บทย่อ
"พายุฝนที่พัดกระหน่ำจนไฟดับไปทั้งสวนอัมพวา... นำพาคนสองคนให้มาแนบชิดกันท่ามกลางความมืดและแสงเทียน คำสัญญาที่ให้ไว้กลางเสียงฟ้าร้อง จะเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ หรือคือรักแท้ที่จะเปลี่ยนชีวิตของมนตกานต์ไปตลอดกาล? ร่วมติดตามบทสรุปความรักที่เริ่มต้นจาก 'ความต่าง' แต่ลงตัวด้วย 'สัมผัส' ที่ลืมไม่ลง"
1 ไปเป็นสาวเมืองกรุง
มนตกานต์หญิงสาววัย 22 ปีลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่กับกระเป๋าเป้อีกหนึ่งใบเดินลัดเลาะมาตามซอยเล็ก ๆ ก่อนจะหยุดลงหน้ารั้วบ้านหลังหนึ่งเธอผลักประตูไม้เข้าไปเบา ๆ จากนั้นก็เดินต่อไปยังตัวบ้านไม้ยกพื้นสูงใต้ถุนเปิดโล่ง
“ยายชมคะทำอะไรอยู่คะ” เสียงหวานดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใส
ยายชมนาดที่กำลังนั่งให้มะลิเด็กรับใช้วัยรุ่นนวดขาให้เงยหน้ามามองหลานสาวของเพื่อนแล้วยิ้มสีหน้ามีแววสงสัย
“หนูกานต์นั่นลากกระเป๋าใบใหญ่มาเชียวจะไปเที่ยวไหนล่ะ” ยายชมนาดเจ้าของบ้านถามหญิงสาวอย่างเอ็นดู
“ยายลืมไปหรือเปล่าว่าหนูจะต้องเข้าไปทำงานในกรุงเทพนะคะ” มนตกานต์หัวเราะเบา ๆ
“ตายจริงนี่ถึงวันที่ต้องไปทำงานแล้วเหรอลูกเพิ่งเรียนจบแทนที่จะพักสักหน่อย”
“ก็บริษัทเขาเรียกตัวแล้วนี่คะหนู ถ้าหนูไม่ไปก็คงห้องหาบริษัทใหม่”
“แล้วดูดีแล้วใช่ไหมว่าบริษัทที่เขารับเราเข้าทำงานน่ะมีตัวตนจริง ๆ ไม่ใช่ถูกเขาหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์เหมือนในข่าวนะ”
“โอ้โห....ยายชมทันสมัยจังเลยค่ะ ติดตามข่าวสารรู้จักพวกแก๊งคอลเซนเตอร์แบบนั้นด้วย”
“ก็ยัยมะลิเปิดทีวีให้ยายดูข่าวนี้ทุกวันเลย” คุณยายหมายถึงมะลิเด็กรับใช้ที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น
“แต่หนูว่าก็ดีนะคะจะได้ไม่มีใครมาหลอกยายได้” มะลิที่กำลังนวดขาให้คุณยายอยู่พูดแทรกขึ้นมา
“ใครจะหลอกได้ย้ายได้ละลูก โทรศัพท์ยายก็ไม่มีแอพธนาคารอะไรพวกนั้นหรอกอยากจะใช้เงินก็ไปเบิกเอาที่ธนาคารน่ะ”
“ทำแบบที่ยายว่ามันก็ปลอดภัยดีนะคะ แต่เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าไปที่ธนาคารแล้วค่ะส่วนใหญ่จะใช้แอปพลิเคชัน”
“ยายว่ามันเป็นดาบสองคมนะ เหมือนมีเงินอยู่ในมือตลอดเวลาจะซื้อจะใช้จ่ายอะไรก็คล่องตัวมารู้ตัวอีกทีตอนใกล้จะสิ้นเดือนเงินไม่เหลือแล้ว”
“ใช่ค่ะเรื่องนี้หนูเห็นด้วยกับยายเลยค่ะ การจ่ายเงินซื้อของมันสะดวกสบายมากเลยทำให้คนใช้เงินอย่างไม่ระวัง”
“แล้วหนูไปทำงานกรุงเทพเงินเดือนจะพอใช้มั้ยลูก เขาให้เงินเดือนเริ่มต้นที่เท่าไหร่” ยายชมนาดถามหลานสาวของเพื่อนอย่างเป็นห่วง
“เขาให้หมื่นแปดค่ะ ถ้าผ่านการทดลองงานก็จะเพิ่มให้อีกค่ะ”
“แล้วมันจะพอกินไหม ค่าใช้จ่ายในกรุงเทพมันสูงมากเลยนะอาหารแต่ละมื้อก็น่าจะเกือบร้อยบาท”
“ต้องพอค่ะยายหนูจะใช้จ่ายอย่างประหยัด แต่ยังดีที่ว่าบริษัทเขามีหอพักราคาถูกให้เช่าด้วยค่ะ”
