามเบา ๆ รอไม่นานนะคนด้านในก็เปิดประตูออก
“สวัสดีค่ะ คุณคงเป็นคุณอาเหมใช่ไหมคะ ยายชมโทรมาบอกหนูแล้วค่ะ”
“อือ ฉันชื่อเหม เธอล่ะ”
“หนูชื่อกานต์ค่ะ เพิ่งมาอยู่ที่นี้ได้ไม่กี่วัน ฝากตัวด้วยนะคะคุณอา” หญิงสาวยิ้มสดใส
“ยายฝากฉันเอาผลไม้มาให้เธอ”
“ขอบคุณมากนะคะคุณอา” หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณจากนั้นรับลิ้นจี่ไว้ก่อนจะปิดประตูห้องเบา ๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่เหมวัตได้เจอกับมนตกานต์หลังจากได้ยินคุณยายเล่าเรื่องของเธอ เขาไม่คิดว่าเด็กสาวที่คุณยายส่งเสียเลี้ยงดูจนจบปริญญาตรีจะมีใบหน้าที่สวยงามแบบนี้
เขาเจอผู้หญิงสวยมาก็มากบางคนก็สวยกว่าเธอด้วยซ้ำแต่ความรู้สึกครั้งแรกที่ได้เจอกับมนตกานต์ต่างไปเจอคนอื่น
เธอเป็นผู้หญิงหน้าตาสวยใบหน้าสวยหวานหน้าเรียวรูปไข่ คิ้วเรียงตัวเป็นระเบียบสวย หากแต่สิ่งที่สะดุดตาชายหนุ่มมากที่สุดก็คงจะเป็นดวงตากลมโตนั่นมันดูสดใสเป็นประกายต่างจากผู้หญิงหลายคนที่เขาเคยเจอ
“นี่ฉันเป็นอาแล้วเหรอ” เหมวัตพูดเบา ๆ ก่อนจะเปิดประตูห้องของตนเองเข้าไปด้านใน