“ดีจังนะ แล้วหอพักที่ว่ามันดีไหมล่ะ ไม่ใช่ว่าเขาให้ไปอยู่หอพักเก่า ๆ นะ”
“นี่ค่ะยาย หนูไปดูมาแล้วค่ะ” หญิงสาวเปิดรูปถ่ายหอพักที่เธอได้เข้าไปดูเมื่อสัปดาห์ก่อนให้กับคุณยายชมนาดดู
“ทำไมมันคับแคบแบบนี้ละลูก ระเบียงห้องก็ไม่มีแบบนี้จะซักผ้าตากผ้ากันยังไงล่ะ”
“ที่หอพักก็มีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญค่ะ ยายเราใช้บริการตรงนั้นได้เลย”
“แต่มันแคบไปนะลูกดูท่าทางอึดอัด ห้องก็เก่ามาด้วยนะ” น้ำเสียงเริ่มไม่เห็นด้วย
“ทำยังไงได้ล่ะคะคุณยายบริษัทที่หนูไปทำงานอยู่ กลางใจเมืองเลยค่ะถ้าให้เช่าหอพักอยู่ขั้นต่ำก็สามสี่พันแต่นี่เขาให้เช่าแค่พันหน้าเองนะคะหนูประหยัดได้ตั้งเยอะเลยค่ะ” มนตกานต์ยิ้มเจื่อน ๆ
“ลองบอกยายมาสิว่าบริษัทที่จะไปทำงานอยู่แถวไหน”
“อยู่แถวสุขุมวิทค่ะยาย”
“สุขุมวิทเหรอเดี๋ยวนะยายขอคิดอะไรก่อน หนูกานต์รอยายอยู่ตรงนี้นะเดี๋ยวยายกลับมา” คุณยายชมนาดเดินขึ้นไปบนบ้านไม่นานนักก็กลับลงมาพร้อมกับถือของบางอย่างลงมา
“อะไรคะยาย”
“ถ้าอยู่แถวสุขุมวิทตามที่บอกจริงไม่ต้องไปอยู่ห้องพักของบริษัทหรอกนะกานต์ ยายมีคอนโดอยู่ที่นั่น นี่กุญแจและคีย์การ์ดของคอนโด”
“อะไรนะคะ ยายมีคอนโดอยู่ที่กรุงเทพด้วยเหรอคะ”
“ยายมีสองห้องเลยนะ แบ่งให้หนูอยู่ห้องหนึ่งก็แล้วกัน ส่วนอีกห้องหนึ่งเป็นห้องของหลานชาย”
“หลายคุณยายเหรอคะ หนูนึกว่าเขาอยู่ต่างประเทศ” มนตกานต์จำได้ว่าคุณยายเคยเล่าเรื่องหลานชายให้ฟังและเขาก็แต่งงานมีครอบครัวอยู่ที่ต่างประเทศ
“เขากลับมาแล้วล่ะ”
“แต่หนูไม่เคยเจอเขาเลย”
“ก็เขาทำงาน ไม่ค่อยได้กลับมาที่บ้านเท่าไหร่ ยายก็ว่าจะแนะนำให้หนูกับหลานชายของยายรู้จักกันแต่ก็คลาดกันทุกทีขานั้นใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพไม่ค่อยได้เข้ามาที่บ้านยายเท่าไหร่”
“ยายคะแต่หนูว่ายายไม่ต้องให้หนูไปอยู่คอนโดของยายหรอกค่ะ หนูเกรงใจ”
“จะเกรงใจอะไรกันล่ะ คอนโดนั้นไม่มีใครอยู่เลยยายก็เอาไว้ไปพักผ่อนตอนที่ยายไปกรุงเทพ ให้หนูไปอยู่ก็จะได้ช่วยดูแลคอนโดให้ยาย อีกอย่างถ้ายายไปกรุงเทพก็จะได้มีเพื่อนคุยด้วยไง”
“แล้วหลานชายคุณยายจะไม่ว่าใช่ไหมคะ”
“ใครจะว่าอะไรล่ะ ถึงห้องนั้นจะเป็นชื่อของเขาก็จริงแต่ยายเป็นคนซื้อนะ”
“ยายคะถ้ายังงั้นให้หนูช่วยจ่ายค่าเช่าดีไหม”
“อย่าคิดจะจ่ายค่าเช่าเชียวนะ ยายรับปากกับยายอำไพไว้แล้วว่าจะดูแลหนูอย่างเต็มที่”
“แต่ยายก็ช่วยส่งเสียหนูให้เรียนจนจบ” เธอพูดอย่างเกรงใจ
“นั่นมันเป็นเรื่องเล็กน้อยนะหนูกานต์ ยังไงยายก็ต้องดูแลหลานสาวของเพื่อนให้ดีที่สุดเพราะยายอำไพของหนูดีกับยายมาก ๆ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก หนูกานต์ก็เหมือนกับเป็นหลานของยาย
“หนูขอบคุณจริง ๆ ค่ะยาย” มนตกานต์ยกมือไหว้ยิ้มทั้งน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้ง
